Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระดูก  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

ยาแคลซิไทรออล (Calcitriol) เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามิน-ดี (Vitamin D) ที่สามารถออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาได้ทันทีเมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย โดยวิตามินดีจัดเป็นวิตามินที่มีคุณสมบัติเป็นฮอร์โมนที่สำ คัญต่อร่างกาย มีหน้าที่หลักในการควบคุมสมดุลของแคลเซียม โดยการทำงานร่วมกับฮอร์โมนอื่นๆที่มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญของกระดูก โดยทำให้กระบวนการสร้างกระดูกเป็นไปอย่างปกติ รวมทั้งกระ ตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูกในโครงกระดูก ก่อให้เกิดผลในการรักษาโรคกระดูกพรุนในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่อง (โรคไต) และยังพบว่าในผู้ป่วยที่มีภาวะโรคกระดูกอ่อน (Rickets, โรคกระดูกผิด ปกติในเด็ก) ที่ต้องพึ่งพาวิตามินดี จะมีระดับแคลซิไทรออลในเลือดที่ลดลงหรือหมดไป เนื่องจากการผลิตแคลซิไทรออลที่ไตไม่เพียงพอ ดังนั้นการให้ยาแคลซิไทรออลจึงเป็นการรักษาแบบทดแทนในผู้ ป่วยโรคกระดูกอ่อนที่ต้องพึ่งพาวิตามินดีและมีภาวะฟอสเฟต (Phosphate) ในเลือดต่ำ รวมทั้งมีบท บาทสำคัญต่อระบบต่างๆของร่างกายอีกหลายประการเช่น ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรค

ยาแคลซิไทรออลมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

แคลซิไทรออล

ยาแคลซิไทรออลมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ดังนี้เช่น

ยาแคลซิไทรออลมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาแคลซิไทรออลอยู่ในรูปสารที่มีฤทธิ์ (Active metabolite) ของวิตามินดี มีกลไกกระตุ้นการขนส่งแคลเซียมในลำไส้เล็กและในไตเพื่อนำมาใช้ในร่างกายและในกระดูก และยังทำงานร่วมกับฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (Parathyroid hormone) หรือเรียกว่าย่อ PTH จากต่อมพาราไทรอยด์ (Parathyroid gland) โดยตัวยานี้มีผลไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน PTH เพราะในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง การสร้างแคลซิโทรออลตามธรรมชาติจะลดลง เนื่องจากระดับฟอสเฟตที่สูงในโรคไตเรื้อรังจะยับยั้งการสังเคราะห์แคลซิไทรออล ทำให้เกิดการทำงานของกระดูกผิดปกติ จึงส่งผลทำให้ระดับฮอร์โมน PTH เพิ่มขึ้นเพื่อผลิตแคลซิไทรออลมากขึ้น แต่ในช่วงที่ PTH สูงขึ้นนั้นจะส่งผลทำให้เกิดการสลายของมวลกระดูกขึ้น ซึ่งอาจมีผลทำให้กระดูกผุเรียกภาวะดังกล่าวว่า Secondary hyperparathyroidism ดังนั้นเมื่อยแคลซิไทรออลเข้าสู่ร่างกายจะช่วยทำให้ลดการหลั่ง PTH ทำให้หยุดภาวะการสลายมวลกระดูกที่เกิดจากฮอร์โมน PTH ได้

ยาแคลซิไทรออลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

รูปแบบทางเภสัชภัณฑ์/รูปแบบการจัดจำหน่ายของยาแคลซิไทรออลที่มีจำหน่ายในประเทศ ไทยคือ ยาฉีดสำหรับบริหารทางหลอดเลือดดำ (Intravenous injection ย่อว่า IV) ความแรง 1 ไม โครกรัมต่อมิลลิลิตร ขนาดบรรจุ 1 มิลลิลิตร

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบรับประทานชนิดแคปซูล (Capsule) และชนิดแคปซูลชนิดนิ่ม (Soft-gelatin capsule) 0.25 ไมโคลกรัมต่อแคปซูล

ยาแคลซิไทรออลมีขนาดรับประทานหรือวิธีใช้ยาอย่างไร?

