Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  uterus  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี  Ob-Gyn  ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ชัก 

ครรภ์เป็นพิษคืออะไร?

ภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือภาวะพิษแห่งครรภ์ (Pregnancy-induced Hypertension หรือ Pre-eclampsia/Preeclamsia ซึ่งศัพท์ดั้งเดิมคือ Toxemia of pregnancy) หมายถึง ภาวะความดันโลหิตสูงมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตร (มม.) ปรอทร่วมกับมีภาวะโปรตีนหรือไข่ขาวในปัสสาวะในสตรีตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ไปจนกระทั่งหลังคลอด 1 สัปดาห์ และ ภายหลังคลอดภาวะครรภ์เป็นพิษจะค่อยๆหายไปเอง

สาเหตุของครรภ์เป็นพิษคืออะไร?

ครรภ์เป็นพิษ

สาเหตุของการเกิดครรภ์เป็นพิษยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย หรือฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อบางตัว หรือจากกรรมพันธุ์ ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากความไม่สมดุลกันระหว่างโปรตีนบางตัวที่สร้างขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ ทำให้เกิดความผิดปกติของหลอดเลือดในสตรีตั้งครรภ์ ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างหลอดเลือดไปเลี้ยงรกได้เพียงพอ บางส่วนของรกจึงขาดเลือด เกิดการตายของเนื้อรกบางส่วนที่มีการปล่อยสารที่ส่งผลให้หลอดเลือดทั่วร่างกายของสตรีตั้งครรภ์หดตัว

สตรีตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดครรภ์เป็นพิษคือใคร?

สตรีตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดครรภ์เป็นพิษคือ

ครรภ์เป็นพิษแบ่งออกเป็นกี่ชนิด? อะไรบ้าง?

ครรภ์เป็นพิษแบ่งตามความรุนแรงเป็น 2 ชนิดคือ

1. ชนิดรุนแรงน้อย คือ สตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษโดยมีความดันโลหิตสูงไม่เกิน 160/ 110 มม.ปรอท หรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน หรือไม่มีภาวะแทรกซ้อนต่างๆเช่น เกล็ดเลือดต่ำ ไตวาย และทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์

2. ชนิดรุนแรงมาก คือ ภาวะครรภ์เป็นพิษที่มีความดันโลหิตสูงมากกว่า 160/110 มม.ปรอท หรือมีโปรตีนในปัสสาวะมากกว่า 2 กรัมต่อวัน หรือมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆเช่น ปวดศีรษะมาก ตาพร่ามัว มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ไตวาย ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักขณะตั้งครรภ์โดยที่ไม่เคยมีอาการชักมาก่อนตั้งครรภ์ (Eclampsia) และอาจเกิดภาวะเลือดออกในสมอง/เลือดออกในกะโหลกศีรษะจนมีอันตรายต่อชีวิต (ตาย) ได้

อาการของครรภ์เป็นพิษมีอะไรบ้าง?

อาการพบบ่อยของครรภ์เป็นพิษคือ

ภาวะแทรกซ้อนของครรภ์เป็นพิษมีอะไรบ้าง?

ภาวะแทรกซ้อน/ผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้จากครรภ์เป็นพิษคือ

1. ภาวะแทรกซ้อนต่อมารดา

2. ภาวะแทรกซ้อนต่อทารกในครรภ์

อาการผิดปกติที่สงสัยภาวะครรภ์เป็นพิษที่ต้องรีบมาพบแพทย์มีอะไรบ้าง?

เมื่อตั้งครรภ์และมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์หรือรีบพบแพทย์ก่อนวันนัดคือ

ครรภ์เป็นพิษรักษาอย่างไร?

ในภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดไม่รุนแรง อาจไม่มีความจำเป็นในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ต้องมาติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์นัด นอนพักมากๆ ลดอาหารรสจัด สังเกตนับลูกดิ้นทุกวัน วัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ

ฝ้าระวังอาการของโรคที่ต้องรีบมาพบแพทย์เช่น ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว จุกแน่นใต้ลิ้นปี่ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน/ผลข้างเคียง สามารถรอจนครบกำหนดคลอดแล้วจึงกระตุ้นให้คลอด สามารถคลอดทางช่องคลอดโดยใช้เครื่องดูดสุญญากาศหรือคีมคีบช่วยคลอดได้

หากเป็นครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) มีการวัดความดันโลหิตอย่างใกล้ชิด หากความดันโลหิตสูงมากกว่าหรือเท่ากับ 160/110 มม.ปรอท จำเป็นต้องได้รับยาลดความดันโลหิตเพื่อป้องกันหลอดเลือดในสมองแตก มีการติดตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์โดยเครื่องอัลตราซาวด์เป็นระยะๆ จำเป็นต้องได้รับยาป้องกันการชักระหว่างรอคลอดจนถึงหลังคลอด 24 ชั่วโมง ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีความจำเป็นต้องรับยุติการตั้งครรภ์ซึ่งอาจให้ยากระตุ้นชักนำการคลอด ทั้งนี้สามารถคลอดทางช่องคลอดโดยใช้เครื่องดูดสุญญากาศหรือคีมช่วยคลอด แต่จะผ่าตัดคลอดเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เช่น มารดามีภาวะปากมดลูกไม่เปิด เป็นต้น

ควรดูแลผู้ป่วยครรภ์เป็นพิษหลังคลอดอย่างไร?

ในรายที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง มีความจำเป็นต้องได้รับยาป้องกันการชัก/ยากันชัก ต่อจนครบ 24 ชั่วโมงหลังคลอด หากมีความดันโลหิตสูงเกิน 160/110 มม.ปรอท อาจจำเป็นต้องได้รับยาลดความดันโลหิตและอาจจำเป็นต้องวัดความดันโลหิตเป็นระยะๆทุก 1 - 2 วันอย่างน้อยประมาณ 2 สัปดาห์ ต่อจากนั้นอาจวัดความดันโลหิตทุกสัปดาห์จนอย่างน้อยประมาณ 6 - 12 สัปดาห์หลังคลอด หรือจนกว่าจะหยุดยาลดความดันโลหิต หรือตามแพทย์ที่รักษาดูแลแนะนำ

สามารถให้นมทารกได้ปกติโดยยาป้องกันการชักไม่มีผลต่อทารกที่ได้รับนมมารดา แต่ทั้งนี้ขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์ผู้ให้การดูแลรักษา

โดยทั่วไปอาการต่างๆจะดีขึ้นหลังคลอด โดยหากเกิน 12 สัปดาห์หลังคลอดแล้วยังคงมีความดันโลหิตสูงอาจเป็นโรคความดันโลหิตสูงชนิดเรื้อรัง ควรพบแพทย์อย่างต่อเนื่องตามแพทย์นัดเพื่อทำการรักษาต่อไป

ฝ้าระวังภาวะครรภ์เป็นพิษในครรภ์ต่อไปโดยควรฝากครรภ์แต่เนิ่นๆตั้งแต่รู่ว่าตั้งครรภ์และพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

เมื่อรู้ว่าครรภ์เป็นพิษ มีข้อห้ามอะไรบ้าง? ยังมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม?

ข้อห้ามสำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่ครรภ์เป็นพิษมีดังนี้

1. งดทำงานหนัก งดเดินชอปปิ้ง ให้พักผ่อนมากๆ

2. หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม

3. งดมีเพศสัมพันธ์อย่างเด็ดขาดเนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์มีผลทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น เลือดสูบฉีดจากหัวใจมากขึ้นส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น

เมื่อมีครรภ์เป็นพิษ เมื่อไหร่ต้องมาโรงพยาบาลฉุกเฉิน?

โดยปกติเมื่อได้รับวินิจฉัยว่ามีภาวะครรภ์เป็นพิษ ในช่วงแรกแพทย์จะให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการและเฝ้าระวังผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อน เมื่อมั่นใจว่าเป็นชนิดไม่รุนแรงไม่มีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ แพทย์จึงอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลโดยให้พักผ่อนอยู่บ้าน ให้วัดความดันโลหิตที่สถานพยาบาลใกล้บ้านหรือที่บ้าน (ถ้าสามารถมีเครื่องวัดความดันโล หิตไว้ใช้เอง) ตรวจนับการดิ้นของทารกเองโดยนับเมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงหลังอาหารรวมกันสามครั้งต้องดิ้นมากกว่าวันละ 10 ครั้ง และแพทย์อาจนัดพบสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อประเมินความรุนแรงของโรค และตรวจสุขภาพของทารกในครรภ์

แต่หากพบอาการดังต่อไปนี้ให้รีบมาโรงพยาบาลฉุกเฉิน/ทันที

มีวิธีป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษได้อย่างไร?

ยังไม่มีวิธีใดที่สามารถป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษได้ 100% แต่เมื่อเริ่มตั้งครรภ์หรือเมื่อเตรียมตั้งครรภ์สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้โดยมีวิธีการดังนี้

บรรณานุกรม

  1. Gestational Hypertension : Pregnancy Induced Hypertension(PIH). www.americanpregnancy.org/pregnancycomplications/pih.html [2016,March12].
  2. Hypertension in Pregnancy www.patient.co.uk/doctor/Hypertension-in-Pregnancy.html [2016,March12].
  3. Pregnancy: Preeclampsia and Eclampsia. www.medicinenet.com/pregnancy_preeclampsia_and_eclampsia/article.html [2016,March12].
Updated 2016, March 12

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom