ข้ออักเสบ (Arthritis)

สารบัญ บทความที่เกี่ยวข้อง

บทนำ

ข้ออักเสบ(Arthritis) เป็นโรคของข้อที่เกิดจากมีการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆของข้อ เช่น เยื่อบุภายในข้อ(Synovial membrane) เอ็นกระดูกและเอ็นกล้ามเนื้อที่ประกอบเป็นข้อ ถุงลดการเสียดสี(Bursa)ที่อยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆรอบๆข้อ ซึ่งการอักเสบที่เกิดขึ้นนี้ โดยทั่วไปจะทำให้เกิดอาการปวดข้อ ที่มักเกิดร่วมกับ ข้อติดขัดไม่สามารถเคลื่อนไหวและใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งข้ออักเสบ มักเป็นโรคเรื้อรัง แต่อาจมีการอักเสบ/มีอาการเป็นๆหายได้

ข้ออักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อย มักเกิดในผู้ใหญ่โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ แต่ก็พบในเด็กได้บ้าง โดยในสหรัฐเอมริกา มีรายงานว่า 22.2% ของผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป มีประวัติเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค ข้ออักเสบ ทั้งนี้ ข้ออักเสบ พบได้ในทุกเชื้อชาติ และมักพบในผู้หญิงสูงกว่าในผู้ชาย

อะไรคือสาเหตุของข้ออักเสบ?

ข้ออักเสบ

สาเหตุของข้ออักเสบที่พบได้บ่อย คือ

ก. ข้อเสื่อมตามอายุ: เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด ดังนั้นโรคข้ออักเสบจึงพบได้สูงสุดในผู้สูงอายุ

ข. ข้ออักเสบจากการทำงานซ้ำๆต่อเนื่อง: เช่นจาก การเล่นกีฬาอาชีพ(เช่น ข้อศอกอักเสบจากเทนนิส/Tennis elbow) งานเย็บปักถักร้อย งานคอมพิวเตอร์ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การบาดเจ็บซ้ำซากจากงานซ้ำๆ)

ค. ข้อเสื่อมจากข้อรับน้ำหนักมากต่อเนื่อง: เช่น ข้อเข่าอักเสบจากโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน

ง. อุบัติเหตุต่อข้อ: เกิดจากข้อได้รับบาดเจ็บโดยตรง เช่น จากอุบัติเหตุการใช้ยานพาหนะ การเล่นกีฬา หรือในการทำงาน

จ. ข้ออักเสบติดเชื้อ: เกิดจากข้อติดเชื้อโรคโดยตรง ที่พบบ่อย คือ จากเชื้อแบคทีเรีย (แนะนำอ่านเพิ่มเติม ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้ออักเสบติดเชื้อ)

ฉ. โรคออโตอิมมูน: โรคออโตอิมมูน เป็นโรคที่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทุกชนิด ซึ่งรวมถึงเนื้อเยื่อข้อ ดังนั้น จึงพบข้ออักเสบ เป็นภาวะ/โรคที่เกิดร่วมในโรคออโตอิมมูนเสมอ เช่นใน โรคเอสแอลอี โรคข้อรูมาตอยด์ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย

ช. โรคจากความผิดปกติในการเผาผลาญพลังงานจากอาหาร: เช่น ในโรคเกาต์ โรคเกาต์เทียม

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดข้ออักเสบ?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดข้ออักเสบ ได้แก่

  • ผู้สูงอายุ เนื่องจากเซลลฺเนื้อเยื่อข้อ จะเสื่อมลงเช่นเดียวกับการเสื่อมลงของเนื้อเยื่อทุกชนิดของร่างกายเมื่ออายุสูงขึ้น
  • ผู้หญิง : ซึ่งอาจจากวัยหมดประจำเดือน เนื้อเยื่อต่างๆรวมถึงเนื้อเยื่อข้อจึงมีประสิทธิภาพ การทำงานเสื่อมได้เร็ว และรุนรงกว่าในเพศชาย
  • โรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน เพราะข้อต่างๆโดยเฉพาะข้อที่รับน้ำหนักตัว เช่น ข้อเข่า จะเสื่อมได้เร็ว และรุนแรงกว่าคนน้ำหนักตัวปกติ
  • ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุที่ข้อ จะเกิดข้ออักเสบได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • ผู้มีอาชีพการงานที่ต้องใช้ข้อซ้ำๆ เช่น งานคอมพิวเตอร์ นักกีฬาอาชีพ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การบาดเจ็บซ้ำซากจากงานซ้ำๆ)

ข้ออักเสบมีอาการอย่างไร?

ข้ออักเสบอาจเกิดกับข้อใดก็ได้ และอาจเกิดเพียงข้อเดียว หรือ หลายข้อ หรือทุกข้อในร่างกายพร้อมกันก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง ซึ่งอาการโดยทั่วไปของข้ออักเสบ ได้แก่ อาการที่เกิดกับข้อ และอาการทั่วไป

ก. อาการที่เกิดกับข้อ: อาการจากข้ออักเสบโดยตรงที่พบได้บ่อย คือ

  • ปวดข้อ บางครั้งอาจกดเจ็บที่ข้อร่วมด้วย
  • ข้อทำงานผิดปกติ เช่น ข้อยึดติด ข้อเคลื่อนไหวได้จำกัด
  • อาจมีข้อบวม ซึ่งมักมีอาการเจ็บร่วมด้วย
  • ข้ออาจมีอาการของการอักเสบ เช่น บวม แดง ร้อน เจ็บ
  • ข้ออาจมีรูปร่างผิดปกติ เช่น งอ ปูด

ข. อาการทั่วไป: มักเป็นอาการที่เกิดร่วมด้วยกับอาการที่เกิดที่ข้อ โดยมักเป็นอาการของสาเหตุที่ทำให้เกิดข้ออักเสบ เช่น อาการของโรคออโตอิมมูน อาการจากร่างกายมีการติดเชื้อ เช่นข้ออักเสบจากโรคหนองใน เป็นต้น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ เมื่อ

  • มีอาการเจ็บ/ปวดข้อ และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์หลังการดูแลตนเอง
  • มีอาการข้ออักเสบเกิดกับข้อที่เคยได้รับอุบัติเหตุมาก่อน
  • เมื่อกังวลในอาการเจ็บ/ปวดข้อนั้นๆ

แพทย์วินิจฉัยข้ออักเสบอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยข้ออักเสบ และหาสาเหตุของข้ออักเสบได้จาก ประวัติอาการต่างๆ ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต อาชีพ/การงาน การกีฬา การตรวจร่างกายทั่วไป การตรวจดูข้อที่มีอาการและข้อต่างๆที่ปกติ อาจมีการตรวจภาพข้อด้วยเอกซเรย์ และการตรวจสืบค้นที่ซับซ้อนเพื่อหาสาเหตุ เช่น การตรวจเลือด(เช่น เพื่อดูสารภูมิต้านทาน หรือดูสารก่อภูมิต้านทาน ในกรณีสงสัยสาเหตุมาจากโรคออโตอิมมูน หรือจากการติดเชื้อ เป็นต้น) การเจาะ/ดูดของเหลวจากข้อเพื่อการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจภาพข้อด้วยเทคนิคเฉพาะ (เช่น การตรวจข้อด้วย เอมอาร์ไอ หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ อัลตราซาวด์) และในบางครั้ง อาจมีการตัดชิ้นเนื้อจากเนื้อเยื่อของข้อเพื่อการตาวจทางพยาธิวิทยา

รักษาข้ออักเสบอย่างไร?

แนวทางการรักษาข้ออักเสบ ได้แก่ การรักษาสาเหตุ และการรักษาตัวข้อที่อักเสบ

ก. การรักษาสาเหตุ: จะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย โดยแตกต่างกันไปตามสาเหตุ เช่น การรักษาโรคออโตอิมมูนเมื่อสาเหตุเกิดจากโรคออโตอิมมูน การ พักใช้ข้ออักเสบที่เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ เช่น หยุดเล่นกีฬานั้นๆ เป็นต้น

ข. การรักษาตัวข้อที่อักเสบ: เช่น

  • การใช้ยาต่างๆเพื่อลดการอักเสบ และลดอาการปวด เช่น ยาในกลุ่มยาแก้อักเสบ เช่น ยา NSAID ยาในกลุ่ม Corticosteroid
  • การใช้ยาแก้ปวด กรณีมีอาการปวดข้อ
  • การพักใช้งานข้อนั้นๆ
  • การทำกายภาพบำบัดข้อนั้นๆ
  • บางครั้งอาจต้องมีการผ่าตัดข้อนั้นๆ(เช่น การผ่าตัดใส่ข้อเทียม การดูดของเหลวออกจากข้อกรณีข้อบวมมากจากมีของเหลวคั่งในข้อ) ถ้าการรักษาทางยา และทางกายภาพบำบัดไม่ได้ผล

ข้ออักเสบมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากข้ออักเสบ คือ คุณภาพชีวิตที่เสียไป จากปัญหาใช้ข้อนั้นๆไม่ได้ตามปกติ ซึ่งอาจมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จนถึงมีผลกระทบต่ออาชีพและการงานที่อาจส่งผลถึงภาวะเศรษฐกิจของผู้ป่วย

ข้ออักเสบมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

โรคข้ออักเสบมีการพยากรณ์โรคคือ เป็นโรคที่รักษาได้ ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่จากการที่เป็นโรคเรื้อรัง จึงส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

นอกจากนั้น การพยากรณ์โรคของข้ออักเสบ ยังขึ้นกับโรคที่เป็นสาเหตุด้วย ซึ่งถ้ารักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุได้ไม่ดี ข้ออักเสบมักเป็นๆหายๆ และอาจรุนแรง ตามอาการของโรคที่เป็นสาเหตุด้วย เช่น ในกรณีข้ออักเสบเกิดจากโรคออโตอิมมูน เป็นต้น

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อมีข้ออักเสบ ได้แก่

  • ปฏิบัติตาม แพทย์ พยาบาล นักายภาพบำบัดแนะนำ
  • กินยาต่างๆที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่หยุดยาเอง
  • พักการใช้ข้อที่อักเสบตามแพทย์แนะนำ
  • อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นเสมอเพื่อกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด
  • ออกกำลังกายใช้ข้อที่อักเสบเพียงเบาๆ สม่ำเสมอ ตามแพทย์แนะนำ ที่เรียกว่า Joint stretching exercise เพื่อการยืดข้อ เพื่อป้องกันข้อติด
  • การประคบข้อที่อักเสบด้วยการ ประคบร้อน/ประคบอุ่น หรือ ประคบเย็น ควรปรึกษา แพทย์ พยาบาล หรือ นักกายภาพบำบัดที่ดูแลรักษาผู้ป่วยก่อน เพราะอาจต้องขึ้นกับสาเหตุของการอักเสบ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com เรื่อง “การประคบร้อน การประคบเย็น”)
  • พยายามลดน้ำหนักตัว ควบคุมน้ำหนักตัว เพื่อลดการแบกน้ำหนักของข้อ
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

  • ปวดข้อมากขึ้น
  • มีการเพิ่มจำนวนข้อที่ปวดมากข้อกว่าเดิม
  • ข้ออักเสบมากขึ้น เช่น บวม แดง ร้อน มากขึ้น
  • ข้อยึดมากขึ้น หรือ เคลื่อนไหวข้อได้น้อยลง
  • มีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย
  • มีอาการข้างเคียง(ผลข้างเคียง)มากจากยาที่แพทย์สั่ง เช่น คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย อุจจาระมีเลือดปน เลือดออกง่าย(เช่น มีจ้ำห้อเลือดตามผิวหนัง)
  • เมื่อกังวลในอาการ

ป้องกันข้ออักเสบอย่างไร?

การป้องกันข้ออักเสบให้ได้เต็มร้อย เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะสาเหตุหลักของข้ออักเสบ คือ ข้อเสื่อมจากการสูงอายุ แต่พอที่จะลดโอกาสเกิด และลดความรุนแรงของอาการข้ออักเสบลงได้ จากการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น

  • ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้เกิดภาวะโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน
  • รู้จักวิธีใช้ข้อต่างๆให้ถูกต้องตามวิธีการทางการแพทย์ ตามคำแนะนำของ แพทย์ พยาบาล และ/หรือ นักกายภาพบำบัด เมื่อต้องทำงาน หรือเล่นกีฬา ที่ต้องมีการใช้ข้อซ้ำๆ
  • ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุต่อข้อ เช่น เมาไม่ขับ ไม่ขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกำหนด เป็นต้น
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน(สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อลดโอกาสติดเชื้อที่อาจเป็นสาเหตุเกิดข้ออักเสบติดเชื้อได้ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย และป้องกันยุงลายกัด เพื่อป้องกันโรคไข้ปวดข้อยุงลาย

บรรณานุกรม

  1. http://www.arthritis.org/about-arthritis/understanding-arthritis/what-is-arthritis.php [2016,Aug27]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Arthritis [2016,Aug27]
  3. http://www.nhs.uk/Conditions/Arthritis/Pages/Introduction.aspx [2016,Aug27]
  4. http://www.niams.nih.gov/health_info/arthritis/ [2016,Aug27]