Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไต  ระบบทางเดินปัสสาวะ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

ไต (Kidney) เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญในร่างกาย ถ้าไตสูญเสียการทำงาน มนุษย์จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้

ทางแพทย์ ใช้คำว่า Renal ซึ่งเป็นภาษาลาติน แทนคำว่า Kidney เช่น หลอดเลือดแดงของไต คือ Renal artery และเมื่อจะใช้เป็นคำนำหน้าศัพท์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับไต จะใช้คำว่า Nephro ซึ่งเป็นภาษากรีก เช่น การแพทย์สาขาโรคไต เรียกว่า Nephrology

ไตอยู่ตรงไหนของร่างกาย?

ไต เป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องทางด้านหลัง โดยอยู่สองข้างของกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอว

ไตมีสองข้าง ซ้ายและขวา ขนาดของไตแต่ละข้างยาวประมาณ 11 เซนติเมตร (ซม.) กว้างประมาณ 6 ซม. และหนาประมาณ 3 ซม. รูปร่างคล้ายเม็ดถั่ว โดยมีรอยเว้าหันเข้าหากระ ดูกสันหลังส่วนเอว

ระหว่างไตทั้งสองข้างจะมีอวัยวะสำคัญ เช่น ท่อเลือดแดง (หลอดเลือดแดงขนาดใหญ่ที่สุด คือ Aorta) หลอดเลือดดำใหญ่ (Inferior vena cava) ซึ่งไตจะได้รับเลือดแดงจากท่อเลือดแดง และส่งเลือดดำจากไตเข้าสู่หลอดเลือดดำใหญ่เหล่านี้

ไตขวา จะอยู่ใกล้กับตับ ส่วนไตซ้ายจะอยู่ใกล้กับม้ามและตับอ่อน บนส่วนยอดสุดของไตทั้งสองข้างจะมีอวัยวะขนาดเล็กครอบอยู่ ลักษณะคล้ายหมวก เรียกว่า ต่อมหมวกไต (Adrenal gland) ทำหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนหลายชนิด

เมื่อไตสร้างน้ำปัสสาวะ จะมีส่วนของไตที่เรียกว่า กรวยไต (Renal pelvis) ทำหน้าที่เป็นทางรวมของน้ำปัสสาวะเพื่อไหลลงสู่ ท่อไต (Ureter) ซ้ายและขวา ไปยังกระเพาะปัสสาวะ (Urinary bladder) และท่อปัสสาวะ (Urethra) ต่อไป

โครงสร้างภายในของไตเป็นอย่างไร?

โครงสร้างภายในของไต คือ

  • ไต ประกอบด้วยหน่วยย่อยที่ใช้กรองของเสียจากเลือดเรียกว่าโกลเมอรูลัส (Glomeru lus) ซึ่งเป็นส่วนที่เปลี่ยนแปลงมาจากหลอดเลือดแดงขนาดเล็ก โกลเมอรูลัสจะกรองของเสียจากเลือดออกเป็นปัสสาวะ ซึ่งจะไหลมาตามท่อขนาดเล็ก (Tubule) ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายส่วน เริ่มด้วย Proximal tubule, Henle’s loop, Distal tubule, และ Collecting tubule ตาม ลำดับ จากนั้นปัสสาวะจะไหลออกไปในช่องขนาดเล็กที่เรียกว่า Calyces ซึ่งจะมีจำนวนประ มาณ 10 ถึง 12 Calyces ต่อไตหนึ่งข้าง ต่อมา calyces จะรวมกันเป็นกรวยไต (Renal pelvis) ซึ่งเป็นทางที่น้ำปัสสาวะไหลผ่านไปยังท่อไต (Ureter)
  • โกลเมอรูลัส และท่อไตทุกส่วนตั้งแต่ Proximal tubule จนถึง Collecting tubule รวมเรียกว่า หน่วยไต (Nephron)
  • จำนวนของหน่วยไต (Nephron) ในไตแต่ละข้างจะมีประมาณ 1 ล้านหน่วย รวม 2 ข้างประมาณ 2 ล้านหน่วย ถ้าร่างกายเสียหน่วยไตไปประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 1 ล้านหน่วย จะยังไม่เกิดการคั่งของของเสียในร่างกาย/ในเลือด หรือภาวะไตวาย (Renal failure) แต่ถ้ามีการเสียไปของหน่วยไตมากกว่า 1 ล้านหน่วยขึ้นไป ก็จะเริ่มมีการคั่งของของเสียในเลือด ซึ่งเรียกภาวะนี้ว่า ไตวาย (Renal failure)

ไตมีหน้าที่อย่างไร?

ไต ทำหน้าที่หลายอย่าง คือ

  • หน้าที่หลักของไต คือ การกรองของเสียที่อยู่ในเลือด และขับถ่ายออกนอกร่างกายทางน้ำปัสสาวะ ดังนั้นในน้ำปัสสาวะก็จะมีสารพวกยูเรีย (Urea) ซึ่งเกิดจากการเผาผลาญสาร อาหารพวกโปรตีนออกมา ทำให้มีกลิ่นเฉพาะของน้ำปัสสาวะ การกรองของเสียจะเกิดขึ้นที่หน่วยของการกรองส่วนที่เรียกว่า โกลเมอรูลัส จากนั้นน้ำปัสสาวะที่ได้จะไหลผ่าน กรวยไต และลงมาตาม ท่อไต เพื่อลงสู่ กระเพาะปัสสาวะ และขับออกนอกร่างกายทาง ท่อปัสสาวะ ต่อ ไป
  • หน้าที่ของไตในการปรับปริมาณของน้ำในร่างกายให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป เช่น เมื่อดื่มน้ำมากเกินไป ไตจะขับน้ำส่วนที่เกินออกนอกร่างกายโดยการถ่ายปัสสาวะบ่อยมากขึ้น แต่ถ้าขาดน้ำหรือดื่มน้ำน้อย ร่างกายจะเก็บน้ำไว้ในร่างกายโดยการถ่ายปัสสาวะน้อยลงและปัสสาวะจะมีความเข้มข้นมากขึ้น การทำหน้าที่ปรับปริมาณของน้ำในร่าง กายนี้ ไตต้องทำงานร่วมกับ ต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) ที่ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการขับน้ำออกจากร่างกาย ชื่อ เอดีเอช/ADH (Antidiuretic hormone) ด้วย
  • หน้าที่ในการปรับดุลกรดและด่างของไต ก็เพื่อให้ พีเอช (pH,Potential hydrogen คือ ค่าแสดงความเป็นกรดและด่าง) ของเลือดอยู่ที่ระดับ 7.4 คงที่ เพราะเป็น pH ที่เหมาะสมในการทำงานของเซลล์ในร่างกาย เมื่อเลือดเป็นกรดเพิ่มมากขึ้นไตจะเพิ่มการเป็นกรดของปัสสา วะเพื่อขับกรดที่เกินออกไปทางปัสสาวะ การทำหน้าที่นี้ ไตต้องทำงานร่วมกับปอดในการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (เป็นอีกกลไกที่ช่วยควบคุมความเป็นกรดด่างของร่างกาย ถ้ามีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณสูง ร่างกายจะมีภาวะความเป็นกรดเพิ่มขึ้น ถ้ามีก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ในปริมาณลดต่ำลง ร่างกายจะมีภาวะความเป็นด่างสูงขึ้น) ออกจากร่างกายเพิ่มมากขึ้นด้วย
  • หน้าที่ในการปรับปริมาณของเกลือแร่โซเดียม โปแตสเซียม ไบคาร์บอเนต และคลอไรด์ให้อยู่ในปริมาณสมดุลปกติ หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของท่อไต (Renal tubule) เป็นส่วนใหญ่
  • หน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนที่ช่วยไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดง ชื่อฮอร์โมน Erythro poietin สร้างจากเซลล์ในบริเวณที่เรียกว่า Interstitial tissue ของไต โดยเฉพาะในเวลาที่ร่าง กายขาดออกซิเจน ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังการสร้างฮอร์โมน Erythropoietin จะลดลง จึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการโลหิตจาง/ภาวะซีด ร่วมด้วย

ระบบหลอดเลือดของไตเป็นอย่างไร?

ระบบหลอดเลือดของไต คือ

ไตมีหลอดเลือดแดง แยกจากหลอดเลือดแดงใหญ่ Aorta/ท่อเลือดแดง เข้าสู่ไตซ้าย และไตขวาเรียกว่า Renal artery ซึ่งจะแยกแขนงออกเป็น หลอดเลือดแดงขนาดเล็กกว่า เช่น Interlobar artery, Arcuate artery, Interlobular artery, Arteriole และกลายเป็นหลอดเลือดฝอยในโกลเมอรูลัสในที่สุด หลังจากนั้นก็จะรวมกันกลายเป็นหลอดเลือดดำชื่อ Renal vein ซ้ายและขวา เข้าสู่หลอดเลือดดำใหญ่ชื่อ Inferior vena cava กลับเข้าสู่หัวใจซีกบนขวาต่อไป


เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน iJun9Zzi phantommint ployzkanchana chavanakon.suttisa nasjarin.limseree
Frame Bottom