ขนาดยาที่เหมาะสมต่อวันของยาแคลซิไทรออลจะถูกกำหนดอย่างระมัดระวังในผู้ป่วยแต่ละรายจากแพทย์ โดยดูจากระดับแคลเซียมในเลือด การรักษาด้วยยาแคลซิไทรออลจะเริ่มให้ยาจากระดับยาที่ต่ำที่สุดก่อนและจะค่อยๆเพิ่มขนาดยา โดยแพทย์จะดูจากการติดตามระดับแคลเซียมในเลือดอย่างใกล้ชิด เมื่อได้ขนาดยาที่เหมาะสมแล้ว จะมีการตรวจวัดระดับแคลเซียมในเลือดเป็นระยะๆ และเมื่อระดับแคลเซียมในเลือดสูงเกินกว่าระดับปกติ (ระดับปกติคือ 9 - 11 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) แพทย์อาจปรับลดขนาดยาหรือหยุดยานี้จนกว่าระดับแคลเซียมในเลือดจะกลับสู่ระดับปกติ และเริ่มยาแคลซิไทรออลอีกครั้งในขนาดที่ต่ำกว่าเดิมเมื่อระดับแคลเซียมในเลือดกลับมาต่ำกว่าปกติ

  1. ขนาดยาสำหรับการรักษาภาวะต่างๆดังต่อไปนี้ในเด็กเช่น ภาวะแคลเซียมต่ำ (Hypo calcemia) จากหลายสาเหตุเช่น ภาวะฮอร์โมนพาราไทรอยด์ต่ำหรือภาวะฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูงทุติยภูมิ (Secondary Hyperparathyroidism): ขนาดยาที่ใช้ แพทย์จะเป็นผู้กำหนดขนาดยาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเด็กแต่ละราย ผู้ป่วยฯควรรับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและตรงตามเวลา ห้ามผู้ป่วยปรับขนาดยาหรือวิธีการรับประทานยาเอง
  2. ขนาดยาสำหรับการรักษาภาวะบกพร่องในการสร้างกระดูกอันเนื่องมาจากภาวะไตวาย (ในผู้ป่วยที่ฟอกเลือด/ล้างไตด้วยเครื่องไตเทียม) ในผู้ใหญ่: เริ่มต้นที่ยาแคลซิไทรออลชนิดรับประทาน 0.25 ไมโครกรัม วันเว้นวันก็เพียงพอ และหากการตอบสนองในผลทางชีวเคมี (ผลการตรวจเลือด) และอาการแสดงทางคลินิกยังไม่เพียงพอภายใน 2 - 4 สัปดาห์ แพทย์อาจเพิ่มขนาดยาอีก 0.25 ไมโครกรัม/วันทุกๆระยะ 2 - 4 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองในขนาดยา 0.5 - 1 ไมโครกรัมต่อวัน หรือใช้แคลซิไทรออลชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดดำ 1 - 2 ไมโครกรัมวันเว้นวัน (หรือ 3 ครั้งต่อสัปดาห์) หากการตอบสนองในผลทางชีวเคมีและอาการแสดงทางคลินิกยังไม่เพียงพอภาย ใน 2 - 4 สัปดาห์ แพทย์อาจเพิ่มขนาดยาอีก 0.5 - 1 ไมโครกรัม/วันทุกๆระยะ 2 - 4 สัปดาห์
  3. ขนาดยาสำหรับการรักษาการขาดแคลนฮอร์โมนจากต่อมพาราไทรอยด์และโรคกระดูก อ่อนในผู้ใหญ่: เริ่มต้นที่ยาแคลซิไทรออลชนิดรับประทาน 0.25 ไมโครกรัมวันละ 1 ครั้งหลังอา หารเช้า หากการตอบสนองทางชีวเคมีและอาการแสดงทางคลินิกยังไม่เพียงพอ แพทย์อาจเพิ่มขนาดยาในระยะเวลา 2 - 4 สัปดาห์หลังการเริ่มใช้ยานี้
  4. ขนาดยาสำหรับโรคกระดูกพรุนในวัยหมดประจำเดือน: ใช้ยาแคลซิไทรออลชนิดรับประ ทาน 0.25 ไมโครกรัมวันละ 2 ครั้ง ในระยะแรกของการใช้ยานี้แพทย์อาจตรวจเลือดดูระดับแคล เซียมและสารครีอะตินิน (Creatinine, ค่าการทำงานของไต) เป็นระยะๆเมื่อใช้ยาไปแล้วประมาณ 4 สัปดาห์, 3 เดือน และ 6 เดือน และอาจตรวจทุก 6 เดือนตลอดช่วงการใช้ยานี้เพื่อติดตามผลการ รักษาระดับแคลเซียมให้ปกติ

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษา แพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมทั้งยาแคลซิไทรออล ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

เนื่องจากยาแคลซิไทรออลมีรูปแบบเภสัชภัณฑ์ทั้งยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำและยาชนิดรับประ ทาน ณ ที่นี้จะกล่าวเฉพาะการลืมรับประทานยาชนิดรับประทานเท่านั้น

กรณีลืมรับประทานยาแคลซิไทรออลซึ่งเป็นยาที่มีวิธีการรับประทานยาวันละ 1 ครั้งต่อวัน หาก ผู้ป่วยลืมรับประทานยาให้รับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากใกล้กับเวลาที่ต้องรับประทานยามื้อถัดไป (เกินกว่าครึ่งหนึ่งของระยะห่างระหว่างมื้อคือ เกิน 12 ชั่วโมงจากเวลารับประทานยาปกติ) ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมไป รอรับประทานยามื้อถัดไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่าเช่น ปกติรับประ ทานยาวันละ 1 ครั้งเวลา 8.00 น. หากผู้ป่วยนึกขึ้นได้ว่าลืมรับประทานยามื้อ 8.00 น. ตอนเวลา 12.00 น. ก็ให้รับประทานยามื้อ 8.00 น. ทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากนึกขึ้นได้ในช่วงที่ใกล้กับช่วงเวลาของยามื้อถัดไปเช่น นึกขึ้นได้ว่าลืมรับประทานยามื้อ 8.00 น. ตอนเวลา 21.00 น. ให้รอรับประทานยามื้อถัดไปคือ 8.00 น. วันถัดไปในขนาดยาปกติ โดยไม่ต้องนำยามื้อที่ลืมรับประทานมารับประทานเพิ่ม

กรณีลืมรับประทานยาแคลซิไทรออลซึ่งเป็นยาที่มีวิธีการรับประทานยาวันละ 2 ครั้งต่อวัน หากผู้ป่วยลืมรับประทานยาให้รับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากใกล้กับเวลาที่ต้องรับประทานยามื้อถัดไป (เกินกว่าครึ่งหนึ่งของระยะห่างระหว่างมื้อคือ เกิน 6 ชั่วโมงจากเวลารับประทานยาปกติ) ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมไป รอรับประทานยามื้อถัดไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่าเช่น ปกติรับประทานยาวันละ 2 ครั้งเวลา 8.00 น. และ 20.00 น. หากผู้ป่วยนึกขึ้นได้ว่าลืมรับประทานยามื้อ 8.00 น. ตอนเวลา 12.00 น. ก็ให้รับประทานยามื้อ 8.00 น. ทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากนึกขึ้นได้ในช่วงที่ใกล้กับช่วงเวลาของยามื้อถัดไปเช่น นึกขึ้นได้ว่าลืมรับประทานยามื้อ 8.00 น. ตอนเวลา 15.00 น. ให้รอรับประทานยามื้อถัดไปคือ 20.00 น. ในขนาดยาปกติ โดยไม่ต้องนำยามื้อที่ลืมรับประทานมารับประทานเพิ่ม

ยาแคลซิไทรออลมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

อาการไม่พึงประสงค์/ผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) ที่พบได้บ่อยจากยาแคลซิไทรออล คือ ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia) โดยขึ้นกับความรุนแรงและระยะเวลาที่ได้รับยา ซึ่งอาจมีอาการต่างๆเช่น

มีข้อควรระวังการใช้ยาแคลซิไทรออลอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาแคลซิไทรออลเช่น

อนึ่ง คาดว่าแคลซิไทรออลที่ได้รับจากภายนอก (เช่น การใช้ยานี้) สามารถขับออกทางน้ำ นมได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของบุตรไม่ควรให้นมบุตรในระหว่างที่มารดากำลังได้รับยาแคลซิไทรออลอยู่ ทั้งนี้ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำหรือขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

  • ระมัดระวังการมีระดับแคลเซียมในเลือดสูงขณะใช้ยานี้ เมื่อผู้ป่วยอยู่ในภาวะสูญเสียน้ำหรือ ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ในผู้ป่วยที่มีไตทำงานปกติหรือในผู้ป่วยที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเช่น ผู้ ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาแคลซิไทรออล) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาแคลซิไทรออลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาแคลซิไทรออลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

