Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระดูก  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

กระดูกพรุน 

บทนำ

ยาไรซีโดรเนต (Risedronate) เป็นยาในกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonate) ออกฤทธิ์ยับยั้งการสลายตัวของกระดูก (Osteoclastic bone resorpion) โดยยาไรซีโดรเนตเป็นยารับประ ทานที่มีหลายความแรง รูปแบบวิธีการรับประทานขึ้นกับความแรงของยาที่แพทย์พิจารณาแก่ผู้ป่วย

ยาไรซีโดรเนตมีข้อบ่งใช้สำหรับการรักษาภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) ในหญิงวัยหมดประจำเดือนและในผู้ชายเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแตกหรือการหักของกระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกตำแหน่งอื่นๆ รวมทั้งใช้ป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุนจากการได้รับยาสเตรียรอยด์ (Steroid induced osteoporosis) ชนิดกลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoid) เป็นเวลานาน

เนื่องจากยาไรซีโดรเนตเป็นยารับประทาน จึงสามารถถูกรบกวนการดูดซึมยาได้จากอาหาร ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยาตามวิธีการรับประทานยาที่แพทย์/เภสัชกรแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อประสิทธิภาพในการรักษาของยานี้และลดโอกาสการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) จากยา

ยาไรซีโดรเนตมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ไรซีโดรเนต

ยาไรซีโดรเนตมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้สำหรับการรักษาภาวะกระดูกพรุนในหญิงวัยหมดประจำเดือนและในผู้ชายเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแตกหรือหักของกระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกตำแหน่งอื่นๆ รวมทั้งใช้ป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุนจากการได้รับยาสเตรียรอยด์ (Steroid induced osteoporosis) ชนิดกลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoid) เป็นเวลานาน

ยาไรซีโดรเนตมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาไรซีโดรเนตเป็นยาในกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonate) และมีโครงสร้างคล้ายกับสารไพโรฟอสเฟต (Pyrophosphate) ที่ได้จากธรรมชาติซึ่งมีหน้าที่ยับยั้งการสลายกระดูก โดยยาไรซีโดรเนตจะเข้าจับกับเนื้อเยื่อกระดูกและออกฤทธิ์ลดอัตราการสลายตัวของกระดูก (Osteoclas tic bone resorpion) ซึ่งจะส่งผลทางอ้อมทำให้ความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มมากขึ้น จึงใช้ยาไรซีโดรเนตเพื่อการรักษาภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) ตามสรรพคุณ

ยาไรซีโดรเนตมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

รูปแบบที่มีจำหน่ายของยาไรซีโดรเนตในประเทศไทยมีรูปแบบทางเภสัชภัณฑ์คือ ยาเม็ดเคลือบฟิล์ม (Film-coated tablet) ขนาดยา 5, 35 และ 150 มิลลิกรัมต่อเม็ด

ยาไรซีโดรเนตมีขนาดหรือวิธีใช้ยาอย่างไร?

ยาไรซีโดรเนตมีขนาดหรือวิธีใช้ยาเช่น

1. ขนาดยาไรซีโดรเนตที่แนะนำในผู้ใหญ่คือ 5 มิลลิกรัมวันละ 1 ครั้ง หรือ 35 มิลลิกรัมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ควรรับประทานยาในเวลาและในวันเดียวกันของแต่ละสัปดาห์ หรือ 150 มิลลิกรัมเดือนละ 1 ครั้งควรรับประทานยาในเวลาและในวันเดียวกันของแต่ละเดือน ทั้งนี้ขนาดยาและวิธีการรับประทานยาของผู้ป่วยจะแตกต่างกันขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

2. วิธีการรับประทานยาไรซีโดรเนต แนะนำผู้ป่วยรับประทานยาก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาทีก่อนรับประทานอาหารมื้อแรก (ก่อนอาหารเช้า) หรือก่อนยาอื่นๆโดยรับประทานยานี้พร้อมน้ำเปล่าเท่านั้น (น้ำแร่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน) ประมาณ 1 - 2 แก้ว (ประมาณ 200 มิลลิลิตร) หลีกเลี่ยงรับประทานยานี้คู่กับผลิตภัณฑ์ยาอื่นที่มีส่วนประกอบของไอออนบวกหลายประจุเช่น แคลเซียม แมกนี เซียม อะลูมิเนียม เหล็ก เนื่องจากการดูดซึมยาไรซีโดรเนตจะถูกรบกวนโดยผลิตภัณฑ์ยาดังกล่าวรวมทั้งจากอาหารด้วย ดังนั้นเพื่อให้การดูดซึมยาไรซีโดรเนตเพียงพอ ควรปฏิบัติตามวิธีการรับประทานยาที่แนะนำอย่างเคร่งครัด

กรณีที่ไม่สามารถรับประทานยาก่อนอาหารเช้าได้ สามารถรับประทานยาเป็นเวลาอื่นได้ เช่น เที่ยง, เย็น หรือก่อนเข้านอนอย่างน้อย 30 นาที โดยควรรับประทานยาในเวลาเดิมทุกวัน แต่จำเป็นต้องรับประทานยาในช่วงท้องว่างคือ ก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาทีหรือหลังอาหารมื้อใดก็ได้ที่หลังจากรับประทานเสร็จไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงจึงค่อยรับประทานยานี้

การรับประทานยาไรซีโดรเนตให้กลืนยาทั้งเม็ด ห้ามเคี้ยวเม็ดยา หัก บด แบ่งยาโดยเด็ดขาด โดยรับประทานยาในท่านั่งตัวตรงหรือท่ายืนเท่านั้นเพื่อให้เม็ดยาเดินทางสู่กระเพาะอาหารได้สะดวก ผู้ป่วยห้ามนอนราบหรือเอนตัวมากๆในระยะเวลาประมาณ 30 นาทีหลังรับประทานยานี้ เพราะมีรายงานการเกิดหลอดอาหารอักเสบและเกิดแผลในกระเพาะอาหารจากการรับประทานยาในกลุ่มนี้ที่ผู้รับประทานจัดท่าทางไม่ถูกต้อง

3. ขนาดยาและการปรับขนาดยาในผู้ป่วยไตบกพร่อง: ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยานี้ในผู้ป่วยไตบก พร่องเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ห้ามใช้ยาไรซีโดรเนตในผู้ป่วยที่มีไตบกพร่องรุนแรง (ค่าการทำงาน ของไตน้อยกว่า 30 มิลลิลิตร/นาที)

4. ขนาดยานี้และการปรับขนาดยานี้ในผู้ป่วยตับบกพร่อง: ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยานี้ในผู้ป่วยตับบกพร่อง

*อนึ่งในเด็ก: ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยของยานี้ในผู้ป่วยเด็ก

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษา แพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาไรซีโดรเนต ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาควรปฏิบัติดังนี้

1. สำหรับยาไรซีโดรเนตขนาด 5 มิลลิกรัมรับประทานวันละ 1 ครั้ง: หากลืมรับประทานยาไรซีโดรเนตขนาดดังกล่าว สามารถรับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ โดยควรรับประทานตามวิธีการรับประทานยาที่แนะนำไว้ แต่หากนึกขึ้นได้ใกล้กับเวลารับประทานยามื้อถัดไปคือ นึกขึ้นได้ช่วงที่เกินกว่า 12 ชั่วโมงจากเวลาที่รับประทานยาปกติ ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมและให้รับประทานยามื้อต่อไปในขนาดยาปกติ โดยไม่ต้องรับประทานยาเพิ่มเป็น 2 เท่า

2. สำหรับยาไรซีโดรเนตขนาด 35 มิลลิกรัมรับประทานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง: หากลืมรับประทานยาไรซีโดรเนตขนาดดังกล่าวในวันที่กำหนด สามารถรับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้วันใดๆก็ตามในช่วงสัปดาห์นั้น โดยควรรับประทานตามวิธีการรับประทานยาที่แนะนำไว้ และรับประทานยามื้อต่อไปในวันที่เคยรับประทานยาตามเดิมของสัปดาห์ ห้ามรับประทานยา 2 เม็ดในวันในสัปดาห์เดียวกันโดยเด็ดขาด

3. สำหรับยาไรซีโดรเนตขนาด 150 มิลลิกรัมรับประทานเดือนละ 1 ครั้ง: หากลืมรับประทานยาไรซีโดรเนตขนาดดังกล่าว รับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ โดยควรรับประทานตามวิธีการรับประทานยาที่แนะนำไว้ แต่หากนึกขึ้นได้ในช่วงภายใน 7 วันข้างหน้าจะถึงวันที่ต้องรับประทานยาครั้งถัดไป ให้รอรับประทานยาครั้งถัดไปตามวันเดิมของเดือนถัดไป โดยไม่ต้องนำยาไรซีโดรเนตเม็ดที่ลืมของเดือนเก่ามารับประทานอีก ห้ามรับประทานยา 2 เม็ดในวันและในช่วงเวลาภายใน 7 วันโดยเด็ดขาด

ยาไรซีโดรเนตมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาไรซีโดรเนตมีผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์) เช่น

ก: ผลไม่พึงประสงค์ของยาไรซีโดรเนตที่พบได้บ่อยและไม่รุนแรง: เช่น อาการท้องผูก, อาหารย่อยไม่สมบูรณ์/อาหารไม่ย่อย, คลื่นไส้, ปวดท้อง, ท้องเสีย, ปวดกล้ามเนื้อ, ผื่นแพ้บริเวณผิวหนังทั่วไป

