Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กล้ามเนื้อ  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

กล้ามเนื้อกระตุก 

บทนำ

หลายคนคงเคยมีอาการกระตุก/กล้ามเนื้อกระตุกของแขนหรือขา ที่เป็นขึ้นมาอย่างรวด เร็ว หลายๆครั้ง และเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ 1-2 วินาทีเท่านั้น คงตกใจว่าเป็นอะไร อาการกล้ามเนื้อกระตุกแบบนั้นเรียกว่า “อาการกล้ามเนื้อกระตุกรัว (Myoclonus)” อาการดังกล่าวเกิด ขึ้นได้อย่างไร อันตรายหรือไม่ รักษาอย่างไร อ่านได้จากบทความนี้ครับ

อนึ่ง ในบทความนี้ ขอเรียก อาการกล้ามเนื้อกระตุกรัว นี้ว่า “อาการกระตุกรัว

อาการกระตุกรัวคืออะไร?

อาการกระตุกรัว

อาการกระตุกรัว เป็นอาการ ไม่ใช่โรค ซึ่งอาการกระตุกรัว คือ อาการที่กล้ามเนื้อเกิดการกระตุกอย่างแรง ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายๆครั้ง โดยเป็นเพียงระยะเวลาสั้นมาก ประมาณ 1-2 วินาทีเท่านั้น ลักษณะเป็นขึ้นมาเอง ไม่สามารถควบคุมได้ อาจเป็นเพียงกล้ามเนื้อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย หรือเป็นกับกล้ามเนื้อทั้งตัวก็ได้

อนึ่ง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายคำว่า “กระตุก” คือ อาการที่กล้ามเนื้อหดและยืดตัวขึ้นมาเองทันที ส่วนคำว่า “รัว” หมายถึง “ไหวถี่ๆ”

อาการกระตุกรัวเกิดขึ้นได้อย่างไร?

อาการกระตุกรัว เกิดขึ้นเนื่องจากเกิดความผิดปกติของวงจรควบคุมการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวแบบผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงชั่วคราวที่เป็นอาการผิดปกติ เช่น อาการสะอึก อาการกระตุกตอนนอน อาการกระตุกเวลาเครียดกังวล อา การกระตุกผวาในทารก แต่บางกรณีก็เป็นอาการที่เกิดจากโรคได้ เช่น ในโรคลมชักแบบกระตุก (Myoclonic seizure)

อะไรเป็นสาเหตุของอาการกระตุกรัว?

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกระตุกรัว ได้แก่

  1. เป็นกลไกปกติของร่างกาย เป็นสิ่งที่พบได้ในคนปกติทั่วไป ไม่มีสาเหตุผิดปกติเกิด ขึ้น ไม่สัมพันธ์กับโรคใดๆ เช่น สะอึก กระตุกตอนนอน กระตุกผวาในทารก
  2. จากมีความผิดปกติในสมอง เนื่องจากมีโรคทางสมอง เช่น จากภาวะติดเชื้อ (สมองอักเสบ), สมองขาดออกซิเจน, ความผิดปกติด้านภูมิคุ้มกันต้านทานโรค (สมองอักเสบเหตุภูมิ คุ้มกันผิดปกติ), ผลกระทบทางระบบประสาทจาก โรคตับ (โรคสมองเหตุจากโรคตับ), โรคไต, โรคหัวใจวาย, โรคอัมพาต, โรคพาร์กินสัน, โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์

อาการกระตุกรัวเกิดขึ้นที่ส่วนไหนของร่างกายได้บ้าง?

อาการกระตุกรัวนี้ อาจเกิดขึ้นได้ที่ เปลือกตา/หนังตา ตา ปาก แขน ขา ลำตัว กะบังลม ซึ่งอาการกระตุกนี้ส่วนใหญ่ เกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น เช่น หนังตากระตุก แขนขากระตุก สะอึก (อาการกระตุกของกะบังลม) และขณะที่กำลังจะหลับก็อาจมีอาการกระตุก หรือสะดุ้งทั้งตัวได้

อาการกระตุกรัวมีอันตรายหรือไม่?

อาการกระตุกรัว เกือบทั้งหมดไม่มีอันตราย ไม่ก่อผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อน แต่ถ้าอาการกระตุกนั้นเป็นอยู่นาน ต่อเนื่องหลายๆวัน เช่น สะอึกติดต่อกันทั้งวันทั้งคืน หลายๆวัน ก็ต้องหาสาเหตุ, อาการกระตุกแขนขา และ/หรือลำตัวร่วมกับความจำเสื่อม ความรู้สึกตัวลดลง หรือเซ อาการเหล่านี้ก็ต้องหาสาเหตุ เพราะเป็นอันตรายได้ เช่น การสะอึกต่อเนื่อง จะมีผลต่อการกิน การพูด การหายใจ หรือ การกระตุกของแขนขา จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหว หยิบจับสิ่ง ของ และเกิดการล้มได้งาย

ควรพบแพทย์เมื่อใด?

ควรไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เมื่อมีอาการกระตุกต่อเนื่องเป็นวัน หรือ หลายวัน หรืออาการกระตุก ก่อผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีอาการผิดปกติอย่างอื่นๆร่วมด้วย เช่น มีปัญ หาในการ กลืน พูด หรือ การหายใจ หรือเกิดร่วมกับความจำเสื่อม

แพทย์จะวินิจฉัยว่ามีอาการกระตุกรัวได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นอาการกระตุกรัวจาก อาการที่ผู้ป่วยเล่า และอาการที่แพทย์เห็น ร่วมกับการสอบถามประวัติทางการแพทย์ต่างๆเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของอาการกระตุก และร่วมกับการตรวจร่างกายว่า มีความผิดปกติอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องหาสาเหตุหรือโรคร่วม ซึ่งแพทย์ก็จะพิจารณาตรวจสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ ทั้งนี้การจะตรวจสืบค้นอะไรเพิ่มเติมจะต่างกันในแต่ละผู้ป่วย ขึ้นกับความผิดปกติที่แพทย์ตรวจพบ และดุลพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจเลือดดูการทำงานของตับ ของไต หรือการตรวจภาพสมอง เพื่อดูรอยโรคในสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือเอมอาร์ไอ เป็นต้น

รักษาอาการกระตุกรัวอย่างไร?

เมื่อมีอาการกระตุกรัว ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องให้การรักษา เพราะเป็นเพียงชั่วคราวในระ ยะเวลาสั้นๆ แต่ในบางกรณีที่พบมีโรคร่วมด้วย (มีการกระตุกต่อเนื่อง) ก็ต้องรักษาโรคร่วม เพื่อแก้ไขสาเหตุ ซึ่งการรักษาจะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การรักษา โรคสมองอักเสบ โรคตับ หรือโรคไต เป็นต้น

นอกจากนั้น คือ การรักษาอาการกระตุกที่เกิดต่อเนื่อง โดยให้ยาที่ควบคุมอาการกระตุก เช่น ยานอนหลับ หรือยากันชัก บางกรณีที่อาการกระตุกเป็นเฉพาะที่ เช่น โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก การฉีดยาโบทูไลนุ่มทอกซิน หรือ โบทอก (Botulinum toxin: Botox) เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อก็ได้ผลดี แต่กรณีมีอาการกระตุกทั่วตัว หรือไม่ตอบสนองต่อยา แพทย์อาจพิจารณารักษาอาการกระตุกด้วยการผ่าตัด ฝั่งเครื่องกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้า (Deep brain stimulation)

การดูแลตนเองควรทำอย่างไร? ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไร?

เมื่อมีอาการกระตุกรัวที่เกิดขึ้นตามปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องมีการดูแลตนเองเป็นพิเศษแต่อย่างไร เพราะไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ยกเว้น เมื่ออาการเกิดบ่อย และมีอาการอยู่นานในแต่ละครั้ง ก็ควรต้องพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เพื่อการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ

ส่วนเมื่อมีอาการกระตุกรัวที่เกิดจากโรค และได้พบแพทย์แล้ว การดูแลตนเอง คือ ไม่เครียด ไม่กังวล พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรตกใจกับอาการที่เกิดขึ้น และต้องหมั่นดูแล รักษา ควบคุมโรคร่วมต่างๆนั้นให้ดี พบแพทย์ตามนัด และพบแพทย์ก่อนนัด เมื่ออาการกระตุกเป็นบ่อยขึ้น เป็นนานขึ้น มีอาการต่างๆที่ผิดปกติไปจากเดิม และ/หรือ เมื่อกังวลในอาการ

ป้องกันอาการกระตุกรัวได้อย่างไร?

ไม่มีการป้องกันอาการกระตุกรัวที่เกิดตามปกติ แต่สามารถป้องกันอาการกระตุกรัวที่ผิด ปกติที่เกิดจากโรคได้ โดยการป้องกัน รักษา ควบคุมโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุ (ดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ) เช่น โรคอัมพาต สมองอักเสบ สมองขาดออกซิเจน โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรคตับ โรคไต เป็นต้น ซึ่งการป้องกันโรคส่วนใหญ่ สามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือ การรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิต ให้แข็งแรง ด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่ง ชาติ)

อนึ่ง อ่านเพิ่มเติม เรื่องโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุเหล่านี้ ที่รวมถึงการดูแลตนเอง และการป้องกันฯลฯ ได้ในแต่ละบทความที่เกี่ยวข้อง ในเว็บ hamor.com



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน OOOkdOOO Kunniya
Frame Bottom