Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เลือด  มีเหล็กในร่างกายมาก 

บทนำ

ยาดีเฟอร็อกซามีน (Deferoxamine) หรือในชื่ออื่นๆเช่น Desferrioxamine B, Desferoxa mine B, DFO-B, DFOA, DFB หรือ Desferal เป็นสารประกอบที่ผลิตมาจากแบคทีเรียกลุ่ม Actino bacteria ที่มีชื่อว่า Streptomyces pilosus ทางคลินิกได้นำยาดีเฟอร็อกซามีนมาใช้กำจัดธาตุเหล็กที่มีมากเกินไปของร่างกาย พบว่ามีการใช้ยานี้มากกับผู้ป่วยเด็กที่ได้รับพิษจากธาตุเหล็กหรือภาวะเหล็กเกิน (Hemochromatosis)

กลไกการออกฤทธิ์ของยาดีเฟอร็อกซามีนนี้อยู่ในกระแสเลือด โดยยาดีเฟอร็อกซามีนจะเข้าจับกับธาตุเหล็กจนเป็นสารประกอบเชิงซ้อนแล้วถูกนำไปทิ้งออกจากร่างกายโดยผ่านไปกับปัสสาวะ ภาวะที่ร่างกายมีธาตุเหล็กเกินสามารถทำให้อวัยวะและเนื้อเยื่อในบริเวณต่างๆของร่างกายถูกทำลายอย่างเช่น ตับ รูปแบบของยาแผนปัจจุบันของยานี้จะเป็นยาฉีดโดยสามารถฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ฉีดใต้ผิวหนัง หรือจะฉีดเข้าเส้นเลือด/หลอดเลือดก็ได้ ซึ่งสามารถใช้รักษาภาวะธาตุเหล็กเกินทั้งแบบเฉียบพลันหรือมีธาตุเหล็กเกินแบบเรื้อรัง

ทั้งนี้เงื่อนไขสำหรับผู้ป่วยที่สามารถใช้ยาดีเฟอร็อกซามีนได้คือ

  • ผู้ป่วยต้องไม่แพ้ยานี้หรือแพ้ส่วนประกอบในสูตรตำรับยานี้
  • ผู้ป่วยต้องมีการทำงานของไตหรือการทำงานของระบบขับถ่ายปัสสาวะที่เป็นปกติ

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสำคัญๆที่ผู้ป่วยควรต้องแจ้งแพทย์เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบก่อนการใช้ยาดีเฟอร็อกซามีนในการบำบัดอาการธาตุเหล็กเกินดังนี้

ปัจจุบันคณะกรรมการอาหารและยาของไทยได้บรรจุให้ยาดีเฟอร็อกซามีนอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยปฏิบัติตามนโยบายขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดให้ยาดีเฟอร็อกซามีนเป็นยาจำเป็นขั้นพื้นฐานที่สถานพยาบาลควรมีคงคลังสำรองใช้กับผู้ป่วย และพระราชบัญญัติยาของไทยได้กำหนดให้ยาดีเฟอร็อกซามีนเป็นยาควบคุมพิเศษที่จะต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น เราจะพบเห็นการใช้ยานี้แต่ในสถานพยาบาลเท่านั้น

ดีเฟอร็อกซามีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ดีเฟอร็อกซามีน

ยาดีเฟอร็อกซามีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อบำบัดการได้รับพิษจากธาตุเหล็กแบบเฉียบพลัน และเรื้อรัง

ดีเฟอร็อกซามีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาดีเฟอร็อกซามีนคือ ตัวยาเป็นสารที่มีคุณสมบัติเข้ารวมตัวกับเกลือของโลหะเช่น เหล็กที่มีประจุบวกรวมถึงเหล็กที่รวมตัวกับสารโปรตีนที่เรียกว่า Ferritin และสารประกอบของเหล็กที่มีชื่อว่า Hemosiderin จากนั้นจะเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่สามารถละลายน้ำได้ ร่างกายจะลำเลียงสารประกอบเชิงซ้อนของเหล็กดังกล่าวมาที่ไตเพื่อขับทิ้งไปกับปัสสาวะ

ดีเฟอร็อกซามีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาดีเฟอร็อกซามีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาฉีดขนาด 500 มิลลิกรัม/7.5 มิลลิลิตร

ดีเฟอร็อกซามีนมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาดีเฟอร็อกซามีนมีขนาดการบริหารยา/ใช้ยาเช่น

ก. สำหรับบำบัดการได้รับพิษจากธาตุเหล็กแบบเฉียบพลัน:

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป: ขนาดเริ่มต้นฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้าหลอดเลือดดำขนาด 1,000 มิลลิกรัม ขนาดที่ใช้คงระดับการรักษาอยู่ที่ 500 มิลลิกรัมฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้าหลอดเลือดทุกๆ 4 ชั่วโมง 2 ครั้ง แพทย์อาจเพิ่มขนาดยาอีก 500 มิลลิกรัมทุกๆ 4 - 12 ชั่วโมง โดยขึ้นกับการตอบสนองของร่างกายผู้ป่วย ขนาดการใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 6,000 มิลลิกรัม/24 ชั่ว โมง การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อเหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่ได้อยู่ในสภาวะช็อก (Shock) การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำควรฉีดอย่างช้าๆควรใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะ Cardiovascular collapse (สมองและร่างกายขนาดเลือดเฉียบพลัน) หรือภาวะล้มเหลวทางระบบไหลเวียนโลหิต
  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: ทางคลินิกยังไม่มีข้อมูลขนาดการใช้ยานี้ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี การใช้ยานี้ในเด็กกลุ่มวัยนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์เป็นกรณีไป

ข. สำหรับบำบัดการได้รับพิษจากธาตุเหล็กแบบเรื้อรัง:

  • ผู้ใหญ่: ฉีดยาใต้ผิวหนังหรือทางกล้ามเนื้อขนาด 1,000 - 2,000 มิลลิกรัมในช่วง 8 - 24 ชั่วโมง/วัน หรือฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 40 - 50 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันทุกๆ 8 - 12 ชั่วโมง โดยให้ยา 5 - 7 วัน/สัปดาห์ ขนาดการใช้ยาสูงสุดทางหลอดเลือดดำคือ 60 มิลลิกรัม/น้ำ หนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน หรือขนาดการใช้ยาสูงสุดทางกล้ามเนื้ออยู่ที่ 1,000 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป: ฉีดยาใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อขนาด 1,000 - 2,000 มิลลิกรัมใน ช่วง 8 - 24 ชั่วโมง/วัน หรือฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ 20 - 40 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วันทุกๆ 8 - 12 ชั่วโมง โดยให้ยา 5 - 7 วัน/สัปดาห์ ขนาดการใช้ยาสูงสุดทางหลอดเลือดดำคือ 40 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน หรือขนาดการใช้ยาสูงสุดทางกล้ามเนื้ออยู่ที่ 500 - 1,000 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: ทางคลินิกยังไม่มีข้อมูลขนาดการใช้ยาในเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี การ ใช้ยานี้ในเด็กกลุ่มวัยนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์เป็นกรณีไป

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาดีเฟอร็อกซามีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

ดีเฟอร็อกซามีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาดีเฟอร็อกซามีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการช้างเคียง) ดังนี้ เช่น ทำให้เล็บ-ริมฝีปาก-ผิวหนังมีสีคล้ำ ตาพร่า ผู้ป่วยบางรายมีอาการชัก หัวใจเต้นเร็ว หายใจลำ บาก การรับฟังเสียงผิดปกติ ปวดศีรษะ เกิดลมพิษ คลื่นไส้ มีไข้ อาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย มีความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน และการใช้ยานี้กับเด็กอาจส่งผลทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตช้า

ทั้งนี้อาการข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่สามารถเกิดขึ้นได้เช่น ท้องเสีย ไตทำงานผิดปกติ และมีภาวะความดันโลหิตต่ำ

มีข้อควรระวังการใช้ดีเฟอร็อกซามีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาดีเฟอร็อกซามีนเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้หรือแพ้ส่วนประกอบของยาดีเฟอร็อกซามีน
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ที่มีภาวะไตทำงานผิดปกติหรือผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะปัสสาวะไม่ออก
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • การให้ยานี้ทางหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็วจะทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำติดตามมา
  • การใช้ยาดีเฟอร็อกซามีนเป็นเวลานานๆเกินจากคำสั่งแพทย์อาจทำให้เกิดภาวะได้ยินเสียง และการมองเห็นภาพผิดปกติไปจากเดิม
  • การได้รับยาดีเฟอร็อกซามีนในขนาดหรือปริมาณสูงในผู้ป่วยเด็กที่มีสาร Ferritin ในร่างกายต่ำสามารถทำให้การเจริญเติบโตของเด็กช้าลง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาดีเฟอร็อกซามีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ดีเฟอร็อกซามีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาดีเฟอร็อกซามีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาดีเฟอร็อกซามีนอย่างไร?

ควรเก็บยาดีเฟอร็อกซามีนภายใต้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ดีเฟอร็อกซามีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาดีเฟอร็อกซามีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Desferal (เดสเฟอรอล) Novartis

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Deferoxamine [2015,Dec26]
  2. http://www.drugs.com/pro/deferoxamine.html [2015,Dec26]
  3. http://www.mims.com/Thailand/drug/search?q=Deferoxamine%20 [2015,Dec26]
  4. http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/medicine/essential/list/16#item-9114 [2015,Dec26]
  5. http://www.vivo.colostate.edu/hbooks/molecules/ferritin.html [2015,Dec26]
  6. http://www.drugs.com/drug-interactions/deferoxamine-index.html?filter=2&generic_only= [2015,Dec26]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom