Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ยารักษาตรงเป้า 

บทนำ

ยารักษามะเร็งในแบบดั้งเดิม (ยาเคมีบำบัด/Chemotherapy) เป็นยาที่มีความสามารถในการยับยั้งการเติบโตแบ่งตัวของเซลล์โดยเฉพาะเซลล์ที่แบ่งตัวได้เร็วเช่น เซลล์มะเร็ง แต่กระนั้นยาเคมีบำบัดไม่มีความจำเพาะต่อเซลล์มะเร็งจึงทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติกลุ่มอื่นที่มีความสามารถในการแบ่งตัวได้รวดเร็วเช่นกันเช่น เซลล์ผม เซลล์เยื่อเมือกบุช่องปาก และเซลล์เยื่อเมือกบุลำไส้ จึงก่อให้เกิดผลข้างเคียงมาก

การศึกษาเรื่องมะเร็งได้ความก้าวหน้าไปมากเป็นการศึกษาระดับเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การส่งสัญญาณ และการแบ่งตัวของเซลล์ พบว่าเอนไซม์ที่ชื่อ ไทโรซีนไคเนส (Tyrosine Kinases) มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณภายในเซลล์มะเร็งเพื่อให้เกิดการแบ่งตัว จึงเกิดการพัฒนายาเพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์นี้เพื่อลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง

ทั้งนี้ “กลุ่มยายับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส/ยายับยั้งไทโรซีนไคเนส(Thyrosine kinase inhibitor ย่อว่า TKI/ทีเคไอ)” แต่ละขนานก็มีความสามารถในการจับตัวกับกลุ่มเซลล์ตามอวัยวะต่างๆในร่างกายได้แตกต่างกัน

ปัจจุบันยายับยั้งไทโรซีนไคเนสจัดเป็นยาควบคุมพิเศษตามพระราชบัญญัติยาของไทย จึงต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลจากแพทย์เฉพาะทางโรคมะเร็ง

ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ยายับยั้งไทโรซีนไคเนส

กลุ่มยาออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส/ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้แตกต่างกันไปตามความจำเพาะหรือตามความสามารถในการจับกับตัวรับ (Receptor) ของยากลุ่มนี้ดังต่อไปนี้เช่น

ก. มะเร็งปอดขั้น/ระยะรุนแรงเช่น ยาคริสออททินอิบ (Crizotinib), และมะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวโต (Non-small Cell Lung Cancer) ระยะแพร่กระจายเช่น ยาอะฟาทินิบ (Afatinib) ยาเออร์โลทินิบ (Erlotinib) ยาเจทฟิทอินิบ (Getfitinib)

ข. มะเร็งไตขั้นรุนแรง (Advanced Kidney Cancer) เช่น ยาอะซิทินิบ (Axitinib) ยาซูนิทินิบ (Sunitinib), หรือรักษามะเร็งไตระยะแพร่กระจาย (Metastasis) เช่น ยาพาซออฟแอนอิบ (Pazopanib) ยาโซราเฟนิบ (Sorafenib)

ค. มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukaemia) เช่น ยาโบซูทินิบ (Bosutinib) ยาดาซแอทอินิบ (Dasatinib) ยาอิมาทินิบ (Imatinib) ยานิโลทินิบ (Nilotinib)

ง. มะเร็งตับอ่อนเช่น เออร์โลทินิบ (Erlotinib)

จ. มะเร็งเต้านมระยะรุนแรง (Advanced Breast Cancer) เช่น ยาลาพาทินิบ (Lapatinib)

ฉ. มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Bowel Cancer) และเนื้องอก/มะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กชนิดเกี่ยวโยงกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เรียกว่า เนื้องอกจีสต์หรือมะเร็งจีสต์ (Gastro intestinal stromal tumor ย่อว่า GIST/จีสต์) เช่น ยาเรกออร์แอฟเอนิบ (Regorafenib)

ช. มะเร็งตับเช่น ยาโซราเฟนิบ (Sorafenib)

ซ. มะเร็งต่อมไทรอยด์เช่น ยาโซราเฟนิบ (Sorafenib)

ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

เอนไซม์ไทโรซีนไคเนส (Tyrosine Kinases) เป็นเอนไซม์ที่มีความสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของสารโปรตีนภายในเซลล์โดยผ่านการส่งสัญญาณในแบบต่างๆ ซึ่งปกติแล้วปัจจัย สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์คือ มีสัญญาณหรือมีฮอร์โมนมากระตุ้นตัวรับที่ผิวเซลล์ ตัวรับที่ผิวเซลล์จะส่งสัญญาณไปยังสารภายในเซลล์เพื่อให้เริ่มต้นการสังเคราะห์โปรตีน เพื่อให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ต่อไป

เซลล์มะเร็งซึ่งเป็นเซลล์ที่เกิดจากการแบ่งตัวอย่างผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย ทำให้เกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วต่อเนื่องของเซลล์และไม่อยู่ในการควบคุม การยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนจะทำให้สัญญาณการกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ซึ่งอาจส่งมาจากภายนอกเซลล์เช่น โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone; ฮอร์โมนการกระตุ้นการเจริญเติบโต) จะถูกขัดขวางเนื่องจากจะไม่เกิดการส่งสัญญาณต่อเข้าไปภายในเซลล์เพื่อเซลล์เกิดการแบ่งตัว จึงทำให้สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

ยาในกลุ่มยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนสนี้มีความจำเพาะต่อชนิดของโกรทฮอร์โมนต่อตัวรับ และต่อชนิดของเซลล์มะเร็งที่แตกต่างกันออกไป ทำให้มีการพัฒนาเป็นหลายตัวยาซึ่งใช้รักษาชนิดของมะเร็งที่แตกต่างกันไปเช่น มะเร็งปอด มะเร็งไต มะเร็งเต้านม

ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาในกลุ่มออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส/ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีรูปแบบจัดจำ หน่ายในประเทศไทยดังต่อไปนี้เช่น

1. ยาอะฟาทินิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาเม็ด ขนาดความแรง 20, 30 และ 40 มิลลิกรัมต่อ เม็ด

2. ยาอะซิทินิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาเม็ด ขนาดความแรง 1 และ 5 มิลลิกรัมต่อเม็ด

3. ยาคริสออททินอิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์แคปซูลชนิดรับประทาน ขนาดความแรง 200 และ 250 มิลลิกรัมต่อเม็ด

4. ยาดาซแอทอินิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาเม็ด ขนาดความแรง 20, 50, 70 และ 100 มิลลิ กรัมต่อเม็ด

5. ยาเออร์โลทินิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาเม็ดเคลือบฟิล์ม ขนาดความแรง 25, 100, 150 และ 100 มิลลิกรัมต่อเม็ด

6. ยาอิมาทินิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาเม็ด ขนาดความแรง 100 และ 400 มิลลิกรัมต่อเม็ด

7. ยาลาพาทินิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาเม็ด ขนาดความแรง 250 มิลลิกรัมต่อเม็ด

8. ยานิโลทินิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์แคปซูลชนิดรับประทาน ขนาดความแรง 150 และ 200 มิลลิกรัมต่อเม็ด

9. ยาพาซออฟแอนอิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาเม็ด ขนาดความแรง 200 และ 400 มิลลิ กรัมต่อเม็ด

10. ยาเรกออร์แอฟเอนิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาเม็ดเคลือบฟิล์ม ขนาดความแรง 40 มิลลิกรัมต่อเม็ด

11. ยาโซราเฟนิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์ยาเม็ด ขนาดความแรง 200 และ 400 มิลลิ กรัมต่อเม็ด

12. ยาซูนิทินิบ เป็นรูปแบบเภสัชภัณฑ์แคปซูลชนิดรับประทาน ขนาดความแรง 12.5 มิลลิกรัมต่อเม็ด

ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีขนาดรับประทานหรือวิธีใช้ยาอย่างไร?

ยาในกลุ่มออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส/ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีขนาดการใช้ยาขึ้นกับข้อบ่งใช้ อาการและการดำเนินของโรค สมรรถภาพของไตและตับ ซึ่งจะแตกต่างเป็นกรณีไป ดังนั้นการเลือกใช้ชนิดยาและขนาดยาจึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์ผู้ทำการรักษา ในการกำหนดชนิด/ขนาดยาที่เหมาะสมต่อผู้ป่วยเฉพาะรายไป

ยาในกลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่เป็นยารับประทานในขณะท้องว่างคือ รับประทานก่อนอาหารประ มาณ 1 ชั่วโมงหรือหลังรับประทานอาหารประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยควรปรึกษาเภสัชกรถึงวิธีการรับประทานยาที่ถูกต้องขณะรับยานี้

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยายับยั้งไทโรซีนไคเนส ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและ เภสัชกรเช่น

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้วหากลืมรับประทานยายับยั้งไทโรซีนไคเนสให้รับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากใกล้เวลาทานยามื้อถัดไปแล้ว (ในระยะเวลา 12 ชั่วโมงก่อนมื้อยาถัดไป) ให้ข้ามยามือที่ลืมไป และให้ทานมื้อยาถัดไปตามปกติโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรสอบถามกรณีเช่นนี้ล่วงหน้าจากเภสัชกรทุกครั้งเมื่อรับยานี้ เนื่องจากยานี้แต่ละชนิดอาจมีวิธีรับประทานพิเศษหรือแตกต่างจากคำแนะนำข้างต้น

ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

กลุ่มยาออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส/ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์) เช่น ท้องเสีย อาจพบผิวหนังมีผื่นขึ้นเนื่อง จากผิวหนังอาจไวต่อแสงอาทิตย์/แสงแดดมากขึ้น การทาครีมหรือผลิตภัณฑ์กันแดดก่อนออกจากที่ร่มอาจช่วยได้

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยอาจมีแผลในปาก เกิดการติดเชื้อที่เล็บหรือเล็บเปลี่ยนสี ผู้ป่วยบางส่วนอาจรู้สึกไม่อยาอาหารและน้ำหนักลด อ่อนเพลีย ผมร่วง มีนงง ปวดแปลบๆเหมือนถูกไฟช็อต (ปวดที่เส้นประสาท) ที่แขน ขา มือ เท้า นอนไม่หลับ มีอาการร้อนวูบวาบ หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้นหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบ/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

กลุ่มยาออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนสอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง เช่น ไออย่างหนักร่วมกับหายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก และตัวร้อนโดยอาจมีไข้หรือไม่มีไข้ก็ได้ มีการมองเห็นที่เปลี่ยนไป หรือรู้สึกว่าตาไวต่อแสงอย่างผิดปกติ/ตาสู้แสงไม่ได้ เกิดผื่นหรือผิวหนังลอก (มักเกิดที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า) มีอาการเหมือนดีซ่าน (ตัวเหลืองและตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง) มีอาการบวม ปวด และลอกของผิวหนังบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า ปวดท้อง/ปวดเกร็งอย่างรุนแรง อาจมีอาการเหมือนติดเชื้อกล่าวคือ มีไข้ ไม่สบายตัว เจ็บคอ หรือมีสัญญาณเหมือนมีเลือดออกเช่น เกิดจ้ำห้อเลือด ถ่ายอุจจาระมีสีดำเข้มและเหนียว หรืออาเจียนมีเลือดปนหรือมีสีน้ำตาลกาแฟ หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นให้รีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันที

หากรับประทานยานี้แล้วเกิดอาการแพ้ยาเช่น มีผื่นคันขึ้นตามตัว ใบหน้า ริมฝีปาก หรือเปลือกตา/หนังตาบวม หายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก ให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันทีฉุกเฉิน

กลุ่มยาออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนสอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ หากเกิดอาการใดๆหรือรู้สึกผิดไปจากปกติภายหลังการเริ่มยานี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ/ไปโรงพยาบาลทันที อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรตระหนักว่าการที่แพทย์สั่งใช้ยานี้เนื่องจากแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่ายานี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าโทษหรือการได้รับผลข้างเคียงจากยา ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้ส่วนมากมีพบว่าเกิดอาการไม่พีงประสงค์ชนิดรุนแรงได้ ผู้ป่วยจึงควรเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และรีบแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบ/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดหากเกิดอาการรุนแรงดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

มีข้อควรระวังการใช้ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสเช่น

  • ไม่ใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่แพ้ยาหรือแพ้สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของยานี้
  • ไม่ควรใช้ยานี้กับหญิงตั้งครรภ์หรือกำลังอยู่ในช่วงระหว่างการให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนโดยเฉพาะวัคซีนเชื้อเป็น/เชื้อยังมีชีวิต (Live Vaccines) ทั้งในขณะกำลังใช้ยานี้และภายหลังหยุดการใช้ยาไปแล้วอย่างน้อยอีก 6 เดือน
  • แพทย์อาจพิจารณาตรวจปริมาณเม็ดเลือด (CBC, Complete Blood Count) เป็นระยะเพื่อประเมินผลข้างเคียงจากการใช้ยานี้
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง: ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยายับยั้งไทโรซีนไคเนส) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

กลุ่มยาออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส/ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีปฏิกิริยาระหว่าง ยากับยาบางชนิด ซึ่งโดยทั่วไปยาในกลุ่มนี้อาจทำให้ระดับภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายหรือ ระดับเม็ดเลือดขาวในเลือดลดลง ผู้ป่วยควรงดการรับวัคซีนโดยเฉพาะชนิดวัคซีนเชื้อเป็นเพราะอาจก่อโรคจากวัคซีนได้

นอกจากนี้ยาอื่นบางชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อตับเช่น ยาเลฟลูโนไมด์ (Leflunomide) ซึ่งหากใช้ ร่วมกับยาในกลุ่มยายับยั้งไทโรซีนไคเนสอาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดพิษต่อตับ/ตับอักเสบรุนแรงได้

ระหว่างการใช้ยาในกลุ่มยายับยั้งไทโรซีนไคเนส ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ ทุกครั้งว่า ผู้ป่วยกำลังใช้ยาอื่นอะไรอยู่บ้างทั้งขณะรับยานี้หรือขณะรับยาอื่นๆทั้งนี้เพื่อป้องกันปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้นได้

ควรเก็บรักษายายับยั้งไทโรซีนไคเนสอย่างไร?

ควรเก็บรักษายายับยั้งไทโรซีนไคเนสดังนี้เช่น

  • เก็บยาในภาชนะดั้งเดิมของผู้ผลิต ปิดฝาภาชนะให้แน่น และเก็บให้พ้นมือเด็กและ สัตว์เลี้ยง
  • หลีกเลี่ยงการเก็บยาในบริเวณที่มีความชื้นสูงเช่น บริเวณใกล้ห้องน้ำหรือในตู้เย็น ไม่ควรนำสารดูดความชื้นที่ผู้ผลิตใส่ไว้ในภาชนะของผลิตภัณฑ์ออกจากภาชนะหากผู้ผลิตได้บรรจุไว้
  • เก็บภาชนะบรรจุยานี้ในอุณหภูมิห้อง

ยายับยั้งไทโรซีนไคเนสมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาในกลุ่มออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส/ยายับยั้งไทโรซีนไคเนส มียาชื่อการค้า อื่นและบริษัทผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายในประเทศไทยดังต่อไปนี้เช่น

บรรณานุกรม

  1. Hartmann JT1, Haap M, Kopp HG, Lipp HP. Tyrosine kinase inhibitors - a review on pharmacology, metabolism and side effects. Curr Drug Metab. 2009 Jun;10(5):470-81
  2. Arora A1, Scholar EM. Role of tyrosine kinase inhibitors in cancer therapy. J Pharmacol Exp Ther. 2005 Dec;315(3):971-9. Epub 2005 Jul 7
  3. American Pharmacists Association. Drug Information Handbook with International Trade Names. 23;:2014
  4. Types of Chemotherapy Agents and Regimens; Tyrosine Kinase Inhibitors. http://chemoth.com/types/kinaseinhibitors [2016,Jan16]
  5. Cancer growth blockers http://www.cancerresearchuk.org/about-cancer/cancers-in-general/treatment/biological/types/cancer-growth-blockers#tki [2016,Jan16]
  6. Yaish P, Gazit A, Gilon C, Levitzki A. (1988). "Blocking of EGF-dependent cell proliferation by EGF receptor kinase inhibitors.". Science 242 (4880): 933–935
  7. เว็บไซต์คณะกรรมการอาหารและยา ส่วนสืบค้นผลิตภัณฑ์ข้อมูลยา http://wwwapp1.fda.moph.go.th/consumer/conframe.asp [2016,Jan16]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน admin1 bigbookkung
Frame Bottom