Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เหงือก  ทันตกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เหงือกเลือดออกง่าย  เจ็บเหงือก 

บทนำ

เหงือกอักเสบ (Gingivitis) คือ การอักเสบของเยื่อบุผิวชั้นที่เป็นเยื่อเมือกของเหงือก มักเป็นการอักเสบของเหงือกในส่วนที่ติดกับฟันที่เรียกว่า คอฟัน และส่วนที่เป็นเบ้าฟัน (Tooth socket, เหงือกส่วนที่เป็นที่ฝังอยู่ของฟัน)

เหงือกอักเสบเป็นอาการในระยะเริ่มต้นของโรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis, โรคเหงือกอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียขั้นรุนแรงที่เกิดกับเนื้อเยื่อเหงือกชั้นอยู่ลึกคือชั้นที่ยึดติดกับรากฟันและกับกระดูกส่วนรากฟันที่ส่งผลให้เกิดการอักเสบรุนแรงจนอาจทำให้เกิดฟันหลุดออกมาได้) ถ้าได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหงือกอักเสบจะหายได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาไม่ถูกต้องการอักเสบติดเชื้อจะลุกลามไปเป็นโรคปริทันต์อักเสบ

เหงือกอักเสบเป็นโรคพบบ่อย พบได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากขึ้นโอกาสเกิดจะยิ่งพบสูงขึ้น จัดเป็นโรคทางทันตกรรมที่พบบ่อยเป็นลำดับ 2 รองจากฟันผุ ทั้งนี้ทั่วโลกพบโรคนี้ได้ประมาณ 75% ผู้ชายพบได้บ่อยกว่าผู้หญิงจากที่มีการดูแลช่องปากได้ไม่ดีเท่าในผู้หญิงและจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ที่บริโภคในผู้ชายมากกว่าในผู้หญิง

เหงือกอักเสบมีสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงจากอะไร?

เหงือกอักเสบ

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงของเหงือกอักเสบที่เป็นสาเหตุหลักคือ ภาวะเกิดคราบหินปูนจากน้ำลายที่จับอยู่กับเหงือกส่วนที่หุ้มฟันไว้ร่วมกับมีการเกาะอาศัยของแบคทีเรียที่คราบหินปูนนั้นที่เรียกว่า “Biofilm หรือ Plaque” ซึ่งกลไกนี้มีสาเหตุหลักที่มักเกิดจากการขาดสุขอนามัยที่ดีของช่องปากเช่น ไม่แปรงฟันทุกวันหรือแปรงฟันเพียงวันละครั้ง ไม่แปรงฟันก่อนเข้านอน รวมไปถึงการไม่รู้จักใช้ไหมขัดฟัน

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่พบได้คือ

เหงือกอักเสบมีอาการอย่างไร?

เหงือกอักเสบเกิดที่ตำแหน่งใดของเหงือกก็ได้ อาจเกิดได้พร้อมกันหลายตำแหน่งหรือเกิดได้พร้อมกันทั้งช่องปาก โดยมีอาการที่พบบ่อยได้แก่

เมื่อไหร่ควรพบทันตแพทย์?

เมื่อมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ อาการ และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 - 4วันหลังดูแลตนเอง ควรพบทันตแพทย์เสมอ แต่ถ้าเหงือกเป็นหนองหรืออาการต่างๆเลวลงควรรีบพบทันตแพทย์ไม่ต้องรอ

อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปควรพบทันตแพทยเป็นประจำสม่ำเสมอทุก 6 เดือนหรือตามทันตแพทย์นัดเพื่อการดูแลช่องปาก เพราะบ่อยครั้งอาการเริ่มแรกของเหงือกอักเสบและฟันผุกไม่มีอาการแต่ทันตแพทย์สามารถตรวจพบได้ ซึ่งจะทำให้ได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆก่อนที่จะกลายเป็นปริทันต์อักเสบ

ทั้งนี้ควรเริ่มการดูแลช่องปากและฟันจากทันตแพทย์ได้ตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก ซึ่งสภาทางด้านทันตกรรมเด็กแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Academy of Pediatric Dentistry) มีความเห็นว่าควรนำเด็กพบทันตแพทย์ครั้งแรกเริ่มเมื่อเด็กอายุ 1 ปี

ทันตแพทย์วินิจฉัยเหงือกอักเสบอย่างไร?

