Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อวัยวะเพศทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  ระบบมะเร็งวิทยา  cancer  oncology 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคมะเร็ง  การมีเพศสัมพันธ์เมื่อเป็นมะเร็ง 

ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยรังสีรักษา ผู้ป่วยเคมีบำบัด มีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่?

ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกคนทุกเพศ โดยเฉพาะในช่วงการรักษาจะพบเกิดปัญหาทางเพศ สัมพันธ์ได้เสมอ

เมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็ง จะเป็นปัญหาทางด้านอารมณ์จิตใจ ซึ่งรวมทั้งขั้นตอนในการตรวจ และการวางแผนการรักษาด้วยที่จะส่งผลกระทบถึงความรู้สึกทางเพศ โดยเฉพาะในผู้ป่วยผู้หญิง ซึ่งแพทย์จะต้องแนะนำการคุมกำเนิดตั้งแต่สงสัยการเป็นมะเร็ง เพราะการตั้งครรภ์ จะเป็นอุป สรรคต่อการตรวจวินิจฉัยโรคที่มักต้องใช้การเอกซเรย์ และต่อการรักษาโรคมะเร็งเสมอ ทั้งการผ่าตัด รังสีรักษา และยาเคมีบำบัด โดยเฉพาะรังสีรักษาและยาเคมีบำบัดซึ่งจะส่งผลกระทบถึงทารกในครรภ์โดยตรงในเรื่องโอกาสเกิดความพิการที่รุนแรง ไปจนถึงโอกาสของการแท้งบุตร

ผู้ป่วยที่ต้องใช้รังสีรักษาในการรักษาโรค:

เพศสัมพันธ์ในผู้ป่วยมะเร็ง

ก. ในผู้ป่วยชาย: ถ้าผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรง สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แพทย์ไม่ห้าม แต่ควรต้องคุมกำเนิดเสมอ เพราะรังสีจากการรักษาอาจส่งผลให้อสุจิ (สเปริม/Sperm) เกิดบาดเจ็บเสียหายถึงสารพันธุกรรม ซึ่งอาจส่งผลถึงความพิการ หรือโรคต่างๆของทารกในครรภ์ได้ ยกเว้นกับผู้ป่วย โรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่การมีเพศสัมพันธ์ อาจส่งผลกระทบต่อการบาดเจ็บของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน และ/หรืออวัยวะเพศโดยตรง จึงเพิ่มโอกาสการติดเชื้อซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการรักษาได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์จึงแนะนำงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้นและอวัยวะต่างๆดังกล่าวที่ได้รับรังสีรักษา กลับมาหายเป็นปกติแล้ว

ข.ในผู้ป่วยหญิง: ถ้าสุขภาพดี แพทย์ไม่ห้ามการมีเพศสัมพันธ์เช่นกัน แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคุมกำเนิดอย่างเข้มข้น เพราะการตั้งครรภ์จะส่งผลกระทบถึงการรักษาที่อาจส่ง ผลให้ต้องยกเลิกการรักษาเมื่อเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น เพราะผลข้างเคียงจากรังสี อาจก่อความพิการและการเสียชีวิต(ตาย)ของทารกในครรภ์ได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นมะเร็งอวัยวะเพศหญิง มะเร็งอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น โรคมะเร็งกระเพาะปัสสา วะ โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งรังไข่ หรือโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แพทย์มักแนะนำ งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้นและอวัยวะดังกล่าวกลับมาหายเป็นปกติแล้ว เพราะอวัยวะเหล่านี้จะบาดเจ็บจากรังสี การมีเพศสัมพันธ์จึงเพิ่มโอกาสติดเชื้อและอาจเกิดภาวะเลือดออกจากอวัยวะเหล่านี้ได้ง่าย

อนึ่ง แนะนำอ่านเพิ่มเติม อีกบทความในเว็บ haamor.com บทความชื่อ การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเคมีบำบัดในการรักษาโรค:

ในผู้ป่วยชาย และในผู้ป่วยหญิง คำแนะนำจะเช่นเดียวกับกรณีได้รับรังสีรักษา แต่ที่แตกต่างคือ ไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็น หญิง หรือชาย ในการมีเพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายจำเป็นต้องใช้ถุง ยางอนามัยชายเสมอ ไม่ใช่เพื่อการคุมกำเนิดเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อป้องกันอวัยวะเพศของคู่นอนสัมผัสกับสารคัดหลั่ง/น้ำอสุจิ/ตัวอสุจิจากการมีเพศสัมพันธ์ที่อาจปนเปื้อนยาเคมีบำบัด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ อักเสบของเซลล์ของอวัยวะเพศของคู่นอนได้

อนึ่ง แนะนำอ่านเพิ่มเติม อีกบทความในเว็บ haamor.com บทความชื่อ การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

ควรต้องป้องกันการตั้งครรภ์หรือไม่?

ผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหญิงและชายที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ควรพบสูตินรีแพทย์/แพทย์หน่วยวางแผนครอบครัว (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง บทบาทของการวางแผนครอบครัว) เพื่อปรึกษาแพทย์ในเรื่องของเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิด วิธีการคุมกำเนิด (เพราะในผู้ป่วยหญิงบางโรคมะเร็งไม่สามารถใช้ยาฮอร์โมนในการคุมกำเนิดได้ เพราะฮอร์โมนจะกระตุ้นให้โรคมะเร็งลุกลามหรือกำเริบ เช่น โรคมะเร็งเต้านม) และถ้ายังต้องการมีบุตร จะได้ปรึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะเก็บอสุจิ หรือไข่ไว้ก่อนการรักษา (Fertility preservation) เพราะการรักษาโรคมะเร็ง ทั้งรังสีรักษาและยาเคมีบำบัด อาจส่งผลให้มีบุตรยาก หรือเป็นหมัน เพราะอาจลดปริมาณการสร้างอสุจิในผู้ป่วยชาย หรือลดการตกไข่และมีผลต่อฮอร์โมนเพศในผู้ป่วยหญิงได้

นอกจากนั้น ในช่วงการรักษา ผู้ป่วย หรือคู่สมรสมีโอกาสตั้งครรภ์ได้เสมอ ซึ่ง แพทย์ พยาบาล มักแนะนำการคุมกำเนิดทั้งในผู้ป่วยหญิงและในผู้ป่วยชาย โดยเฉพาะในผู้ป่วยหญิง ด้วยเหตุผลดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อแรก

ควรดูแลตนเองในเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองในเรื่องเพศสัมพันธ์เมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง ที่สำคัญ คือ ผู้ป่วยต้องพูดคุยปรึกษากันระหว่างคู่สมรส และพร้อมกันปรึกษาแพทย์ด้านการวางแผนครอบครัวเมื่อยังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ดังได้กล่าวแล้ว

ในผู้ป่วยหญิง: ปัญหาทางเพศสัมพันธ์มักเกิดจาก อาการระคายเคือง เจ็บเมื่อมีเพศสัม พันธ์จาก ช่องคลอดจะแห้งกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาที่ส่งผลกระทบถึงการสร้างและการทำงานของฮอร์โมนเพศ อาจมีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะและในอวัยวะสืบพันธุ์ได้ง่ายจากภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจากเคมีบำบัด และ/หรือรังสีรัก ษา:การดูแลตนเอง) มักมีร่างกายอ่อนเพลีย มีความเครียด ความกลัว ความวิตกกังวลทั้งต่อ รูปลักษณ์ของตนเอง การตั้งครรภ์ การติดเชื้อ และการเกิดโรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำอีก ส่งผลให้ลด หรือไม่มีความต้องการ หรือ/และไม่มีความรู้สึกทางเพศ

ในผู้ป่วยชาย: อาจเกิดภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัว (นกเขาไม่ขัน) อาจไม่สามารถหลั่งน้ำ เชื้อ/น้ำอสุจิได้ และอาจลด/หมดความรู้สึกทางเพศ ด้วยเหตุผลคล้ายคลึงกับในผู้ป่วยหญิง

ดังนั้น จึงเป็นความจำเป็นและสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่คู่สมรสจะต้องพูดคุย และหาทางออกร่วมกัน และถ้ายังประสงค์จะมีเพศสัมพันธ์ การปรึกษาแพทย์ ด้านการวางแผนครอบครัว จะช่วยแนะนำวิธีในการดูแลให้ได้ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การวางแผนครอบครัว) ดังนั้นการปรึกษาแพทย์ด้านนี้ก็เป็นอีกวิธีการที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยและคู่สมรส แต่ทั้งนี้ ทั้งผู้ป่วยและคู่สมรสต้องร่วมมือกันด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกันด้วย

บรรณานุกรม

  1. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  2. https://www.cancer.org/treatment/treatments-and-side-effects/treatment-types/chemotherapy.html[2017,Nov11]
  3. https://www.cancer.org/treatment/treatments-and-side-effects/physical-side-effects/fertility-and-sexual-side-effects.html[2017,Nov11]
  4. https://www.cancer.org/treatment/treatments-and-side-effects/physical-side-effects.html[2017,Nov11]
  5. https://www.oncolink.org/support/sexuality-fertility/sexuality/men-s-guide-to-sexuality-during-after-cancer-treatment[2017,Nov11]
  6. https://www.oncolink.org/support/sexuality-fertility/sexuality/women-s-guide-to-sexuality-during-after-cancer-treatment[2017,Nov11]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom