Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ขาดสารโดพามีน 

บทนำ

ยาโบรโมคริปทีน (Bromocriptine) เป็นยาที่ช่วยในการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโดพามีน (Dopamine) ในร่างกายโดยเข้าจับกับตัวรับ (Receptor) ของโดพามีน ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงมีการนำยานี้มาใช้ในการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับสมดุลของฮอร์โมนโดพามีนเช่น นำมาใช้ในการลดระดับของฮอร์โมนโพรแลกติน (Prolactin, ฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับการหลั่งน้ำนม) ในผู้ป่วย ที่มีระดับฮอร์โมนโพรแลกตินสูงเนื่องจากโดพามีนจะทำหน้าที่ในการยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนโพรแลกติน รวมถึงการนำมาใช้ในการรักษาโรคพาร์กินสันเนื่องจากพบผู้ป่วยกลุ่มนี้มีระดับโดพามีนต่ำกว่าคนทั่วไป

ปัจจุบันยาโบรโมคริปทีนจัดเป็นยาอันตรายตามกฎหมายของไทย อย่างไรก็ดีการใช้ยานี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

อนึ่ง ยานี้มียาชื่อการค้าที่จำหน่ายในต่างประเทศเช่น Parlodel, Cycloset, Brotin

ยาโบรโมคริปทีนมีสรรพคุณอย่างไร?

โบรโมคริปทีน

ยาโบรโมคริปทีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ในการรักษา

ยาโบรโมคริปทีนออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาโบรโมคริปทีนออกฤทธิ์โดยตัวยาจะเข้าจับกับตัวรับโดพามีน-2 (Dopamine -2 Receptor) ทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโดพามีน ระดับฮอร์โมนโดพามีนที่สูงขึ้นจะยับยั้งการหลั่งของฮอร์โมนโพรแลกติน และยังช่วยในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยที่เป็นโรคพาร์กินสันอีกด้วย

สำหรับการใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่สอง พบว่ายาโบรโมคริปทีนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยยังไม่ทราบกลไกการออกฤทธิ์ที่แน่ชัด

ยาโบรโมคริปทีนมีรูปแบบจัดจำหน่ายอย่างไร?

ในประเทศไทยยาโบรโมคริปทีนมีรูปแบบจัดจำหน่ายเป็นเภสัชภัณฑ์ยาเม็ด ขนาดความแรง 2.5 มิลลิกรัมต่อเม็ด

ยาโบรโมคริปทีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาโบรโมคริปทีนมีขนาดยาเริ่มต้นโดยทั่วไป 1.25 - 2.5 มิลลิกรัมต่อวันทั้งนี้ขึ้นกับโรคและอาการของผู้ป่วย แพทย์ผู้ทำการรักษาอาจพิจารณาปรับขนาดยาผู้ป่วยเพิ่มขึ้นได้ตามผล ลัพธ์ทางคลินิกจากการใช้ยากล่าวคือ อาการของโรคที่ดีขึ้นของผู้ป่วยเทียบกับอาการจากผล ข้างเคียงของยา (อ่านเพิ่มเติมในบทความนี้หัวข้อ ยาโบรโมคริปทีนมีผลไม่พึงประสงค์ไหม?)

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาโบรโมคริปทีนควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรเช่น

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาโบรโมคริปทีนให้รับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากใกล้กับมื้อยาถัดไปแล้วให้ข้ามมื้อยานั้นไป และรับประทานยาในมือถัดไปตามปกติโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยา

ยาโบรโมคริปทีนมีผลไม่พึงประสงค์ไหม?

ยาโบรโมครปทีนอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์/อาการข้างเคียง) เช่น วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน อาการไม่พึงประสงค์ในระบบทางเดินอาหารซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียหรือท้องผูก ปวดเกร็ง/ปวดบีบช่องท้อง มีอาการแสบร้อนกลางอก ความอยาอาหารและการรับรสทำงานแย่ลง เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย

โดยทั่วไปอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้และควรมีอาการดีขึ้นหรือทุเลาลงเมื่อใช้ยาไปแล้วระยะหนึ่ง แต่ถ้าหากพบว่าอาการเหล่านี้ยังคงอยู่อย่างต่อเนื่องหรือมีแนวโน้มว่าจะแย่ลง ผู้ป่วยควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

ยาโบรโมคริปทีนยังอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงเช่น เป็นลมหมดสติ มีของเหลว/สารคัดหลั่งไหลจากจมูก มีอาการปวดแสบหรือชาบริเวณนิ้วมือหากสัมผัสกับอากาศเย็น อุจจาระมีสีดำและเหนียว อาเจียนเป็นเลือด มีอาการบวมของเท้า ข้อเท้า และน่องขา ปวดศีรษะรุนแรง การมองเห็นพร่ามัว/ตาพร่า สับสน มองเห็นภาพหลอนหรือได้ยินเสียงแว่ว/ประสาทหลอน มีอาการปวดบริเวณขา หลัง คอ หรือขากรรไกร ซึ่งเมื่อมีอาการเหล่านี้ให้พบแพทย์ /ไปโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน

หากรับประทานยาโบรโมคริปทีนแล้วมีอาการแพ้ยาเช่น มีอาการบวมที่บริเวณริมฝีปาก เปลือกตา/หนังตาหรือใบหน้า มีผื่นคันขึ้นตามบริเวณผิวหนัง หากมีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดการหายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก ให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉินเช่นกัน

อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรตระหนักว่าการที่แพทย์สั่งใช้ยานี้เนื่องจากแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่ายานี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าโทษหรือการได้รับผลข้างเคียงจากยา ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้ส่วนมากพบว่าเกิดอาการไม่พีงประสงค์ชนิดรุนแรงได้ ผู้ป่วยจึงควรเฝ้าระวังผลข้างเคียงดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น และรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉินหากเกิดอาการรุนแรงดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

ยาโบรโมคริปทีนมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่นไหม?

ยาโบรโมคริปทีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาชนิดอื่นๆได้ แพทย์อาจต้องปรับระดับยาเหล่านี้หรือตัวยาโบรโมคริปทีนเอง รวมถึงการเฝ้าระวังผลข้างเคียงของยาเหล่านี้หากมีการใช้ร่วมกันกับยาโบรโมคริปทีน ผู้ป่วยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบถึงยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่เพื่อป้องกันปฏิกิริยาระหว่างยา ตัวอย่างยาที่มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาโบรโมคริปทีน เช่น

มีข้อควรระวังในการใช้ยาโบรโมคริปทีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังในการใช้ยาโบรโมคริปทีนเช่น

  • ไม่ใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่แพ้ยานี้
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือยู่ในระหว่างการให้นมบุตร
  • สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยานี้ในข้อบ่งใช้การรักษาภาวะมีบุตรยากหรือประจำเดือนขาดจากภาวะฮอร์โมนโพรแลกตินสูง ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หาวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆร่วมด้วยอีกหนึ่งวิธีนอกเหนือไปจากการใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิดอย่างเดียว (เช่น การใช้ถุงยางอนามัยชาย) และควรตรวจการตั้งครรภ์ทุกๆ 4 สัปดาห์ตราบเท่าที่ประจำเดือนยังขาด เมื่อประจำเดือนกลับมาเป็นปกติแล้วควรตรวจการตั้งครรภ์หากประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ 3 วันหรือตามการแนะนำของแพทย์
  • หลีกเลี่ยงการให้นมบุตรขณะใช้ยานี้
  • แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้หากจำเป็นต้องมีการผ่าตัด
  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะหรือการทำงานเครื่องจักรหรืองานใดๆที่มีความเสี่ยงกับอุบัติเหตุระหว่างการใช้ยานี้ หรือจนกว่าจะรู้ว่ายานี้ก่อให้เกิดผลข้างเคียงนี้ต่อผู้ป่วยมากน้อยเพียงใด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ขณะใช้ยานี้
  • ยานี้อาจก่อให้เกิดอาการมึนงง วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน หรือเป็นลมได้หากผู้ป่วยเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็วเช่น จากนอนเป็นยืน เป็นต้น ผู้ป่วยควรลุกขึ้นหรือเปลี่ยนท่าทางช้าๆ ระหว่างการเริ่มต้นการใช้ยาและทุกครั้งที่มีการปรับขนาดยาโบรโมคริปทีน
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีไข้ ได้รับบาดเจ็บ หรือมีอาการเหมือนมีการติดเชื้อ
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาโบรโมคริปทีน) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ควรเก็บรักษายาโบรโมคริปทีนอย่างไร?

ควรเก็บรักษายาโบรโมคริปทีนดังนี้

  • ควรเก็บรักษายาโบรโมคริปทีนในภาชนะบรรจุดั้งเดิมของบริษัทผู้ผลิต
  • ไม่ควรนำยาออกจากแผงยาก่อนการรับประทาน
  • เก็บในอุณหภูมิห้อง เลือกบริเวณที่แห้ง หลีกเลี่ยงบริเวณที่สัมผัสแสงแดดโดยตรง และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ยาโบรโมคริปทีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาโบรโมคริปทีนมียาชื่อการค้าอื่นๆและบริษัทผู้ผลิตที่จำหน่ายในประเทศไทยดังต่อไปนี้ เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
พาร์โลเดล (Parlodel)บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด
โบรคาเดน (Brocaden)บริษัท ฟาร์มาสันต์แล็บบอราตอรี่ส์ จำกัด
โบรโมคริปทีนชนิดเม็ดห้างหุ้นส่วนจำกัด ภิญโญฟาร์มาซี

บรรณานุกรม

  1. American Pharmacists Association. Bromocriptine, Drug Information Handbook with International Trade Names. 23;2014:286.
  2. SPC: Bromocriptine 2.5mg Tablets http://www.medicines.org.uk/emc/medicine/28129 [2015,Oct24]
  3. Pijl H, Ohashi S, Matsuda M; et al. Bromocriptine: a novel approach to the treatment of type 2 diabetes. Diabetes Care 2000;23(8):1154–61.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา http://wwwapp1.fda.moph.go.th/consumer/conframe.asp [2015,Oct24]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน sirikul santirat_
Frame Bottom