Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อวัยวะเพศหญิง  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

คันช่องคลอด  คันอวัยวะเพศ (หญิง)  คันปากช่องคลอด 

บทนำ

คันช่องคลอด หรือคันบริเวณอวัยวะเพศหญิง หรือคันปากช่องคลอด (Pruritus vulvae หรือ Itchy vulva หรือ Vaginal itching) ซึ่งต่อไปในบทความนี้ขอเรียกว่า คันช่องคลอด

คันช่องคลอดเป็นอาการไม่ใช่โรค โดยเป็นอาการที่พบบ่อยของผู้หญิงอาการหนึ่ง มีรายงานว่าในช่วงชีวิตของผู้หญิง 1 ใน 10 คนต้องเคยมีอาการคันช่องคลอดมาแล้ว อาการนี้พบได้ในทุกอายุตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ

คันช่องคลอดมีสาเหตุจากอะไร?

คันช่องคลอด

สาเหตุของอาการคันช่องคลอดมีหลากหลายสาเหตุ

ก. สาเหตุที่พบบ่อย: เช่น

ข. สาเหตุที่พบได้ไม่บ่อย: เช่น

มีอาการอื่นร่วมกับคันช่องคลอดไหม?

อาการอื่นๆที่อาจเกิดร่วมกับการคันช่องคลอดขึ้นกับสาเหตุเช่น ตกขาว ผื่นคัน แผลรอยเกา หรือเหาที่ขนอวัยวะเพศ/โลน เป็นต้น

แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุคันช่องคลอดอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยสาเหตุคันช่องคลอดได้จากประวัติอาการ ประวัติโรคประจำตัวต่างๆ ประวัติประจำเดือน การกินยา/ใช้ยาต่างๆ การตรวจร่างกาย และการตรวจบริเวณอวัยวะเพศ อาจมีการตรวจภายใน อาจมีการตรวจเลือดเมื่อแพทย์สงสัยโรคเบาหวาน หรือตรวจย้อมเชื้อจากตกขาว หรือตัดชิ้นเนื้อจากรอยโรคที่อวัยวะเพศที่แพทย์ตรวจพบเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อการวินิจฉัยแยกโรคโดยเฉพาะแยกจากโรคมะเร็งอวัยวะเพศหญิง หรือจากโรคมะเร็งปากมดลูก (กรณีผู้ป่วยมีตกขาวผิดปกติ) เป็นต้น

รักษาอาการคันช่องคลอดอย่างไร?

แนวทางการรักษาอาการคันช่องคลอดคือ การรักษาสาเหตุและการรักษาประคับประคองตามอาการ

ก. การรักษาสาเหตุ: จะแตกต่างกันในแต่ละสาเหตุเช่น

ข. การรักษาประคับประคองตามอาการ: เช่น กินยาแก้คันโดยเฉพาะเมื่อใช้ก่อนนอน เพื่อให้นอนหลับได้เต็มที่เช่น ยา Cetirizine, ยา Hydroxyzine รวมถึงที่สำคัญคือ การรักษาความสะอาดและการป้องกันการอับชื้นของอวัยวะเพศ

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อคันช่องคลอด? ป้องกันการคันช่องคลอดอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการคันช่องคลอดที่รวมถึงการป้องกันอาการคันช่องคลอดได้แก่

  • รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศด้วยการใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว/สบู่เด็ก รวมถึงการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำพออุ่นหรือน้ำที่อุณหภูมิปกติ ไม่ใช้น้ำอุ่นจัด
  • หลีกเลี่ยงใช้สารเคมีต่างๆที่ก่อการระคายเคืองต่ออวัยวะเพศ/ช่องคลอดเช่น สบู่ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม น้ำยาปรับผ้านุม เป็นต้น
  • เลิกการสวนล้างช่องคลอดหรือการใช้น้ำยาอนามัยต่างๆบริเวณอวัยวะเพศ
  • สวมใส่กางเกงในชนิดผ้าฝ้าย 100% ที่ไม่รัดแน่นเกินไป เปลี่ยนกางเกงใน/ผ้าอนามัยบ่อยๆเพื่อป้องกันการเปียกชื้น
  • รักษาบริเวณอวัยวะเพศให้แห้งอยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการเสียดสีบริเวณอวัยวะเพศเช่น การถีบจักรยาน การสวมใส่กางเกงที่รัดคับ แน่น
  • งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าอาการคันจะหาย
  • ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกินเพราะคนอ้วนบริเวณอวัยวะเพศ มักอับชื้นและมีเหงื่อออกมาก
  • พยายามไม่เการุนแรงที่อวัยวะเพศ ควรตัดเล็บให้สั้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการเกา
  • ล้าง/เช็ด/ทำความสะอาดอวัยวะเพศจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอเพื่อป้องกันการปน เปื้อนอุจจาระ พยาธิ และสารคัดหลั่ง จากปากทวารหนัก
  • เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆเมื่อใช้ผ้าอนามัย รวมถึงใช้ผ้าอนามัยแบบสอดให้ถูกวิธีและ เฉพาะเมื่อจำเป็น
  • รักษาดูแลควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงเช่น โรคเบาหวาน โรคเหา หรือโรคผิว หนังอื่นๆ เป็นต้น
  • ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ
  • หลีกเลี่ยงอาหาร/เครื่องดื่มที่อาจเป็นสาเหตุเช่น เครื่องดื่มกาเฟอีนต่างๆเช่น กาแฟ ชา โคล่า เครื่องดื่มชูกำลัง
  • รักษาสุขภาพจิต
  • ไม่ซื้อยาแก้คันกินเองหรือทายาแก้คันเองโดยควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขาย ยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ
  • เมื่อคันในบริเวณผิวหนังของอวัยวะเพศภายนอก ไม่ล้วงทายาเข้าไปในช่องคลอดยก เว้นเป็นการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์
  • พบแพทย์/สูตินรีแพทย์/ไปโรงพยาบาลเมื่อดูแลตนเองแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรืออาการ เลวลง

เมื่อคันชองคลอดควรพบแพทย์เมื่อไร?

เมื่อคันช่องคลอดควรพบแพทย์/สูตินรีแพทย์/ไปโรงพยาบาลเมื่อ

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไร?

ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

บรรณานุกรม

  1. http://en.wikipedia.org/wiki/Pruritus_vulvae [2016,June11]
  2. http://www.dermnetnz.org/site-age-specific/pruritus-vulvae.html [2016,June11]
  3. https://my.clevelandclinic.org/health/healthy_living/hic_Coping_with_Families_and_Careers/hic_Vulvar_Care [2016,June11]
  4. Vulvar care. (2012).Journal of Midwifery&Women’s Health. 57, 311-312 http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/j.1542-2011.2012.00183.x/epdf [2016,June11]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน Ppvbb Alongkorn Wanidakai
Frame Bottom