Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

สั่น  ตัวสั่น 

บทนำ

ยาเซเลกิลีน (Selegiline หรืออีกชื่อ คือ L-deprenyl) เป็นยาในกลุ่ม Selective MAO-B inhibitors (Selective Monoamine oxidase B inhibitor, ยาที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสารสื่อประสาท Dopamine) ทางคลินิกได้นำมารักษาอาการโรคพาร์กินสัน โดยสามารถใช้เป็นยาเดี่ยวหรือหากใช้ร่วมกับยา Levodopa ก็สามารถลดขนาดการใช้ยา Levodopa ลงได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้ยาเซเลกิลีนเพื่อรักษาโรคซึมเศร้าอีกด้วย รูปแบบยาแผนปัจจุบันที่พบเห็นได้ของยานี้คือ ยาชนิดรับประทานทั้งแบบเม็ดแบบแคปซูล และในรูปแบบพลาสเตอร์ปิดผิวหนัง

ขณะที่ยาเซเลกิลีนดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดทางระบบทางเดินอาหารหรือทางผิวหนังจะเกิดการรวมตัวกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 90% ตับจะเป็นอวัยวะที่คอยทำลายยานี้อย่างต่อเนื่อง ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงขึ้นไปเพื่อกำจัดยาเซเลกิลีนโดยเฉพาะชนิดรับประทานออกจากกระแสเลือด

การใช้ยาเซเลกิลีนสำหรับบำบัดอาการของโรคพาร์กินสันจะต้องอาศัยความต่อเนื่อง การหยุดใช้ยานี้ทันทีทันใดจะทำให้ผู้ป่วยได้รับอาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง) จากยาเซเลกิลีนติดตามมา อย่างเช่น มีไข้ รู้สึกสับสน มีความนึกคิดผิดปกติไป หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดปกติ การขับเหงื่อออกลดลง

ผู้ที่รับประทานยาเซเลกิลีนอย่างต่อเนื่องอาจได้รับผลข้างเคียงบางอย่างอาทิเช่น วิงเวียน ง่วงนอน ปากแห้ง ทนสภาพอากาศร้อนได้ไม่ดีเท่าเดิม คลื่นไส้ ปวดท้อง และผู้ป่วยบางรายอาจหลับได้ในทันทีขณะทำกิจกรรมใดๆอยู่ก็ตาม แพทย์จึงมักแนะนำให้หลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานพาหนะต่างๆ รวมถีงการทำงานกับเครื่องจักรเมื่อมีการใช้ยานี้เพราะจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

การรับประทานยาเซเลกิลีนร่วมกับอาหารที่มีสารไทรามีน (Tyramine, สารที่มีผลต่อการทำงานของสารสื่อประสาทบางชนิด) สูงอย่างเช่น ชีส (Cheese) ไวน์แดง เบียร์ เนื้อสัตว์ ตับ กล้วย และอะโวคาโด อาจทำให้ความดันโลหิตของผู้ป่วยสูงขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยควรหมั่นตรวจสอบความดันโลหิตของตนเองอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำเมื่อใช้ยานี้

การใช้ยาเซเลกิลีนกับผู้ป่วยสูงอายุจะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะจัดเป็นผู้ป่วยกลุ่มที่สามารถเกิดอาการข้างเคียงต่างๆจากยานี้ได้ง่ายกว่าผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ หรือการจะใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร แพทย์จะต้องพิจารณาถึงผลดี-ผลเสียมาประกอบกันก่อนใช้ยานี้

สำหรับผู้ป่วยที่เผลอรับประทานยาเซเลกิลีนเกินขนาดนั้นจะก่อให้เกิดพิษต่อระบบประสาทส่วนกลางโดยสังเกตจากอาการมีไข้รวมถึงสัญญาณชีพต่างๆในร่างกายผู้ป่วยผิดปกติ มีรายงานว่าการใช้ยานี้ผิดขนาดโดยใช้ร่วมกับยากลุ่ม TCAs เป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมาแล้ว

ยาเซเลกิลีนไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับผู้ป่วยเด็กด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมาสนับสนุนความปลอดภัยในการใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างเพียงพอ

ประเทศไทยโดยคณะกรรมการอาหารและยาได้จัดให้ยาเซเลกิลีนอยู่ในหมวดยาอันตราย การใช้ยานี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น และห้ามผู้ป่วยไปซื้อยามารับประทานเอง

เซเลกิลีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

เซเลกิลีน

ยาเซเลกิลีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อ

เซเลกิลีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธ์ของยาเซเลกิลีนคือ ตัวยาจะแทรกแซงและรบกวนการดูดกลับของสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า โดพามีน (Dopamine) ในบริเวณส่วนประสาทที่เรียกว่า ไซแนปส์ (Synapse, จุด/รอยประสานประสาท) ส่งผลให้เกิดการปรับสมดุลใหม่ของสารสื่อประสาทในร่างกายทำให้อาการของโรคพาร์กินสันและอาการซึมเศร้าดีขึ้น

เซเลกิลีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาเซเลกิลีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเช่น

  • ยาเม็ดชนิดรับประทานขนาด 5 มิลลิกรัม/เม็ด
  • ยาแคปซูลชนิดรับประทานขนาด 5 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • พลาสเตอร์ปิดผิวหนังขนาดความแรง 6, 9 และ 12 มิลลิกรัม/24 ชั่วโมง

อนึ่งประเทศไทยจะพบเห็นการใช้ยานี้ชนิดรับประทานได้มากกว่าชนิดปิดผิวหนัง

เซเลกิลีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาเซเลกิลีนมีขนาดการใช้ยาเช่น

ก. บำบัดโรคพาร์กินสัน:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 5 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งพร้อมอาหาร ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน

ข. บำบัดอาการซึมเศร้า:

  • ผู้ใหญ่: ใช้ยาเซเลกิลีนในรูปแบบพลาสเตอร์ปิดผิวหนังขนาด 6 มิลลิกรัม/24 ชั่วโมงปิดผิวหนังวันละครั้ง ขนาดการใช้ที่เหมาะสมอยู่ที่ 6 - 12 มิลลิกรัม/24 ชั่วโมง ขนาดการใช้ยาสูงสุดไม่เกิน 12 มิลลิกรัม/24 ชั่วโมงวันละครั้ง

*อนึ่ง ในเด็ก: ทางคลินิกยังไม่มีข้อมูลการใช้ยานี้ในผู้ป่วยเด็ก การจะใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาแต่เพียงผู้เดียว

*****หมายเหตุ: ขนาดและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาเซเลกิลีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาเซเลกิลีนสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามการลืมรับประทานยาเซเลกิลีนบ่อยๆหลายครั้ง สามารถทำให้ผู้ป่วยได้ผลข้างเคียงของยานี้ตามมาและรวมถึงประสิทธิภาพในการรักษาจะลดลงด้วย

เซเลกิลีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาเซเลกิลีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พีงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกายดังนี้เช่น

มีข้อควรระวังการใช้เซเลกิลีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาเซเลกิลีนเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยานี้ร่วมกับยา Fluoxetine, Bupropion, Buspirone, ยากลุ่ม SSRI, Propoxyphene, Tramadol, ยากลุ่ม TCAs, ยากลุ่ม MAOIs, ยากลุ่ม 5-HT1 agonist
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มเนื้องอก Pheochromocytoma
  • ห้ามใช้ยาที่มีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานยานี้ด้วยตนเองหรือหยุดการใช้ยานี้ทันทีโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • หากอาการไม่ดีขึ้นหลังการใช้ยานี้ควรรีบต้องกลับมาปรึกษาแพทย์/มาโรงพยาบาลเพื่อแพทย์พิจารณาปรับแนวทางการรักษา
  • หยุดการใช้ยานี้ทันทีหากพบอาการแพ้ยาหลังรับประทาน
  • ตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอพร้อมกับเฝ้าดูพฤติกรรมของผู้ป่วยว่ามีความคิดอยากทำร้ายตนเองหรือไม่ ถ้าพบผิดปกติต้องรีบพาผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาล
  • ระวังการรับประทานยานี้ร่วมกับอาหารที่มีสารไทรามีน (Tyramine) สูง ควรรับประทานอาหารตามคำแนะนำของแพทย์
  • พาผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามนัดทุกครั้ง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาเซเลกิลีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

เซเลกิลีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาเซเลกิลีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาเซเลกิลีนอย่างไร?

ควรเก็บยาเซเลกิลีนในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่อง แช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

เซเลกิลีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาเซเลกิลีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Julab (จูแล็บ)Biolab
Jumex (จูเม็กซ์)sanofi-aventis
Sefmex (เซฟเม็กซ์)Unison

อนึ่งยาชื่อการค้าของยาเซเลกิลีนในประเทศตะวันตกเช่น Eldepryl, Emsam

บรรณานุกรม

  1. http://en.wikipedia.org/wiki/Monoamine_oxidase_inhibitor [2016,April2]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Selegiline [2016,April2]
  3. http://www.drugs.com/cdi/selegiline.html [2016,April2]
  4. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Sefmex/?type=BRIEF [2016,April2]
  5. http://www.mims.com/THAILAND/Home/GatewaySubscription/?generic=Selegiline [2016,April2]
  6. http://www.drugs.com/drug-interactions/selegiline-index.html?filter=3&generic_only= [2016,April2]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน Bobby1 misterT hackerza1231 Billyla nmaliwan2537
Frame Bottom