ดีเฟอราซีร็อกซ์ (Deferasirox)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทนำ: คือยาอะไร?

ดีเฟอราซีร็อกซ์ (Deferasirox) หรือ ชื่อการค้าอื่นในต่างประเทศ เช่นยา Desirox, Defrijet, Desifer  คือ ยาที่นำมาบำบัดอาการธาตุเหล็กในกระแสเลือดสูงผิดปกติ (Chronic iron overload) ซึ่งอาจมีสาเหตุจากโรคซีดที่ต้องได้รับบริจาคเลือดจากผู้อื่นบ่อยๆ หรือมีเหตุจากอาการป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมีย (Beta-thalassemia) ยานี้มีกลไกการออกฤทธิ์ที่ไม่ซับซ้อนมากนัก โดยยาดีเฟอราซีร็อกซ์จะเข้าจับธาตุเหล็กในกระแสเลือดและตามเนื้อเยื่อของร่างกายจนได้สาร ประกอบเชิงซ้อนก่อนที่จะถูกขับออกจากร่างกายโดยผ่านไปกับอุจจาระ

รูปแบบยาแผนปัจจุบันยาดีเฟอราซีร็อกซ์ที่พบเห็นการใช้บ่อยจะเป็นยาชนิดรับประทาน มีการดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารและกระจายตัวในร่างกายได้ประมาณ 70% ยาดีเฟอราซีร็อกซ์สามารถอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 8 - 16 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกขับออกจากกระแสเลือดเป็นปริมาณ 50%

การจะใช้ยาดีเฟอราซีร็อกซ์ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น โดยมีเงื่อนไขหลายประการที่ถูกนำมาประกอบในการพิจารณาก่อนการจ่ายยานี้ เช่น

  • ต้องเป็นผู้ที่ไม่แพ้ยาดีเฟอราซีร็อกซ์
  • ต้องไม่ใช่ผู้ป่วย โรคไต โรคตับ ในระยะรุนแรง
  • ไม่ป่วยด้วยภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือเป็นผู้ที่มีการทำงานของไขกระดูกผิดปกติ หรือเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งในระยะลุกลาม
  • หากเป็นสตรีต้องไม่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา
  • ร่างกายต้องไม่มีภาวะขาดน้ำ
  • ไม่ควรใช้กับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

 ทั้งนี้หากผู้ป่วยไม่มีสถานภาพอยู่ในข้อห้ามดังกล่าว แพทย์จะทำการจ่ายยาดีเฟอราซีร็อกซ์ พร้อมกับแนะนะการใช้ยานี้อย่างถูกต้องอาทิ

  • รับประทานยานี้กับน้ำธรรมดาในปริมาณน้ำที่เพียงพอ
  • ควรรับประทานยานี้ให้ตรงเวลา
  • ห้ามรับประทานร่วมกับยาลดกรดที่มีเกลืออะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ
  • ควรรับประทานยานี้ตามคำสั่งแพทย์จนครบถึงแม้รับประทานไปบางส่วนแล้วอาการดีขึ้นก็ตาม
  • หากผู้ป่วยต้องได้รับการผ่าตัดหรือมีหัตถการของทันตกรรมควรต้องแจ้งให้แพทย์หรือ ทันตแพทย์ให้ทราบว่าปัจจุบันใช้ยาชนิดนี้อยู่
  • กรณีที่ใช้ยานี้ไปแล้วมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนควรรีบนำผู้ป่วยพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยเร็ว
  • ระหว่างที่ใช้ยานี้แล้วเกิดอาการผิดปกติของไขกระดูกควรต้องรีบปรึกษาแพทย์/ไปโรงพยา บาลโดยเร็วเพื่อแพทย์พิจารณาปรับแนวทางการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ร่วมกับยาเม็ดคุมกำเนิดเพราะยานี้จะส่งผลทำให้ยาเม็ดคุมกำเนิดด้อยประสิทธิภาพลงไป ระหว่างใช้ยานี้จึงควรมีการคุมกำเนิดวิธีการอื่นร่วมด้วย เช่น ถุงยางอนามัยชาย
  • ระวังการใช้ยานี้กับผู้สูงอายุด้วยอาจนำมาซึ่งอาการป่วยของ โรคตับ โรคไต หรือมีเลือดออก ในกระเพาะอาหารและลำไส้(เลือดออกในทางเดินอาหาร)ได้

 อนึ่งคณะกรรมการอาหารและยาของไทยระบุให้ดีเฟอราซีร็อกซ์เป็นยาควบคุมพิเศษ เราจะพบเห็นการใช้ยานี้ได้แต่ในสถานพยาบาลเท่านั้น

ดีเฟอราซีร็อกซ์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) รักษาโรคอะไร?

ดีเฟอราซีร็อกซ์

ยาดีเฟอราซีร็อกซ์มีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้: เช่น

  • บำบัดรักษาอาการมีธาตุเหล็กเกินในร่างกาย
  • รักษาอาการธาตุเหล็กเกินในโรคธาลัสซีเมีย

ดีเฟอราซีร็อกซ์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาดีเฟอราซีร็อกซ์ มีกลไกการออกฤทธิ์โดยตัวยาจะเข้าจับธาตุเหล็กที่อยู่ในรูปเฟอรริกไอ ออน/Ferric ion (Fe3+) จนได้สารประกอบเชิงซ้อน จากนั้นร่างกายจะส่งหรือกำจัดสารเชิงซ้อนดังกล่าวออกไปกับอุจจาระจึงทำให้ปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายค่อยๆกลับมาเป็นปกติ

ดีเฟอราซีร็อกซ์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาดีเฟอราซีร็อกซ์มีรูปแบบการจัดจำหน่าย:

  • ยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 90, 125, 180, 250, 360 และ 500 มิลลิกรัม/เม็ด

ดีเฟอราซีร็อกซ์มีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาดีเฟอราซีร็อกซ์มีขนาดรับประทาน เช่น

 ก.สำหรับภาวะธาตุเหล็กในร่างกายสูงผิดปกติ: เช่น

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป: เริ่มต้นรับประทาน 20 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมวันละครั้ง และแพทย์จะค่อยๆปรับขนาดรับประทานเพิ่มอีก 5 - 10 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมทุกๆ 3 - 6 เดือน โดยใช้ผลตรวจสอบปริมาณของธาตุเหล็กในกระแสเลือดมาเป็นแนวทางในการปรับ โดยขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 40 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี: ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนถึงผลข้างเคียงของยานี้ในเด็กวัยนี้ การใช้ยานี้ในเด็กกลุ่มนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

 ข. สำหรับรักษาอาการธาตุเหล็กสูงในโรคธาลัสซีเมีย: เช่น

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป: เริ่มต้นรับประทาน 10 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมวันละครั้ง ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 20 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า10 ปี: ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนถึงผลข้างเคียงของยานี้ในเด็กวัยนี้ การใช้ยานี้ในเด็กกลุ่มนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

 *อนึ่งสามารถรับประทานยานี้ก่อนหรือพร้อมกับอาหารในปริมาณเล็กน้อยก็ได้

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาดีเฟอราซีร็อกซ์ ผู้ป่วยควรแจ้ง  แพทย์ พยาบาล และเภสัชกร เช่น       

  • ประวัติแพ้ยาทุกชนิดเช่น กินยาแล้วคลื่นไส้มาก ขึ้นผื่น หรือแน่นหายใจติดขัด/หายใจลำบาก/หอบเหนื่อย
  • มีโรคประจำตัวต่างๆ รวมทั้งกำลังกินยา/ใช้ยาอะไรอยู่ เพราะยาดีเฟอราซีร็อกซ์อาจส่งผลให้อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรืออาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆที่กิน/ที่ใช้อยู่ก่อน
  • หากเป็นสุภาพสตรีควรแจ้งว่าอยู่ในภาวะตั้งครรภ์/มีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร เพราะยาหลายประเภทสามารถผ่านทางน้ำนมหรือรก และเข้าสู่ทารกจนก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาดีเฟอราซีร็อกซ์ สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษา ควรรับประทานยาดีเฟอราซีร็อกซ์ให้ตรงเวลา

ดีเฟอราซีร็อกซ์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาดีเฟอราซีร็อกซ์สามารถก่อให้เกิดผล/ อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)  เช่น

  • ปวดท้อง
  • ท้องเสีย
  • วิงเวียน
  • ปวดในหู
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • อาจพบอาการตาพร่า
  • การได้ยินเสียงเปลี่ยนแปลงไป
  • อุจจาระมีสีคล้ำ
  • เลือดออกตามเหงือก
  • มีเลือดปนมากับปัสสาวะ/ปัสสาวะเป็นเลือด
  • ปัสสาวะน้อยลง
  • เกิดผื่นคันที่ผิวหนัง
  • ผิวหนังซีด
  • ตัวเหลืองตาเหลือง

มีข้อควรระวังการใช้ดีเฟอราซีร็อกซ์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาดีเฟอราซีร็อกซ์ เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ที่มีค่าการทำงานของไต (ครีอะตินีน /Creatinine clearance) น้อยกว่า 40 มิลลิลิตร/นาที
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคเลือดชนิด โรคเลือดเอ็มดีเอส (Myelodysplatic syndrome)
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยสูงอายุ เด็ก (นิยามคำว่าเด็ก) สตรีตั้งครรภ์ และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตรโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามปรับขนาดหรือหยุดรับประทานยานี้โดยมิได้ปรึกษาแพทย์
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วย โรคตับ โรคไต ในระยะที่รุนแรง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่งทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาดีเฟอราซีร็อกซ์ด้วย) ยาแผนโบราณ   อาหารเสริม  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด  และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ใน เว็บhaamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ดีเฟอราซีร็อกซ์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาดีเฟอราซีร็อกซ์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น

  • การใช้ยาดีเฟอราซีร็อกซ์ ร่วมกับยา Ibuprofen อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร กรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน แพทย์จะปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมเป็นกรณีไป
  • การใช้ยาดีเฟอราซีร็อกซ์ ร่วมกับยา Amphotericin B อาจก่อให้เกิดปัญหากับไต หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน แพทย์จะปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป
  • การใช้ยาดีเฟอราซีร็อกซ์ ร่วมกับยา Acetaminophen/Paracetamol อาจทำให้ระดับยา Acetaminophen เพิ่มมากขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมเป็นกรณีไป

ควรเก็บรักษาดีเฟอราซีร็อกซ์อย่างไร?

ควรเก็บยาดีเฟอราซีร็อกซ์:

  • เก็บยาภายใต้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (Celsius)
  • ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น
  • ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์
  • เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสง/แสงแดด ความร้อน และความชื้น
  • เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ดีเฟอราซีร็อกซ์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาดีเฟอราซีร็อกซ์  มียาชื่อการค้าอื่น และบริษัทผู้ผลิต เช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Exjade (เอ็กเจด) Novartis

 

บรรณานุกรม

  1. https://www.drugs.com/monograph/deferasirox.html   [2022,March26]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Deferasirox#Properties_of_deferasirox  [2022,March26]
  3. https://www.mims.com/thailand/drug/info/deferasirox?mtype=generic  [2022,March26]
  4. https://www.drugs.com/drug-interactions/deferasirox-index.html?filter=2  [2022,March26]