Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ติดเชื้อแบคทีเรีย 

บทนำ

ยาโลมีฟล็อกซาซิน (Lomefloxacin หรือ Lomefloxacin hydrochloride) เป็นยาในกลุ่มฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolone) ถูกนำมาใช้เป็นยาต่อต้านแบคทีเรีย โดยมีสรรพคุณทางคลินิก คือ รักษาอาการหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) อาการ/โรคการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract infection) หรือใช้ป้องกันการติดเชื้อในช่องทางเดินปัสสาวะก่อนผ่าตัด ยานี้ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้กว้างขวางทั้งชนิดแกรมบวกและแกรมลบ กลุ่มแบคทีเรียที่ตอบสนองกับยานี้เช่น S.pneumoniae (Streptococcus pneumoniae), H.influenzae (Haemophilus influenzae), S.aureus (Staphylococcus aureus), P.aeruginosa (Pseudomonas aeruginosa), E.cloacae (Enterobacter cloacae), P.mirabilis (Proteus mirabilis), C.diversus (Citrobacter diversus), S.saprophyticus (Staphylococcus saprophyticus), E.coli (Escherichia coli) และ K.pneumoniae (Klebsiella pneumoniae)

รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยาโลมีฟล็อกซาซินจะเป็นยาเม็ดชนิดรับประทาน โดยตัวยาสามารถถูกดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารได้ประมาณ 95 - 98% ซึ่งเมื่อตัวยาเข้าสู่กระแสเลือดจะเข้าจับกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 10% ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงขึ้นไปในการกำจัดยานี้ออกจากร่างกายโดยผ่านทิ้งไปกับปัสสาวะ

อาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง) ที่โดดเด่นของยาโลมีฟล็อกซาซินได้แก่ อาการกระสับกระส่าย อาจพบอาการวิตกกังวล รวมถึงเกิดภาวะผิวหนังแพ้แสงแดด เป็นต้น

ทั้งนี้มีข้อมูลบางประการที่ผู้บริโภคควรทราบก่อนใช้ยาโลมีฟล็อกซาซินดังนี้เช่น

จากข้อมูลที่กล่าวมาทำให้เราเห็นภาพโดยรวมของการใช้ยาโลมีฟล็อกซาซินแล้ว เพื่อความปลอดภัยต่อตัวผู้ป่วยเองการใช้ยานี้จะต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์แต่เพียงผู้เดียว

โลมีฟล็อกซาซินมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

โลมีฟล็อคซาซิน

ยาโลมีฟล็อกซาซินมีสรรพคุณรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆดังต่อไปนี้เช่น

โลมีฟล็อกซาซินมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ตัวยาโลมีฟล็อกซาซินมีกลไกการออกฤทธิ์โดย ตัวยาจะออกฤทธิ์รบกวนการทำงานของเอนไซม์ในแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ดีเอ็นเอ ไจเรส (DNA gyrase) ซึ่งเป็นเอนไซม์จำเป็นในการสร้างสารพันธุกรรมของแบคทีเรีย ทำให้แบคทีเรียหยุดการเจริญเติบโต ไม่สามารถแพร่พันธุ์และตายลงในที่สุด

โลมีฟล็อกซาซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาโลมีฟล็อกซาซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาเม็ดชนิดรับประทานขนาด 400 มิลลิกรัม/เม็ด

โลมีฟล็อกซาซินมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาโลมีฟล็อกซาซินมีขนาดรับประทานแตกต่างกันตามชนิดของโรคและความรุนแรงของอาการ รวมไปถึงดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา ในบทความนี้ขอยกตัวอย่างเช่น

ก. รักษาอาการหลอดลมอักเสบ (Bronchitis):

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 3 วัน

ข. รักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis):

  • ผู้ใหญ่: กรณีติดเชื้อ E.coli รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 3 วัน, กรณีติดเชื้อ K.pneumoniae, P.mirabilis หรือ S.saprophyticus ในสตรีรับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 10 วัน

ค. รักษาโรคไข้ไทฟอยด์ (Salmonella enteric fever):

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 7 - 14 วัน

ง. รักษาโรคอาหารเป็นพิษที่มีสาเหตุจากเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella gastroenteritis):

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 3 วัน

จ. รักษาโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract infection):

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 14 วัน

*อนึ่ง

  • เด็กและผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี: ทางคลินิกยังไม่มีข้อมูลเรื่องผลข้างเคียงของยานี้ในผู้ป่วยกลุ่ม นี้อย่างชัดเจน การใช้ยานี้ในผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีไป
  • สามารถรับประทานยานี้ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้
  • ผู้ป่วยโรคไตแพทย์อาจพิจารณาปรับลดขนาดรับประทานลง

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาโลมีฟล็อกซาซิน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาโลมีฟล็อกซาซินสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษาควรรับประทานยาโลมีฟล็อกซาซินตรงเวลา

โลมีฟล็อกซาซินมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาโลมีฟล็อกซาซินสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกายดังนี้เช่น

มีข้อควรระวังการใช้โลมีฟล็อกซาซินอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาโลมีฟล็อกซาซินเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยาโลมีฟล็อกซาซิน
  • ห้ามใช้ยากับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้สูงอายุโดยไม่มีคำสั่งแพทย์
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเองหรือหยุดการใช้ยานี้โดยที่รับประทานยายังไม่ครบคอร์ส ตามแพทย์สั่ง
  • ห้ามใช้ยาที่หมดอายุหรือยาที่มีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  • ห้ามรับประทานยานี้พร้อมยาลดกรดที่มีส่วนประกอบของอะลูมิเนียม (Aluminium) แมกนีเซียม แคลเซียม หรือยาที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี และยา Sucralfate ด้วยตัวยาดังกล่าวส่งผลต่อการดูดซึมยาโลมีฟล็อกซาซินทั้งสิ้น
  • ห้ามนำยานี้ไปรักษาอาการติดเชื้อจากไวรัสเช่น ไข้หวัด เป็นต้น เพราะยานี้ฆ่าเชื้อไวรัสไม่ได้
  • หากพบอาการอุจจาระเป็นเลือด ปวดท้อง ให้รีบพาผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว
  • การใช้ยานี้เป็นเวลาบ่อยๆนานๆอาจทำให้เกิดการติดเชื้อชนิดที่ไม่ตอบสนองกับยานี้เช่น กลุ่มเชื้อรา เป็นต้น
  • หยุดการใช้ยานี้ทันทีหากพบอาการแพ้ยาแล้วพาผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว ทันที/ฉุกเฉิน
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาโลมีฟล็อกซาซินด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

โลมีฟล็อกซาซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาโลมีฟล็อกซาซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

  • การใช้ยาโลมีฟล็อกซาซินร่วมกับยา Hydrocortisone อาจเกิดความเสี่ยงทำให้เส้นเอ็นอักเสบ หรือถึงขั้นเส้นเอ็นปริแตก หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาโลมีฟล็อกซาซินร่วมกับยา Tramadol ด้วยอาจทำให้มีภาวะลมชักเกิดขึ้นได้
  • การใช้ยาโลมีฟล็อกซาซินร่วมกับยา Warfarin อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป
  • การใช้ยาโลมีฟล็อกซาซินร่วมกับยา Haloperidol อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยในระดับรุนแรงตามมา หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน

ควรเก็บรักษาโลมีฟล็อกซาซินอย่างไร?

ควรเก็บยาโลมีฟล็อกซาซินภายใต้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

โลมีฟล็อกซาซินมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาโลมีฟล็อกซาซินที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Floxaday (ฟล็อกซาเดย์)Ranbaxy
Floxaquin- LA (ฟล็อกซาควิน-แอลเอ)Themis Chemicals Ltd
Foxil (ฟอกซิล)Sarabhai Chemicals
Gynalom (กายนาลอม)Wockhardt Ltd.
Lomaday (โลมาเดย์)Dr Reddy Laboratories Ltd
Lomedon (โลมีดอน)Cadila HealthcareTablet
Lomef -400 (โลมฟ์-400)Torrent Labs
Lomeflox -400 (โลมฟล็อกซ์-400)IPCA Laboratories
Lomegen (โลมเจน)Genix Pharma LtdTablet
Lomewon (โลมีวัน)Max Life Sciences
Lomexel (โลเมเซล)Medley Pharmaceuticals
Lomflox (ลอมฟล็อกซ์)IPCA Laboratories
Lomibact (โลมิแบ็คท์)Sun Biotic Labs

อนึ่งในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ ยาชื่อการค้าอื่นของยาฟล็อกซาซินเช่น Maxaquin, Okacyn, Uniquin

บรรณานุกรม

  1. http://www.encyclopedia.com/topic/Fluoroquinolones.aspx [2016,March12]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Lomefloxacin [2016,March12]
  3. http://www.drugbank.ca/drugs/DB00978 [2016,March12]
  4. http://www.drugs.com/cdi/lomefloxacin.html [2016,March12]
  5. http://www.drugs.com/drug-interactions/lomefloxacin-index.html?filter=3&generic_only= [2016,March12]
  6. http://www.medindia.net/drug-price/lomefloxacin.html [2016,March12]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน Zijio
Frame Bottom