Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ขาดวิตามินบี2 

บทนำ

ยาไรโบฟลาวิน (Riboflavin) หรือ วิตามินบี 2 (Vitamin B2) มีลักษณะเป็นของแข็งสีเหลืองส้ม ละลายน้ำได้ ทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง ผู้ที่รับประทานวิตามินชนิดนี้จะทำให้ปัสสาวะออกมาเป็นสีเหลือง โดยอาจจำแนกหน้าที่สำคัญๆของยาไรโบฟลาวินในร่างกายได้ดังนี้เช่น

เมื่อทราบประโยชน์อย่างคร่าวๆของไรโบฟลาวินแล้ว การจะหาไรโบฟลาวินมารับประทานไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เพราะวิตามินชนิดนี้พบได้ในนม ผักใบเขียว ถั่ว เนื้อ เครื่องในสัตว์เช่น ตับ ไต ในเห็ด อัลมอนด์ และสารสกัดจากยีสต์ (Yeast, เชื้อราชนิดหนึ่งที่เป็นเชื้อรากลุ่มมีเซลล์เดียว) ประชาชนโดยทั่วไปทั้งหญิงและชายควรได้รับไรโบฟลาวินขนาดเฉลี่ย 1.2 มิลลิกรัม/วัน แต่สำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตรควรได้รับไรโบฟลาวิน 1.4 และ 1.6 มิลลิกรัม/วันตาม ลำดับ

อาการที่ร่างกายขาดวิตามินบี 2 อาจแสดงออกมาในลักษณะมีกระเพาะอาหารอักเสบ ลิ้นเป็นสีแดง มีอาการเจ็บคอ มีแผลอักเสบที่มุมปากหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “โรคปากนกกระจอก” นอก จากนี้อาจพบอาการคันตา แพ้แสง และยังส่งผลให้เกิดอาการโลหิตจาง เกิดการขาดวิตามินบี 9 (กรดโฟลิก) ติดตามมาได้ด้วย ปัจจุบันยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าการขาดไรโบฟลาวินหรือวิตามินบี 2 อาจมีความเชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็ง

ได้มีการศึกษาถึงการบริโภคไรโบฟลาวินเป็นปริมาณมากจะก่อพิษ (ผลข้างเคียง) กับร่างกายได้มากน้อยเพียงใด โดยได้ติดตามผู้ที่บริโภคไรโบฟลาวินเพื่อป้องกันอาการไมเกรนในขนาด 400 มิลลิกรัม/วันเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าไรโบฟลาวินไม่ได้ก่อให้เกิดอาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง) แต่อย่างใดจะมีก็แต่เรื่องปัสสาวะมีสีเหลืองเท่านั้น

ทั้งนี้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากไรโบฟลาวินมาเป็นเวลานานมากกว่า 30 ปีแล้วเช่น

อนึ่ง รูปแบบจำหน่ายของยาไรโบฟลาวินที่พบบ่อยจะเป็นประเภทยาชนิดรับประทาน หลังการดูดซึมยานี้จากลำไส้เล็ก ยาไรโบฟลาวินจะเข้าจับกับพลาสมาโปรตีนในกระแสเลือดได้ประมาณ 60% ตัวยาจะกระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อส่วนต่างๆของร่างกายรวมถึงน้ำนมของมารดา ยาไรโบฟลาวินบางส่วนจะถูกสะสมอยู่ในตับ ม้าม ไต และหัวใจ ยาไรโบฟลาวินอีกจำนวนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างทาง เคมีที่ตับไปเป็นสารผลิตภัณฑ์ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกเช่นสารต้านอนุมูลอิสระ ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 66 - 84 นาทีที่จะกำจัดยาไรโบฟลาวินจำนวน 50% ออกจากกระแสเลือดโดยผ่านทิ้งไปกับปัสสาวะและมีบางส่วนที่ถูกขับออกไปกับอุจจาระ

ปัจจุบันในอุตสาหกรรมการผลิตไรโบฟลาวินนักวิทยาศาสตร์จะใช้จุลินชีพ/จุลชีพหลายชนิด ทั้งเชื้อราและแบคทีเรียในการสังเคราะห์ยาไรโบฟลาวินขึ้นมา

เราสามารถพบเห็นการใช้วิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวินได้จากสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน อีกทั้งมีจำหน่ายตามร้านขายยาโดยทั่วไป

ไรโบฟลาวินมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ไรโบฟลาวิน

ยาไรโบฟลาวินมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

ไรโบฟลาวินมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาไรโบฟลาวินคือ เมื่อตัวยาเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีไปเป็นสารที่ออกฤทธิ์ที่เป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกายที่มีชื่อว่า Flavin mononucleotide และ Flavin adenine dinucleotide (FMN และ FAD) จากนั้นจะส่งผลให้มีการผลิตวิตามินชนิดอื่นขึ้นในร่างกายเช่น วิตามินบี 6, โฟเลต (กรดโฟลิก), วิตามินบี 3, วิตามินเอ กลุ่มวิตามินดังกล่าวรวมถึงตัวไรโบฟลาวินเองจะส่งผลต่อกระบวนการทางชีวภาพของร่างกายอย่างมีสมดุลและทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆเป็นไปอย่างปกติ

ไรโบฟลาวินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาไรโบฟลาวินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเช่น

  • ยาแคปซูลชนิดรับประทาน ขนาด 100 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • ยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 5, 25, 50 และ 100 มิลลิกรัม/เม็ด

ไรโบฟลาวินมีขนาดรับประทาน/การบริหารยาอย่างไร?

ไรโบฟลาวินมีขนาดรับประทานเช่น

ก.สำหรับการขาดวิตามินบี 2:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 5 - 30 มิลลิกรัมโดยแบ่งรับประทาน

ข.สำหรับป้องกันการปวดศีรษะไมเกรน:

  • ผู้ใหญ่:รับประทาน 400 มิลลิกรัม/วันติดต่อกัน 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ

*อนึ่ง:

  • ในเด็ก: การใช้ยานี้กับเด็กต้องให้กุมารแพทย์เป็นผู้แนะนำและสั่งจ่ายขนาดการใช้ยาที่ปลอดภัยและเหมาะสม
  • ควรรับประทานยานี้พร้อมหรือหลังอาหาร

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาไรโบฟลาวิน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาไรโบฟลาวินสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษาควรรับประทานยาไรโบฟลาวินให้ตรงเวลา

ไรโบฟลาวินมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ทางคลินิกพบว่าไม่ค่อยมีผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ต่างๆจากการใช้ยาไรโบฟลาวิน นอกจากจะทำให้มีอาการปัสสาวะเป็นสีเหลืองเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิด ปกติของร่างกายหลังการรับประทานยาไรโบฟลาวิน ไม่ว่าจะมาจากสูตรตำรับใดก็ตาม หรือเกิดอาการแพ้ยานี้ ควรต้องรีบนำตัวผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

มีข้อควรระวังการใช้ไรโบฟลาวินอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาไรโบฟลาวินเช่น

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาไรโบฟลาวินด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ไรโบฟลาวินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาไรโบฟลาวินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

  • การใช้ยาไรโบฟลาวินร่วมกับยา Tetracycline จะก่อให้เกิดการรบกวนการดูดซึมของยา Tetracycline จนส่งผลต่อประสิทธิภาพของการรักษา หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับ ขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นกรณีไป
  • การใช้ยาไรโบฟลาวินร่วมกับยารักษาอาการทางจิตประสาทเช่น Chlorpromazine อาจทำให้ระดับยาไรโบฟลาวินในร่างกายต่ำลง หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป
  • ยาไรโบฟลาวินสามารถลดฤทธิ์การรักษาของยาบางตัวที่นำมาใช้รักษาโรคมะเร็งได้เช่น Doxorubicin และ Methotrexate หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • การใช้ยาไรโบฟลาวินร่วมกับยาขับปัสสาวะกลุ่ม Thiazide สามารถเพิ่มการขับตัวยาไรโบฟลาวินออกจากร่างกายโดยผ่านไปกับปัสสาวะได้มากขึ้น หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน

ควรเก็บรักษาไรโบฟลาวินอย่างไร?

สามารถเก็บยาไรโบฟลาวินภายใต้อุณหภูมิห้องที่เย็น ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไรโบฟลาวินมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาไรโบฟลาวินที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Biovit B2 (ไบโอวิต บี2) Union Drug
G-VITAMIN-B2 (จี-วิตามิน-บี2 ) Gonoshasthaya Pharmaceuticals Limited (GPL)
RIBOSEEM (ไรโบซีม) Ibn Sina Pharmaceutical Ind. Ltd.
RIBOSINA (ไรโบซินา) Ibn Sina Pharmaceutical Ind. Ltd
RIBOSON (ไรโบซอน) Jayson Pharmaceuticals Ltd.
RIBOTAB (ไรโบแท็บ) Ziska Pharmaceuticals Ltd.
RIBOVIT(ไรโบวิต) Aexim Pharmaceutical Ltd
RIVIN (ริวิน) Supreme Pharmaceuticals Ltd

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Riboflavin [2015,Nov28]
  2. http://lpi.oregonstate.edu/mic/vitamins/riboflavin [2015,Nov28]
  3. http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-957-riboflavin%20(vitamin%20b2).aspx?activeingredientid=957&activeingredientname=riboflavin%20(vitamin%20b2) [2015,Nov28]
  4. http://www.drugs.com/ppa/riboflavin-vitamin-b2.html [2015,Nov28]
  5. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Biovit%20B2/ [2015,Nov28]
  6. https://umm.edu/health/medical/altmed/supplement-interaction/possible-interactions-with-vitamin-b2-riboflavin [2015,Nov28]
  7. http://www.bddrugs.com/product5.php?idn=719&prev=&prev1=&prev2= [2015,Nov28]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน 19321 bigboss47307 Izax hon monday000
Frame Bottom