ทันตแพทย์วินิจฉัยเหงือกอักเสบได้จากลักษณะทางคลินิกคือ วินิจฉัยจากประวัติอาการ และการตรวจดูเหงือกด้วยตาและด้วยการคลำเหงือก อาจร่วมกับการคลำต่อมน้ำเหลืองใต้คาง ทั้งนี้การวินิจฉัยไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสืบค้นเพิ่มเติมด้วยการตรวจเลือดหรือเอกซเรย์ภาพฟัน

รักษาเหงือกอักเสบได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาเหงือกอักเสบคือ

  • กำจัดคราบ Biofilm ที่เป็นแหล่งเชื้อโรคด้วยการรับการขูดหินปูนจากทันตแพทย์ทุก 6 เดือนหรือตามทันตแพทย์แนะนำ
  • การใช้ยาปฏิชีวนะอาจเป็นยากินและ/หรือน้ำยาบ้วนปากขึ้นกับความรุนแรงของการติดเชื้อ
  • การรักษาความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าหลังตื่นนอนและตอนกลางคืนก่อนนอน ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยก่อนแปรงฟันก่อนนอนหรือหลัง อาหารทุกมื้อหลัก
  • กินยาแก้ปวด Paracetamol กรณีเจ็บ/ปวดเหงือกมาก

เหงือกอักเสบมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากเหงือกอักเสบคือ ถ้าไม่รักษาการอักเสบติดเชื้ออาจรุนแรงจนเกิดเป็นหนองหรือเป็นเหงือกอักเสบเรื้อรังที่เรียกว่า ปริทันต์อักเสบที่การอักเสบลุกลามเข้าเนื้อเยื่อส่วนลึกของเหงือกและของรากฟันจนอาจส่งผลให้เกิดฟันหลุดออกมาเองได้

อนึ่งในกรณีที่เหงือกอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นปริทันต์อักเสบ มีบางการศึกษารายงานว่า อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง หรือทำให้โรคเบาหวานรุนแรงขึ้น หรือในกรณีการตั้งครรภ์อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดเด็กคลอดโดยมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์หรืออาจคลอดก่อนกำหนด แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนในเรื่องเหล่านี้

เหงือกอักเสบมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคโดยทั่วไปถ้าได้รับการรักษาแต่เมื่อเริ่มเกิดอาการเหงือกอักเสบมีการพยากรณ์โรคที่ดีรักษาได้หาย แต่มีโอกาสเกิดซ้ำได้ตามปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเหงือกอักเสบได้แก่

  • ปฏิบัติตามทันตแพทย์แนะนำ
  • กินยาที่ทันตแพทย์สั่งให้ครบถ้วนถูกต้องไม่ขาดยา ไม่หยุดยาเองถึงแม้อาการจะหายเป็นปกติแล้ว
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากตามทันตแพทย์แนะนำหรือบ้วนปากด้วยน้ำเกลือเจือจาง (น้ำ เกลือที่ใช้ในโรงพยาบาล/Normal saline ที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไปหรือผสมน้ำเกลือใช้เองโดยไม่ให้มีรสเค็มจัดเช่น เกลือทะเล ½ - 1 ช้อนชาละลายในน้ำสะอาด 1 แก้ว/ประมาณ 250 - 300 มิลลิลิตร) บ่อยๆ/ทุก 4 - 6 ชั่วโมงและหลังอาหารทุกครั้งจนกว่า เหงือกอักเสบจะหาย
  • รักษาสุขอนามัยช่องปากทุกวันตามทันตแพทย์แนะนำ ที่สำคัญคือแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง หลังตื่นนอนเช้าและก่อนเข้านอนกลางคืน ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันก่อนการแปรงฟันก่อน เข้านอนและอาจทุกครั้งหลังกินอาหารมื้อหนักๆ
  • ควบคุมรักษาโรคประจำตัวต่างๆให้ได้ดี
  • กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน
  • กินอาหารอ่อน (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ประเภทอาหารทางการ แพทย์) ช่วงเหงือกอักเสบจนมีอาการเจ็บเหงือก/เคี้ยวอาหารแข็งปกติไม่ได้
  • หยุดบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติด
  • พบทันตแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามทันตแพทย์นัด

พบทันตแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

ควรพบทันตแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ป้องกันเหงือกอักเสบได้อย่างไร?

วิธีป้องกันเหงือกอักเสบที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การรักษาสุขอนามัยช่องปากด้วยการแปรงฟันวันละ 2 ครั้งเมื่อตื่นนอนเช้าและก่อนเข้านอนกลางคืน ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันก่อนแปรงฟันก่อนเข้านอนและอาจใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังอาหารมื้อใหญ่

นอกจากนั้นการดูแลสุขอนามัยช่องปากยังประกอบด้วย

  • ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติด
  • กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน
  • ป้องกันควบคุมรักษาโรคประจำตัวให้ได้ดี
  • พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนหรือบ่อยตามทันตแพทย์นัด

บรรณานุกรม

  1. Idrees,M. et al(2014). Saudi Med J.35,1373-13
  2. http://emedicine.medscape.com/article/763801-overview [2016,Jan23]
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Gingivitis [2016,Jan23]
  4. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmedhealth/PMHT0023280/ [2016,Jan23]
  5. http://www.colgate.com/en/us/oc/oral-health/life-stages/childrens-oral-care/article/your-childs-first-dental-visit [2016,Jan23]
  6. http://www.dentalfearcentral.org/faq/healing/ [2016,Jan23]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน santirat_ OOOkdOOO Apple0049
Frame Bottom