ข: ผลไม่พึงประสงค์ที่พบได้ไม่บ่อยแต่รุนแรงของยานี้: เช่น หลอดอาหารอักเสบ, แผลในหลอดอาหาร, หลอดอาหารตีบ, กลืนลำบาก, ลำไส้เล็กส่วนต้นอักเสบ, กระดูกขากรรไกรตาย, อาการบวมตามร่างกาย และเกิดตุ่มพองตาผิวหนัง ซึ่งถ้าพบอาการดังกล่าวต้องรีบพบแพทย์/รีบไปโรงพยาบาล

มีข้อควรระวังการใช้ยาไรซีโดรเนตอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาไรซีโดรเนตเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่แพ้ยานี้หรือแพ้ส่วนประกอบของยานี้
  • ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยของยาในผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยเด็กที่มีการทำงานของไตบกพร่อง
  • ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคไตวายและผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่องรุนแรง
  • ระมัดระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีประวัติความผิดปกติของหลอดอาหารซึ่งทำให้การขับเคลื่อน หรือการบีบตัวไล่อาหารช้าลงเช่น หลอดอาหารตีบ (Stricture) หรือเกิดภาวะกล้ามเนื้อเรียบหลอดอาหารไม่คลายตัว (Achalasia) หรือผู้ที่ไม่สามารถจัดท่าทางของร่างกายหลังรับประทานยาให้อยู่ในท่าตรงโดยไม่นอนรอบหรือเอนตัวมากๆได้ในเวลาอย่างน้อย 30 นาที
  • มีรายงานพบการตายของกระดูกขากรรไกร (Osteonecrosis of the jaw) ได้ ซึ่งโดยทั่วไปมักเกิดจากการถอนฟันและ/หรือจากการติดเชื้อเฉพาะที่ที่เหงือก รวมถึงภาวการณ์อักเสบของกระดูก /กระดูกอักเสบ (Osteomyelitis)

    ทั้งนี้ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงเกิดการตายของกระดูกขากรรไกรจากยาไรซีโดรเนตเช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง การได้รับยาเคมีบำบัด การได้รับรังสีรักษาบริเวณช่องปาก รับยาคอร์ติโคสเตียรอยด์(Corticosteroid) มีปัญหาสุขอนามัยในช่องปากไม่ดี ควรพิจารณาทำทันตกรรมเพื่อป้องกัน (Preventive dentistry) ก่อนให้การรักษาด้วยยากลุ่มบิสฟอสฟาเนต (Bisphosphonate) และควรหลีกเลี่ยงวิธีการทางทันตกรรมที่รุนแรง (Invasive procedure เช่น ถอนฟัน) ขณะได้รับยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต ดังนั้นควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อการประเมินทางทันตกรรมก่อนเริ่มใช้ยานี้

  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมถึงยาไรซีโดรเนต) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาไรซีโดรเนตมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนในเรื่องปฏิกิริยาระหว่างยาไรซีโดรเนตกับยาชนิดอื่นอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานอุบัติการณ์อาการไม่พึงประสงค์ต่อทางเดินอาหารส่วนบน (หลอดอาหาร)เพิ่มขึ้นกรณีการใช้ยาไรซีโดรเนตร่วมกับยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เนื่องจากยาทั้งสองชนิดมีผลระคายเคืองทางเดินอาหารส่วนบนได้เช่นเดียวกัน

ควรเก็บรักษายาไรซีโดรเนตอย่างไร?

แนะนำเก็บยาไรซีโดรเนตอุณหภูมิห้อง เก็บยาให้พ้นจากแสงแดดและแสงสว่างที่กระทบยาได้โดยตรง หลีกเลี่ยงนำยาสัมผัสกับความร้อนที่มากเช่น เก็บยาในรถที่ตากแดดหรือเก็บยาในห้องที่มีอุณหภูมิสูง (มีแสงแดดส่องถึงทั้งวันหรือเป็นเวลานาน) ไม่เก็บยาในห้องที่ชื้นเช่น ห้องน้ำ หรือห้องครัว โดยควรเก็บยาในภาชนะบรรจุเดิม และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ยาไรซีโดรเนตมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาไรซีโดรเนตที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Actonel (Risedronate 5 mg) Sanofi
Actonel once a week (Risedronate 35 mg) Sanofi
Actonel once a month (Risedronate 150 mg) Sanofi

บรรณานุกรม

  1. Lacy CF. Amstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug Information handbook. 20th ed. Ohio: Lexi-Comp,Inc.; 2011-12.
  2. Product Information: , Risedronate, Sanofi, Thailand.
  3. TIMS (Thailand). MIMS. 130th ed. Bangkok: UBM Medica ;2013
  4. ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล. Bisphosphonatesใน: ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล., บรรณาธิการ. ตำราโรคกระดูกพรุน 2. กรุงเทพมหานคร: บริษัทโฮลิสติก พับลิชชิ่ง. 2552


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom