Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ติดเอชไอวี 

บทนำ

ยาทิพล่านาเวียร์ (Tipranavir หรือ Tipranavir disodium) เป็นยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) โดยออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส (Protease enzyme) ของเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งเอนไซม์โปรติเอสดังกล่าวนั้นเป็นตัวตั้งต้นของโปรตีนของเชื้อไวรัสเอชไอวีชนิดหนึ่งมีชื่อว่า Gag-pol polyprotein ที่ส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสเอชไอวี ยานี้จะส่งผลทำให้เชื้อไวรัสเอชไอวีไม่สามารถเพิ่มจำนวน (Viral load) ในร่างกายได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสเอชไอวีจะมีสภาพที่ไม่สมบูรณ์ (Immature virion) จึงอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมต่อการเพิ่มจำนวน ดังนั้นเมื่อยานี้เข้าสู่ร่างกายจะส่งผลทำให้เชื้อเอชไอวีไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้

ข้อควรระวังในการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีกลุ่มโปรติเอส อินฮิบิเตอร์ (Protease Inhibitors, PIs) ที่รวมถึงยาทิพล่านาเวียร์คือ การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug interaction) หมายถึงเมื่อใช้ยาในกลุ่มโปรติเอสอินฮินบิเตอร์นี้ต้องระมัดระวังการใช้ยาชนิดอื่นร่วม เนื่องจากยาที่ใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อกันกับยาต้านไวรัสเอชไอวีที่กำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลทำให้ระดับยาต้านไวรัสที่ใช้อยู่ก่อนหรือยาอื่นที่นำมาใช้ร่วมมีระดับยาในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบรายการยาที่ผู้ป่วยได้รับเสมอว่ามีปัญหาดังกล่าวนี้หรือไม่ เพราะหากยาที่ได้รับร่วมส่งผลทำให้ระดับยาต้านไวรัสเอชไอวีลดลง อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความล้มเหลวในการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวีได้ หรือหากยาที่ได้รับร่วมส่งผลทำให้ระดับยาต้านไวรัสเอชไอวีเพิ่มสูงขึ้น ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาต้านไวรัสเอชไอวีได้เช่นกัน

ยาทิพล่านาเวียร์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ทิพล่านาเวียร์

สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ของยาทิพล่านาเวียร์คือ ใช้สำหรับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีโดยใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสเอชไอวีชนิดอื่นๆอีก 2 ชนิดเช่น ยาริโทรนาเวียร์ (Ritronavir) ยาไดดาโนซีน (Didanosine) ทั้งนี้ยาทิพล่านาเวียร์ถูกพิจารณาใช้เฉพาะกรณีผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่เคยได้รับยาสูตรอื่นๆมาก่อน (Highly treatment-experienced) หรือเกิดการดื้อยากลุ่มโปรติเอสอินฮิบิเตอร์ หลายชนิด (Multiprotease inhibitor-resistant patients)

ยาทิพล่านาเวียร์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาทิพล่านาเวียร์จัดเป็นยาต้านรีโทรไวรัส (Antiretroviral agent) ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำ งานของเอนไซม์โปรติเอส (Protease Inhibitor) ได้ ซึ่งเอนไซม์ดังกล่าวเป็นตัวตั้งต้นของโปรตีนชนิดหนึ่งมีชื่อว่า Gag-pol polyprotein โปรตีนดังกล่าวมีหน้าที่สร้างเชื้อเอชไอวี ดังนั้นหากยาทิ พล่านาเวียร์เข้าสู่ร่างกายจะส่งผลยับยั้งเอนไซม์โปรติเอสของเชื้อไวรัส ทำให้การสร้างส่วนประ กอบโปรตีนของไวรัสเอชไอวีไม่สมบูรณ์ (Immature virion) ส่งผลทำให้เชื้อไม่สามารถสร้างเชื้อไวรัสเอชไอวีเพิ่มได้เพราะมีโครงสร้างหรือส่วนประกอบที่ยังเจริญไม่เต็มที่

ยาทิพล่านาเวียร์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

รูปแบบที่มีจำหน่ายของยาทิพล่านาเวียร์คือ ยาเม็ดแคปซูลนิ่ม (Soft gelatin capsule) ขนาด 250 มิลลิกรัมต่อเม็ด และยาน้ำความแรง 100 มิลลิกรัมต่อ 1 มิลลิลิตร (ขนาดบรรจุ 95 มิลลิลิตรต่อขวด)

ยาทิพล่านาเวียร์มีขนาดรับประทานหรือวิธีใช้ยาอย่างไร?

ขนาดยาและการปรับขนาดยาทิพล่านาเวียร์สำหรับการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีเช่น

1. เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี: ยาทิพล่านาเวียร์ไม่ได้รับการรับรองให้ใช้เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลขนาดยาที่เหมาะสมและไม่มีข้อมูลความปลอดภัย

2. เด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป: รับประทาน 14 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง (ขนาดยาสูงสุดคือ 500 มิลลิกรัมต่อครั้ง) วันละ 2 ครั้ง

กรณีรับประทานยาทิพล่านาเวียร์ร่วมกับยาต้านไวรัสชนิดอื่น แพทย์อาจต้องปรับขนาดการใช้ยาที่ใช้ร่วมกันให้เหมาะสมเป็นกรณีๆไป

3. ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้ง

4. ขนาดยาในผู้ป่วยไตบกพร่อง: ไม่ต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่อง สามารถใช้ขนาดยาปกติที่ผู้ป่วยได้รับเนื่องจากยานี้ถูกขจัดทางตับเป็นหลัก

5. ขนาดยาในผู้ป่วยตับบกพร่อง: ไม่ต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับบกพร่องระดับน้อย และไม่ควรใช้ยาทิพล่านาเวียร์ในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับบกพร่องระดับปานกลางถึงรุนแรง

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมทั้งยาทิพล่านาเวียร์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

การรับประทานยาทิพล่านาเวียร์มีรูปแบบการรับประทานทั้งแบบวันละ 2 ครั้ง (ห่างกันทุก 12 ชั่วโมง) สามารถรับประทานได้ทั้งขณะท้องว่างและหลังอาหาร

สำหรับการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีด้วยยาทิพล่านาเวียร์ ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาให้ตรงเวลาทุกวันเพื่อให้ระดับยาในร่างกายคงที่และมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการเกิดเชื้อไวรัสเอชไอวีดื้อยา

กรณีลืมรับประทานยาทิพล่านาเวียร์ให้รับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากใกล้กับเวลาที่ต้องรับประทานยามื้อถัดไป (เกินกว่าครึ่งหนึ่งของระยะห่างระหว่างมื้อ) ให้รอรับประทานยามื้อถัด ไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่าเช่น ปกติรับประทานยาเวลา 8.00 น. และ 20.00 น. หากผู้ป่วยนึกขึ้นได้ว่าลืมรับประทานยามื้อ 8.00 น. โดยนึกขึ้นได้ตอนเวลา 12.00 น. (เกินกว่าเวลาปกติที่รับประทานยา 4 ชั่วโมง) ก็ให้รับประทานยามื้อ 8.00 น. ทันที ณ เวลาที่นึกขึ้นได้ จากนั้นเมื่อถึงเวลา 20.00 น. ให้รับประทานยามื้อ 20.0 น.ในขนาดปกติ แต่ถ้าหากผู้ป่วยนึกขึ้นได้ในช่วงเวลาที่นานเกินกว่า 6 ชั่วโมงของเวลาปกติแล้ว ให้รอรับประทานยามื้อต่อไปโดยข้ามยามื้อที่ลืมไปและรับประทานยามื้อถัดไปในขนาดปกติ (ไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่าหรือนำยามื้อที่ลืมไปมารับประทานด้วย)

การรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีที่ไม่สม่ำเสมอจะทำให้ระดับยาในเลือดอยู่ในระดับสูงบ้างต่ำบ้าง ซึ่งช่วงที่ระดับยามีขนาดต่ำเสมือนเป็นการกระตุ้นให้เชื้อไวรัสเกิดการกลายพันธุ์เป็นสาเหตุของการดื้อยาในเวลาต่อม

ยาทิพล่านาเวียร์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์/อาการข้างเคียง) ของยาทิพล่านาเวียร์ที่พบได้บ่อยเช่น ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) โดยมีค่าไขมันไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้น อาการของระบบทางเดินอาหารเช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อาการทางผิวหนังเช่น ผื่นคันโดยมักพบในเด็กมากที่สุด และยังพบภาวะค่าเอนไซม์การทำงานของตับสูงขึ้น (Transminitis) ได้โดยเอนไซม์ทรานส์แอมิเนสย์ (ค่า AST/Aspartate aminotransfe rase และ ALT/Alanine transaminase) เพิ่มสูงขึ้น 5 เท่าของระดับสูงสุดที่มีได้ตามปกติ

มีข้อควรระวังการใช้ยาทิพล่านาเวียร์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาทิพล่านาเวียร์เช่น

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาทิพล่านาเวียร์) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาทิพล่านาเวียร์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาทิพล่านาเวียร์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

1. ห้ามใช้ยาทิพล่านาเวียร์คู่กับยาดังต่อไปนี้เนื่องจากอาจเกิดอันตรกิริยารุนแรงถึงแก่ชีวิต (ตาย)ได้เช่น อาฟูโซซิน (Alfuzosin: ยารักษาโรคต่อมลูกหมากโต), อะมิโอดาโลน (Amiodarone: ยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะ), อะพิกซาแบน (Apixaban: ยาต้านการแข็งตัวของเลือด), ควินิดีน(Quinidine: ยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะ), ฟูซิดิกเอซิด (Fusidic acid: ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย), โวลิโคนาโซล (Voriconazole: ยาต้านเชื้อรา), แอสทิมีโซล (Astemizole: ยาแก้แพ้), เทอร์ฟีนีดีน(Terfenadine: ยาแก้แพ้), โบรนาซีลีน (Blonaserin: ยารักษาโรคจิต), Ergot derivetives (ยาที่มีส่วนผสมของ Ergot ประกอบด้วย Erogatamine/เออโกตามีน: ยารักษาไมเกรน, Ergonovine/เออร์โกโนวีน: ยาบีบมดลูก, Methylergonovine/เมททิวเออร์โกโนวีน: ยาบีบมดลูก), ซิสซาพาย(Cisapide: ยากระตุ้นการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้), สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ธ (St. John's wort: สมุนไพรคลายเครียด), โลวาสสะตาติน (Lovastatin: ยาลดไขมันในเลือด), ซิมวาสสะตาติน (Simvastatin: ยาลดไขมันในเลือด), เซาเมทารอล (Salmeterol: ยายาหลอดลม), พิโมซายด์ (Pimozide: ยารักษาทางจิตเวช), ซิเดนาฟิว (Sidenafil: ยารักษาภาวะPulmonary Hypertension และภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศของชาย/นกเขาไม่ขัน/Erectile dysfunction), ไมด้าโซแลม (Midazolam: ยาสงบระงับประสาท/ยานอนหลับ), ไตรอะโซแลม (Triazolam: ยาสงบระงับประสาท/ยานอนหลับ), ดาบิกาแทน (Dabigatan: ยาต้านการแข็งตัวของเลือด), ทาม๊อกซิเฟน (Tamoxifen: ยาต้านฮอร์โมนเอสโตรเจน)

2. เมื่อใช้ยาทิพล่านาเวียร์คู่กับยาดังต่อไปนี้ซึ่งคาดว่าสามารถเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ทำลายยาทิพล่านาเวียร์ที่มีชื่อว่า CYP3A4 (Cytochrome P450 3A4) ได้เช่น ฟีโนบาร์บีทาล (Phenobar bital: ยากันชัก), คาร์บามาซีปิน (Carbamazepine: ยากันชัก), ฟีนีทอย (Phenytoin:ยากันชัก), ไรแฟมปินซิน (Rifampicin: ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย, ยาต้านวัณโรค), ไรฟาบูติน (Rifambutin: ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย, ยาต้านวัณโรค), สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ธ (St. John's wort: สมุนไพรคลายเครียด ) ดังนั้นหากใช้ยาเหล่านี้ที่กล่าวมาคู่กับยาทิพล่านาเวียร์อาจทำให้ระดับยาทิพล่านาเวียร์ลดลงประสิทธิภาพในการต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีก็จะลดลงตามเช่นกันจึงควรระมัดระวังการใช้ยาร่วมกัน

3. นอกจากนี้ยังมียาอีกหลายชนิดที่อาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาได้ รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สมุนไพร และน้ำผลไม้จำพวกส้มเปลือกแข็งเช่น น้ำทับทิม, น้ำส้มโอ, น้ำส้มเช้ง หรือน้ำเกร็ปฟรุท (Grape fruit juice) เมื่อใช้คู่กับยาทิพล่านาเวียร์แล้วอาจทำให้เกิดระดับยานี้ไม่คงที่ แพทย์และเภสัชกรจะตรวจสอบคู่ยา, สมุนไพร, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้รับร่วมหากกำลังใช้ทิ พล่านาเวียร์เสมอ โดยคู่ยาที่อาจเกิดอันตรายได้อย่างรุนแรงแพทย์/เภสัชกรจะหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน

ควรเก็บรักษายายาทิพล่านาเวียร์อย่างไร?

แนะนำเก็บยาทิพล่านาเวียร์ทั้งรูปแบบยาเม็ดและยาน้ำอุณหภูมิห้อง เก็บยาให้พ้นจากแสงแดดและแสงสว่างที่กระทบยาได้โดยตรง หลีกเลี่ยงนำยาสัมผัสกับความร้อนที่มากเช่น เก็บยาในรถที่ตากแดดหรือเก็บยาในห้องที่มีอุณหภูมิสูง (มีแสงแดดส่องถึงทั้งวันหรือเป็นเวลานาน) ไม่เก็บยาในห้องที่ชื้นเช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว โดยควรเก็บยาในภาชนะบรรจุเดิม และเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ยาทิพล่านาเวียร์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาทิพล่านาเวียร์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Aptivus soft gelatin capsule 250 mg Boehringer Ingelheim
Aptivus oral solution 100 mg/mL (95 mL)Boehringer Ingelheim

บรรณานุกรม

  1. Lacy CF. Amstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug Information handbook. 20th ed. Ohio: Lexi-Comp,Inc.; 2011-12.
  2. Micromedex Healthcare Series, Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado
  3. Product Information: Aptivus. Tipranavir. Boehringer Ingelheim


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน chananchida.koopakorn
Frame Bottom