Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อวัยวะเพศชาย  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ชาย 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ก้อนเนื้อ  แผลเรื้อรังที่อวัยวะเพศชาย  ก้อน  แผลที่อวัยวะเพศชาย 

บทนำ

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย (Penile cancer หรือ Penile carcinoma) เป็นมะเร็งที่เกิดกับ ผิวหนังที่ห่อหุ้มตัวอวัยวะเพศ (องคชาต) และ/หรือกับเยื่อเมือกของอวัยวะเพศในส่วนหัว (Glans) คือส่วนที่ผิวหนังห่อหุ้มอยู่และเมื่อดึงเปิดขึ้น จึงเห็นเนื้อเยื่อส่วนนี้ (กายวิภาคและสรีร วิทยาอวัยวะสืบพันธุ์ชาย) ซึ่งเกือบทั้งหมดของโรคมะเร็งอวัยวะเพศชายจะเกิดในเนื้อเยื่อเมือกในส่วนนี้

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชายพบได้น้อยในประเทศที่เจริญแล้ว เช่น ในยุโรปและสหรัฐ อเมริกา เพียงประมาณ 0.4-0.6% ของมะเร็งทั้งหมดของเพศชาย แต่จะพบโรคได้สูงในประ เทศที่กำลังพัฒนาและยังไม่พัฒนา เช่น ในเอเชีย อัฟริกา และลาตินอเมริกา โดยพบได้สูงถึงประมาณ 20-30% ของโรคมะเร็งทั้งหมดของเพศชาย เช่น ในอินเดียพบโรคนี้ได้ประมาณ 0.7 -3 รายต่อประชากรชาย 100,000 คนต่อปี ส่วนในบราซิลพบได้ประมาณ 8.3 รายต่อประชากรชาย 100,000 คนต่อปี ส่วนในประเทศไทย ช่วงปีพ.ศ. 2544-2546 พบโรคนี้ 1.2 รายต่อประ ชากรชาย 100,000 คนต่อปี อย่างไรก็ตาม พบว่าขณะนี้ อัตราเกิดโรคนี้ในประชากรโลกค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่องมาประมาณ 3 ทศวรรษแล้ว โดยเชื่อว่าเกิดจากการที่ผู้คนรู้จักดูแลสุขอนา มัยของตนเองและของอวัยะเพศได้ดีขึ้น

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย เป็นโรคของผู้ใหญ่ อายุ 40 ปีขึ้นไป โดยพบโรคได้สูงขึ้นตามอายุที่มากขึ้น ซึ่งมีบางการศึกษารายงานว่า พบโรคนี้ได้ประมาณ 7% ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และประมาณ 22% ในชายอายุต่ำกว่า 40 ปี

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชายมีกี่ชนิด?

มะเร็งอวัยวะเพศชาย

เซลล์ของเนื้อเยื่อของอวัยวะเพศชาย เป็นเซลล์อยู่ในกลุ่มเดียวกับเซลล์ผิวหนัง ดังนั้นโรคมะเร็งของอวัยวะเพศชายจึงเป็นชนิดเดียวกับของโรคมะเร็งผิวหนัง แต่ที่พบเป็นมะเร็ง เกือบทั้งหมดจะเป็นเซลล์ของเยื่อบุผิว (Epithelium) และของเยื่อเมือก (Mucosa) ซึ่งเป็นมะ เร็งชนิดสะความัส (Squamous cell carcinoma) ดังนั้นโดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึงโรคมะเร็งของอวัยวะเพศชาย จึงหมายถึง โรคมะเร็งชนิดนี้ ซึ่งรวมทั้งในบทความนี้ด้วย

อนึ่ง โรคมะเร็งชนิดอื่นที่พบได้น้อยมากที่เกิดกับอวัยวะเพศชาย เช่น มะเร็งผิวหนังชนิดต่างๆ(เช่น มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา และชนิด Basal cell carcinoma) มะเร็งชนิด Adenocarcinoma และ ชนิด Sarcoma

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชายเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน ชัดเจนของการเกิดโรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย แต่พบมีปัจจัยเสี่ยง คือ

  • ไม่ได้ขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ (Circumcision) ทั้งนี้ ยังขึ้นกับอายุที่ขริบด้วย โดยมีการศึกษาพบว่า เมื่อขริบตั้งแต่แรกเกิด มักไม่พบการเกิดโรคมะเร็งนี้เลย เมื่อขริบช่วงอายุ 3-12 ปีพบเป็นโรคมะเร็งนี้ได้ 0.15% แต่เมื่อขริบในอายุที่สูงกว่านี้ หรือไม่ได้ขริบ พบโรคมะเร็งนี้ได้ 3.1% ทั้งนี้ยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไม แต่มีผู้พยายามอธิบายว่า อาจเกี่ยวกับสารขี้เปียก (Smegma) ซึ่งสร้างจากผิวหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ มีหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นต่อ ส่วนหัวของอวัยวะเพศ อาจเกิดการสะสมก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ และ/หรือก่อการระคายเคืองต่ออวัยวะเพศส่วนหัวนี้เรื้อรัง จนเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไปเป็นเซลล์มะเร็ง (เมื่อทำความสะอาดได้ไม่ดีพอจนเกิดการสะสมของสารนี้ใต้ผิวหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ) ดังนั้นเมื่อได้รับการขริบออกตั้งแต่แรก จึงลดการเกิดสารขี้เปียกลง และลดการหมักหมมของเชื้อโรค
  • มีหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบ (Phimosis) ซึ่งสาเหตุที่เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งนี้ยังไม่ทราบชัดเจน แต่เชื่อว่า เมื่อมีการตีบเกิดขึ้น การทำความสะอาดบริเวณส่วนหัวของอวัยวะเพศทำได้ยากจึงเกิดการสะสมของแบคทีเรียและสารขี้เปียก ดังกล่าวแล้ว
  • การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีของอวัยวะเพศ (HPV, Human papilloma virus, ไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก)
  • การติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) หรือโรคเอดส์
  • การสูบบุหรี่ จากการที่เซลล์ต่างๆได้รับสารพิษจากควันบุหรี่
  • จากแสง และ/หรือ ยาบางชนิด ที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน
  • อายุ โดยพบว่า 4 ใน 5 ของผู้ป่วยโรคมะเร็งนี้ อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชายมีอาการอย่างไร?

อาการพบบ่อยของโรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย คือการมีก้อนเนื้อ หรือแผลเรื้อรังในบริเวณอวัยวะเพศ (แผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์หลังการรักษาแผลด้วยวิธีดูแลแผลทั่วไป) อาจร่วม กับมีอาการเจ็บแผลหรือไม่ก็ได้ แผลอาจมีลักษณะอักเสบ หรือคล้ายหงอนไก่ หรือดอกกะหล่ำ อาจเกิดหนองและ/หรือมีสารคัดหลั่ง มีกลิ่น มักมีเลือดออกได้ง่าย อวัยวะเพศส่วนนั้นจะบวม โดยการแข็งตัวของอวัยวะเพศอาจยังคงเป็นปกติได้

เมื่อโรคลุกลาม จะคลำได้ต่อมน้ำเหลืองขาหนีบโต อาจเจ็บ อาจคลำได้ ต่อมเดียว หรือ หลายต่อม อาจคลำได้เพียงที่ขาหนีบข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งเมื่อต่อมน้ำ เหลืองโต อาจแตกเป็นแผลเปื่อยเน่า และมักก่อให้เกิดถุงอัณฑะและขาทั้งสองข้างบวมโต

อนึ่ง ในบางครั้ง อาจมีอาการนำมาก่อนเกิดแผลหรือก่อนเกิดก้อนเนื้อบริเวณหัวของอวัยวะเพศ คือ การเกิดฝ้าแดง (Erythroplakia, สีผิวที่เกิดเป็นสีแดงเป็นปื้น เป็นหย่อมๆ คล้ายกับฝ้าบนผิวหน้า แต่เป็นสีแดง ไม่เจ็บ ไม่คัน) หรือบางครั้ง (พบได้น้อยกว่า) อาจเป็นฝ้าขาว (Leucoplakia, ฝ้าลักษณะเดียวกับฝ้าแดง แต่มีสีขาว) ซึ่งเมื่อพบฝ้าเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เนื่องจากฝ้าเหล่านี้จะกลายเป็นมะเร็งได้ โดยเฉพาะฝ้าแดง

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งอวัยวะเพศชายได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งอวัยวะเพศชายได้จาก ประวัติอาการ ประวัติโรคติดต่อทางเพศ สัมพันธ์ การตรวจร่างกาย การตรวจอวัยวะเพศ และการตรวจคลำต่อมน้ำเหลืองขาหนีบ แต่ที่ให้ผลแน่นอน คือ การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อ/แผลเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

ภายหลังผลชิ้นเนื้อระบุเป็นมะเร็ง การตรวจเพิ่มเติม คือ การตรวจเพื่อประเมินระยะโรค และเพื่อประเมินสุขภาพของผู้ป่วย โดยทั่วไปมักเป็นการตรวจภาพช่องท้อง หรือช่องท้องน้อย(อุ้งเชิงกราน) ด้วยอัลตราซาวด์ และ/หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูการลุกลามเข้าต่อมน้ำ เหลืองในช่องท้อง และในช่องท้องน้อย การตรวจเลือด ซีบีซี (CBC) การตรวจเลือดดูค่าน้ำตาล ดูการทำงานของตับและไต และการตรวจปัสสาวะดู การทำงานของอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะ และตรวจเอกซเรย์ภาพปอด ดูโรคของปอด ของหัวใจ และดูการแพร่กระจายของโรค มะเร็งสู่ปอด

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชายมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชายแบ่งเป็น 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งอื่นๆ แต่ที่แตกต่าง คือ มีการจัดระยะโรคโดยนำการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งมาประกอบด้วย และบางระยะอาจแบ่งย่อยได้อีก เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ช่วยในการพิจารณาวิธีรักษาและเพื่อใช้ในการศึกษา ซึ่ง 4 ระยะหลักของโรค ได้แก่

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชายรักษาอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย คือ ในโรคระยะที่ 1 อาจเป็นการผ่าตัดอวัยวะเพศบางส่วนหรือทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นกับตำแหน่งที่เกิดโรคและขนาดของก้อนมะเร็ง หรือใช้รังสีรักษา ส่วนโรคในระยะอื่นๆการรักษามักใช้ 3 วิธีการร่วมกัน คือ ผ่าตัด รังสีรักษา และยาเคมีบำบัด ส่วนการใช้ยารักษาตรงเป้ายังอยู่ในการศึกษา(อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ยารักษาแบบจำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง ยารักษาตรงเป้า)

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งอวัยวะเพศชายอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งอวัยวะเพศชายขึ้นกับวิธีรักษา และผลข้างเคียงจะสูง ขึ้นเมื่อ

ทั้งนี้ ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการรักษามะเร็งอวัยวะเพศชาย เช่น

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชายรุนแรงไหม?

โรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย เป็นโรคมีความรุนแรงปานกลาง สามารถรักษาหายได้ ทั้งนี้ขึ้น กับ ระยะโรค อายุ และสุขภาพของผู้ป่วย

โดยทั่วไป อัตรารอดที่ 5 ปีภายหลังการรักษา ใน

อนึ่ง ความสำคัญของโรคมะเร็งอวัยวะเพศชายอยู่ที่คุณภาพชีวิต เพราะเมื่อพบความผิด ปกติ ผู้ป่วยมักอายที่จะพบแพทย์ กลัวการถูกตำหนิว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และกลัวการรักษาที่เป็นการผ่าตัดอวัยวะเพศ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมักมาพบแพทย์ล่าช้า หรือมักปฏิเสธการรักษา รอจนกระทั่งโรคลุกลามรุนแรงมากแล้ว ก่ออาการเจ็บปวด เลือดออกไม่หยุด หรือต่อมน้ำ เหลืองโตขาหนีบมากจนก่อการบวมของถุงอัณฑะ และ/หรือของขาทั้งสองข้าง จึงยอมรักษาซึ่งสายไปแล้ว

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งอวัยวะเพศชายไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย (การตรวจให้พบตั้งแต่ยังไม่มีอาการ) ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ การสังเกตตนเอง เมื่อเกิดก้อนเนื้อ/แผล ฝ้าแดง หรือ ฝ้าขาว หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติจากอวัยวะเพศ ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลภายใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่นๆ

ป้องกันโรคมะเร็งอวัยวะเพศชายอย่างไร?

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีป้องกันโรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย รวมทั้งยังไม่มีการแนะนำที่ชัดเจนเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (อ่านเพื่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก) แต่การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้วในหัวข้อสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้ อาจช่วยลดโอกาสเกิดโรคนี้ลงได้

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอวัยวะเพศชายอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งอวัยวะเพศชายและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอวัยวะเพศชาย จะเช่นเดียวกับในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่นๆทุกชนิด อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง และการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และ เรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

บรรณานุกรม

  1. Cardoso, G. et al. (2011). Penile cancer: epidemiology and treatment. Curr Oncol Rep. 13, 231-239.
  2. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  3. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer.
  4. Khuhaprema, T. et al. (2010). Cancer in Thailand. Volume. V, 2001-2003. Thai National Cancer Institute.
  5. Penile cancerhttp://emedicine.medscape.com/article/446554-overview#showall [2016,Sept24]
  6. Perez,C., Brady, L., Halperin, E., and Schmidt-Ullrich, R. (2004). Principles and practice of radiation oncology. (4th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  7. Pizzocaro, A. et al. (2010). Guidelines on penile cancer. Eur Urol. 57, 1002-1012.
Updated 2016,Sept24


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน benyawat falamrai Amzi skywalker129
Frame Bottom