  1. การใช้วิตามินดีหรืออนุพันธุ์อื่นๆของวิตามินดีร่วมกับยาแคลซิไทรออลจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง ในการเกิดภาวะแคลเซียมสูงในเลือด (Hypercalcemia) ดังนั้นจึงควรระมัดระวังการใช้ยาดังกล่าวร่วมกัน
  2. การใช้ยาแคลซิไทรออลร่วมกับยาขับปัสสาวะและ/หรือยาลดความดันโลหิตกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide diuretics) เช่น ไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (Hydrochlorothiazide) จะส่งผลให้ระ ดับแคลเซียมในเลือดสูงขึ้นได้ ดังนั้นแพทย์อาจจำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อติดตามระดับแคลเซียมในเลือดเป็นระยะๆหากจำเป็นต้องใช้ยาทั้งสองร่วมกัน
  3. ควรระมัดระวังการใช้ยาแคลซิไทรออลในผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มไดจิทาลิส (Digitalis, ยาโรคหัวใจ) เช่น ไดจอกซิน (Digoxin คือ ยารักษาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ) เนื่องจากระดับแคลเซียม ในเลือดที่สูงขึ้นอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ดังนั้น แพทย์จะติดตามระดับแคลเซียมในเลือดเป็นระยะๆหากจำเป็นต้องใช้ยาทั้งสองร่วมกัน
  4. การใช้ยาแคลซิไทรออลร่วมกับยาลดกรดชนิดน้ำสำหรับรับประทาน (Antacid) ที่มีส่วน ประกอบของแมกนีเซียม (เช่น Magnesium hydroxide) อาจส่งผลทำให้ระดับแมกนีเซียมในเลือด สูงจนเกิดอันตราย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดกรดชนิดน้ำในช่วงที่กำลังใช้ยาแคลซิโทรออล อยู่
  5. เมื่อใช้ยาแคลซิไทรออลร่วมกับยาโคเลสไทรามีน (Cholestyramine: ยาลดไขมัน) จะทำ ให้ลดการดูดซึมของวิตามินที่ละลายได้ในไขมันทางลำไส้ (ได้แก่ วิตามิน A, D, E, K) ดังนั้นอาจเกิดการรบกวนการดูดซึมยาแคลซิไทรออลทางลำไส้ได้ แนะนำให้บริหารยา/ใช้ยาแคลซิไทรออล ก่อนบริหารยาโคเลสไทรามีนอย่างน้อยประมาณ 2 ชั่วโมง หรือหากบริหารยาโคเลสไทรามีนก่อนยาแคลซิไทรออลให้รออีกประมาณ 4 ชั่วโมงจึงจะบริหารยาแคลซิไทรออล

ควรเก็บรักษายาแคลซิไทรออลอย่างไร?

แนะนำเก็บยาแคลซิไทรออลทั้งรูปแบบเภสัชภัณฑ์ ยาฉีด และยาเม็ดแคปซูล ณ อุณหภูมิ ห้อง เก็บยาให้พ้นจากแสงแดดและแสงสว่างที่กระทบยาได้โดยตรง หลีกเลี่ยงนำยาสัมผัสกับความร้อนที่มากเช่น เก็บยาในรถที่ตากแดดหรือเก็บยาในห้องที่มีอุณหภูมิสูง (มีแสงแดดส่องถึงทั้งวันหรือเป็นเวลานาน) ไม่เก็บยาในห้องที่ชื้นเช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว โดยควรเก็บยาในภาชนะบรรจุเดิมและเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ยาแคลซิไทรออลมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาแคลซิไทรออลที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Cacare 1 mcg/mL 1 mL injection Nang Kuang Pharma จำกัด
Calcit SG 0.25 mcg Soft gelatin capsule Zydus Cadila

บรรณานุกรม

  1. Lacy CF, Armstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug Information handbook. 21th ed. Ohio: Lexi-Comp,Inc.; 2013-14.
  2. Micromedex Healthcare Series, Thomson Micromedex, Greenwood Village, Colorado
  3. Product Information:Calcit SG, Calcitriol, Zydus Cadila, Thailand.
  4. TIMS (Thailand). MIMS. 130th ed. Bangkok: UBM Medica;2013
  5. สินี ดิษฐบรรจง. ภาวะแคลเซียมสูงในเลือด (Hypercalcemia http://med.mahidol.ac.th/med/sites/default/files/public/pdf/medicinebook1/Hypercalcemia.pdf[access August 28, 2015]
  6. เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์, ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล. วิตามินดี (Vitamin D) ใน: ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล.,บรรณาธิการ. ตำราโรคกระดูกพรุน 2. กรุงเทพมหานคร: บริษัทโฮลิสติก พับลิชชิ่ง. 2552


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom