Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

หัวใจและหลอดเลือด  ใยประสาท  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ชักแบบขาดแคลเซียม 

บทนำ

ยาแคลเซียมคลอไรด์ (Calcium chloride) เป็นสารประกอบประเภทเกลือชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นของแข็งสามารถละลายน้ำได้ดี โดยจะเกิดการแตกตัวของสารประกอบได้แคลเซียมไอออน(Calcium ion) ในทางคลินิกได้นำคุณสมบัตินี้มาเตรียมเป็นสูตรตำรับยาแผนปัจจุบันเป็นประเภทยาฉีดปราศจากเชื้อที่มีขนาดความเข้มข้น 10% เพื่อนำมาใช้รักษา

ทั้งนี้ยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์เมื่อถูกฉีดเข้ากระแสเลือดในระดับที่เหมาะสมจะทำหน้าที่รักษาสมดุลเกลือแคลเซียมของร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อและกระแสประสาททำงานได้อย่างปกติ

ยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์สามารถผ่านเข้ารกและซึมเข้าในน้ำนมของมารดาได้ ร่างกายสามารถขับเกลือแคลเซียมคลอไรด์ผ่านออกไปกับปัสสาวะและอุจจาระ บางส่วนอาจขับออกมากับเหงื่อทางผิวหนัง ผม และเล็บ

การฉีดยา/สารละลายของแคลเซียมคลอไรด์ต้องฉีดเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้าๆ ตัวยาอาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดดังกล่าวขยายตัวจนทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแสบร้อนในขณะที่ฉีดยา นอกจากนี้ยังอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงและไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต

การใช้ยาแคลเซียมคลอไรด์ในรูปแบบสารละลาย จะมีแต่ในสถานพยาบาลเท่านั้นและต้องใช้หัตถการทางการแพทย์ที่ถูกต้องเหมาะสมมาประกอบเมื่อต้องใช้ยากับผู้ป่วย

แคลเซียมคลอไรด์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

แคลเซียมคลอไรด์

ยา/ยาสารละลายแคลเซียมคลอไรด์มีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

แคลเซียมคลอไรด์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์มีกลไกการออกฤทธิ์ดังนี้

กรณีที่ระดับแคลเซียมในร่างกาย/ในเลือดต่ำ: เกลือแคลเซียมคลอไรด์จะเข้าไปสร้างสมดุลของประจุเกลือนี้ในกระแสเลือด อีกทั้งใช้เป็นแหล่งแคลเซียมสำรองให้กับหัวใจและเส้นใยประสาทโดยจะทำให้หัวใจหดตัวอย่างเหมาะสม และการส่งกระแสประสาทจากใยประสาทสามารถทำได้ต่อเนื่อง จากกลไกเหล่านี้จึงก่อให้เกิดฤทธิ์ในการรักษาตามสรรพคุณ

กลไกเพิ่มแรงบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ: โดยแคลเซียมไอออนจะเข้าไปในผนังเซลล์ของกล้ามเนื้อหัวใจและผ่านเข้าสู่ไซโตพลาสซึม (Cytoplasm, ส่วนประกอบของเซลล์ที่มีลักษณะเป็นน้ำที่มีน้ำ เกลือแร่ และสารต่างๆที่ใช้ในการดำรงชีวิตเช่น สารอาหารต่างๆเป็นส่วนประกอบ) ส่วนที่มีชื่อเฉพาะว่า ซาร์โคพลาสซึม (Sarcoplasm) ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการนำแคลเซียมไปใช้เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจให้ทำการหดตัวและทำงานได้อย่างปกติและต่อเนื่อง

การต้านพิษของแมกนีเซียม: โดยแคลเซียมจะไปขับแมกนีเซียมออกจากกระแสเลือดด้วยกระบวนการทางชีวเคมีทำให้เกลือแมกนีเซียมในเลือดลดต่ำลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ

แคลเซียมคลอไรด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาฉีด ความเข้มข้น 100 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ขนาดบรรจุ 10 มิลลิลิตร

แคลเซียมคลอไรด์มีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์มีขนาดการบริหารยา/การใช้ยาเช่น

  • ก่อนการให้ยานี้กับผู้ป่วย แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและคำนวณสัดส่วนของปริมาณยาที่ต้องให้กับผู้ป่วยอย่างเหมาะสม
  • การฉีดสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ขนาดความเข้มข้น 10% จะต้องฉีดทางหลอดเลือดดำอย่างช้าๆหรือในอัตราความเร็วไม่เกิน 1 มิลลิลิตร/นาที
  • กรณีที่ต้องการกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ให้ฉีดยาเข้าที่โพรงหัวใจห้องล่าง (Ventricular cavity) และห้ามฉีดเข้ากล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง
  • จะเป็นการดีหากทำให้ยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์มีอุณหภูมิก่อนฉีดเท่ากับอุณหภูมิของร่างกาย

ก. ขนาดที่ฉีดเข้าโพรงหัวใจห้องล่างเพื่อกระตุ้นการทำงานของหัวใจ:

  • ผู้ใหญ่: ฉีดยานี้ขนาด 200 - 800 มิลลิกรัม
  • เด็ก: ฉีดยานี้ขนาด 0.2 มิลลิลิตร/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

ข. ขนาดที่ฉีดยานี้เข้าหลอดเลือดดำเพื่อบำบัดภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ:

  • ผู้ใหญ่: ฉีดยาขนาด 500 – 1,000 มิลลิกรัมในช่วง 1 - 3 วัน ทั้งนี้ขนาดยาและระยะเวลาที่ใช้รักษาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยและต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์
  • เด็ก: ฉีดยาขนาด 0.2 มิลลิลิตร/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ขนาดการใช้ยาสูงสุดอยู่ในช่วง 1 - 10 มิลลิลิตร/วัน

ค. เพื่อรักษาอาการพิษจากแมกนีเซียม:

  • ผู้ใหญ่: ฉีดยาขนาด 500 มิลลิกรัมโดยทันที และสังเกตอาการตอบสนองของผู้ป่วยก่อนจะพิจารณาใช้ยาแคลเซียมคลอไรด์อีกครั้งตามดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา
  • เด็ก: ขนาดการใช้ยาเพื่อรักษาอาการพิษจากแมกนีเซียมของเด็ก ต้องเป็นไปตามความเห็นของแพทย์ผู้รักษาโดยพิจารณาการรักษาเป็นกรณีไป

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

แคลเซียมคลอไรด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อา การข้างเคียง) ดังนี้เช่น

มีข้อควรระวังการใช้แคลเซียมคลอไรด์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาแคลเซียมคลอไรด์ เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่แพ้ยานี้
  • ห้ามฉีดยานี้เข้าหัวใจในขณะมีหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Ventricular fibrillation)
  • ห้ามฉีดยานี้เข้ากล้ามเนื้อด้วยจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างมาก
  • ควรทำให้สารละลายแคลเซียมคลอไรด์มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิของร่างกายก่อนฉีดให้ผู้ป่วย
  • การฉีดยานี้ควรกระทำอย่างช้าๆเพื่อลดอาการระคายเคือง อีกทั้งเป็นการป้องกันมิให้ความเข้มข้นของเกลือแคลเซียมในหัวใจสูงมากเกินไปจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายขึ้นได้
  • การใช้ยาในสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร จะต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

แคลเซียมคลอไรด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาแคลเซียมคลอไรด์อย่างไร?

ควรเก็บยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์ในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส(Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น ห้ามใช้ยาที่มีสภาพเปลี่ยนไปจากเดิมเช่น เกิดตะกอนหรือมีสีที่เปลี่ยนไปจากเดิม และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

แคลเซียมคลอไรด์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยา/สารละลายแคลเซียมคลอไรด์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าและบริษัทผู้ผลิต เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Calcium Chloride Injection USP 10% (แคลเซียมคลอไรด์ อินเจ็คชั่น ยูเอสพี 10%)IMS

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Calcium_chloride#Medicine [2015,Oct3]
  2. http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/medicine/essential/list/47#item-8433 [2015,Oct3]
  3. http://www.drugs.com/pro/calcium-chloride.html [2015,Oct3]
  4. http://www.mims.com/THAILAND/Home/GatewaySubscription/?generic=Calcium+chloride [2015,Oct3]
  5. http://www.drugs.com/sfx/calcium-chloride-side-effects.html [2015,Oct3]
  6. http://www.drugs.com/drug-interactions/calcium-chloride-with-cardoxin-474-0-883-3379.html [2015,Oct3]
  7. http://www.drugs.com/drug-interactions/calcium-chloride-with-rocephin-474-0-557-281.html [2015,Oct3]
  8. https://www.medicines.org.uk/emc/medicine/4964#PHARMACODYNAMIC_PROPS [2015,Oct3]
  9. http://phamacy.nkh.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=47:2011-12-27-03-34-24&catid=34:2011-12-27-02-03-03&Itemid=2 [2015,Oct3]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom