Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด 

บทนำ

โรคสมองขาดเลือดมาเลี้ยงชั่วคราว หรือเรียกย่อว่า โรคทีไอเอ (TIA,Transient ischemic attack) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าโรคอัมพฤกษ์ คือ อาการที่ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางสมองแล้วหายเองได้ ซึ่งอาการดังกล่าว ปัจจุบันถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือด หรือโรคอัมพาต

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค TIA เพราะคนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ TIA หลายประเด็น ส่งผลต่อการรักษาและอาจก่อให้ เกิดความพิการหรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตตามมาได้

โรค TIA คืออะไร?

โรค TIA หรือ โรคอัมพฤกษ์ คือ โรคที่เกิดจากสมองสูญเสียหน้าที่ชั่วคราว โดยเกือบทั้งหมดเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียงชัวคราว มีส่วนน้อยมากๆที่เกิดจากหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งอาการส่วนใหญ่จะผิดปกตินานประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง โดยทุกคนจะหายเป็นปกติภายระยะเวลาประมาณใน 24 ชั่วโมง

อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดโรค TIA?

สาเหตุของโรค TIA คือ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเป็นการชั่วคราว โดยมักเกิดจากหลอดเลือดสมองที่แข็งตัว หรือตีบแคบ (โรคหลอดเลือดแดงแข็ง) ร่วมกับมีการไหลเวียนของเลือดที่ลดลงชั่วคราว หรือเกิดจากมีลิ่มเลือดจากหัวใจขนาดเล็กหลุดมาอุดหลอดเลือดในสมอง ส่วนน้อยมากๆที่เกิดจากหลอดเลือดขนาดเล็กในสมองแตก

ใครมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดสมองขาดเลือดชั่วคราว?

ปัจจัยเสี่ยงของโรค TIA คือ ปัจจัยเสี่ยงเดียวกับการเกิดโรคอัมพาต ได้แก่

อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจาก TIA มีอะไรบ้าง?

อาการผิดปกติที่พบจาก TIA ก็เหมือนอาการของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่

  • แขน ขา อ่อนแรง ด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย
  • ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท
  • พูดไม่ชัด พูดลำบาก นึกคำพูดไม่ออก
  • วิงเวียนศีรษะ เดินเซ มองเห็นภาพซ้อน
  • โรค TIA มีอันตรายหรือไม่?

    ถึงแม้ว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ จะหายได้เอง แต่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ป่วยเป็นโรค TIA นี้มีโอกาสเกิดเป็นโรคอัมพาตจากโรคสมองขาดเลือด สูงถึง 1 ใน 3 ใน 1 เดือน หลังจากเกิดโรค TIA

    แพทย์วินิจฉัยได้อย่างไรว่าเป็น TIA?

    ด้วยโรค TIA นั้น มีโอกาสเป็นอัมพาตได้สูงและที่สำคัญคือ ในขณะที่มีอาการนั้น เราไม่ทราบว่าจะเป็น TIA หรือกลายเป็นอัมพาต การรักษาโรคอัมพาตปัจจุบันนั้นที่เป็นมาตรฐานคือ ควรต้องรักษาภายใน 270 นาทีหลังเกิดอาการ (หรือที่เรียกว่า นาทีชีวิต หรือ Stroke Fast Track) ถ้าผู้ป่วยรอสังเกตอาการ ว่าจะหายหรือไม่หาย ถ้าไม่หายมาพบแพทย์ก็อาจมาช้าเกิน ไป ดังนั้น ถ้ามีอาการผิดปกติดังกล่าวในหัวข้อ อาการ ก็ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

    แพทย์วินิจฉัยได้อย่างไรว่าเป็น TIA?

    แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรค TIA จากประวัติผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติ การตรวจวัดสัญ ญาณชีพ (ความดันโลหิต การตรวจจับชีพจร อัตราการหายใจ และอุณหภูมิของร่างกาย) และการตรวจร่างกายทางระบบประสาท เช่น แขนขาอ่อนแรงด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว โดยอาการผิดปกตินั้นเป็นนานประมาณ 30-60 นาที ถ้านานกว่านั้นก็ไม่เกิน 24 ชั่ว โมง และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผิดปกติของผู้ป่วยที่แพทย์ตรวจพบและดุลพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจเลือดดูปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น น้ำตาลในเลือด และ/หรือค่าไข มันในเลือด และการตรวจภาพสมองและ/หลอดเลือดสมองด้วย เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเอมอาร์ไอ

    มีวิธีรักษาโรค TIA อย่างไร?

    การรักษาโรค TIA คือ การให้ทานยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือดขึ้นอยู่กับสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค รวมทั้งการรักษาปัจจัยเสี่ยงข้างต้นที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยงถ้าผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยง เช่น รักษาควบคุมโรคเบาหวาน เป็นต้น

    ผู้ป่วยโรค TIA คนไหนที่มีโอกาสเป็นโรคอัมพาต?

    จากเครื่องมือคัดกรองที่เรียกว่า ABCD2 Score มีการทำนายได้ค่อนข้างแม่นยำว่า ใครที่เมื่อเกิดอาการจาก TIA แล้ว มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิด อัมพาต ซึ่งเครื่องมือคัดกรองนี้ ประ กอบด้วย 5 ปัจจัยสำคัญ ดังต่อไปนี้

    1. Age: อายุ มากกว่า 60 ปี
    2. Blood pressure: ความดันโลหิตสูง มากกว่า 140/90 มม.ปรอท
    3. Clinical sign/อาการผิดปกติที่เกิดขึ้น: มีความผิดปกติทางระบบประสาท คือ แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด พูดลำบาก
    4. Duration: ระยะเวลาที่มีอาการนานเท่าไหร่ ยิ่งมีอาการอยู่นาน ปัจจัยเสี่ยงยิ่งสูง
    5. Diabetes: เป็นโรคเบาหวาน

    ทั้งนี้โดย

    • อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมีค่า 1 คะแนน
    • ความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มก.ปรอท มีค่า 1 คะแนน
    • ความผิดปกติทางระบบประสาท
    • ระยะเวลาที่เกิดอาการ
      • ถ้าสั้นกว่า 10 นาที มีค่า 0 คะแนน
      • 10 – 59 นาที มีค่า 1 คะแนน
      • ตั้งแต่ 60 นาที มีค่า 2 คะแนน

    ถ้ารวมคะแนนทั้งหมดแล้ว ค่าคะแนนสูง ยิ่งมีโอกาสเกิดโรคอัมพาตได้สูง

    หลังจากไปพบแพทย์แล้วก็ปกติดี ควรดูแลสุขภาพอย่างไร?

    การดูแลสุขภาพในผู้ป่วย TIA เหมือนกับการดูแลผู้ป่วยเป็นอัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง) เลยครับ คือ

    ต้องรับประทานยาต้านเกล็ดเลือดหรือไม่?

    ในโรค TIA จำเป็นต้องรับประทานยาต้านเกล็ดเลือด เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการซ้ำ และลดโอกาสเกิดอัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง)

    ปัจจุบันมีการศึกษา ยืนยันประสิทธิภาพยาแอสไพริน (Aspirin) คู่กับยาโคลพิโดเกล (Clopidogrel) โดยใช้ยานานประมาณ 90 วันนับจากเกิดอาการ และหลังจากนั้นทานแอสไพรินวันละ 1 เม็ด ขนาด 81 มิลลิกรัมตลอดไป

    เมื่อท่านทราบอย่างนี้แล้วอย่านิ่งนอนใจนะครับ ถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบไปโรงพยาบาลพบแพทย์ทันที

    ป้องกันโรค TIA ได้อย่างไร?

    การป้องกันโรค TIA คือ การควบคุมดูแลรักษาปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยงให้ดี และถ้ามีอาการผิดปกติดังกล่าวในหัวข้อ อาการ ต้องรีบมาโรงพยาบาลพบแพทย์



    สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Nuthonda11 phatan
    Frame Bottom