Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระดูก  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

กระดูกพรุน 

บทนำ

ยาอะเลนโดรเนท (Alendronate) มีคุณสมบัติในการรักษาและป้องกันโรคกระดูกพรุนในสตรีวัยหมดประจำเดือน และรักษาโรคกระดูกพรุนในผู้ป่วยชาย หรือในกลุ่มผู้ป่วยที่มีการใช้ยาเสตียรอยด์เป็นระยะเวลานานซึ่งมีผลข้างเคียงคือทำให้กระดูกมีมวลกระดูกน้อยลงหรือกระดูกพรุน

ยาอะเลนโดรเนทจัดเป็นยาอันตรายตามกฎหมายของไทย อย่างไรก็ดีการใช้ยานี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และใช้ยานี้ตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ยาอะเลนโดรเนทมีสรรพคุณอย่างไร?

อะเลนโดรเนท

ยาอะเลนโดรเนทมีข้อบ่งใช้/สรรพคุณดังต่อไปนี้เช่น

ก. ป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุนในสตรีวัยหมดประจำเดือน และรักษาโรคกระดูกพรุนในผู้ป่วยชาย

ข. รักษาโรคกระดูกพรุนสาเหตุจากการใช้ยาในกลุ่มเสตียรอยด์

ค. รักษาโรคพาเจตของกระดูก (Paget's disease of bone) ซึ่งเป็นโรคที่ร่างกายผู้ป่วยสร้างกระดูกที่มีความเปราะบางแตกหักง่าย

ยาอะเลนโดรเนทออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาอะเลนโดรเนทออกฤทธิ์หรือทำหน้าที่ในการยับยั้งการทำงานของเซลล์ออสทิโอคลาส (Osteoclast) ของกระดูก ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่ในการสลายเซลล์กระดูก ส่งผลทำให้การสลายเซลล์กระดูกลดลง และยังทำให้ร่างกายสามารถคงระดับหรือเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูกได้มากขึ้น

นอกจากนี้ยาอะเลนโดรเนทซึ่งอยู่ในกลุ่มยาบิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonate) ยังมีส่วนช่วยในการควบคุมการสร้างเซลล์ออสทิโอคลาสและยังกระตุ้นให้เกิดการสลายของเซลล์ออสทิโคลาสในร่างกายอีกด้วย

ยาอะเลนโดรเนทมีรูปแบบจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาอะเลนโดรเนทมีรูปแบบเภสัชภัณฑ์/รูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาเม็ด ขนาดความแรง 10 และ 70 มิลลิกรัมต่อเม็ด

ยาอะเลนโดรเนทมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ขนาดยาโดยทั่วไปของยาอะเลนโดรเนทคือ รับประทานวันละ 10 มิลลิกรัมวันละหนึ่งครั้ง หรือรับประทานครั้งละ 70 มิลลิกรัมสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง

ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรรับประทานยาอะเลนโดรเนทขณะท้องว่างด้วยน้ำเปล่าอย่างน้อย 1 - 2 แก้ว และเว้นระยะหลังจากทานยาไปอีกอย่างน้อย 30 นาทีก่อนรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มอื่นที่มิใช่น้ำเปล่า

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาอะเลนโดรเนทควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้เช่น

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาอะเลนโดรเนทชนิดรับประทานทุกวัน ให้ข้ามมื้อยานั้นไปเลยและให้ทานอีกครั้งในวันถัดไปตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

แต่หากเป็นการบริหารยา/รับประทานยาสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เมื่อลืมมื้อยามื้อหนึ่งไปให้ข้ามมื้อยานั้นไป และให้ทานในวันรุ่งขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า และให้กลับมารับประทานยาในวันเดิมของสัปดาห์ตามปกติในรอบสัปดาห์ถัดไป

ยาอะเลนโดรเนทมีผลไม่พึงประสงค์ไหม?

ยาอะเลนโดรเนทอาจก่อให้เกิดผล/อาการไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)บางประการเช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียหรือท้องผูก มีลม/แก๊สในกระเพาะอาหาร ปวดศีรษะ มึนงง ปวดข้อ ปวดมือ และขา หากอาการดังกล่าวไม่ดีขึ้นหรือมีแนวโน้มว่าจะแย่ลงให้แจ้งให้แพทย์ทราบ/รีบไปโรงพยาบาลก่อนนัด

หากรับประทานยาอะเลนโดรเนทแล้วเกิดอาการแพ้ยาเช่น ผื่นคัน อาการบวมของริมฝีปาก เปลือกตา/หนังตา ใบหน้า หรือหายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก หรือมีอาการข้างเคียงที่มีความรุนแรงเช่น มีอาการแสบร้อนกลางอกอย่างรุนแรง มีปัญหาในการกลืนหรือมีอาการเจ็บแสบเวลากลืน (กลืนลำบาก) อาเจียนเป็นเลือดหรือมีสีคล้ายกาแฟ อุจจาระเป็นเลือดหรือมีสีดำเข้มและเหนียว มีไข้ ผิวหนังลอก ปวดบริเวณตา มีอาการปวดกราม ปวดที่บริเวณมือและข้อมือ ฟันหลุด ให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุกเฉิน

อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยควรตระหนักว่าการที่แพทย์สั่งใช้ยานี้เนื่องจากแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่ายานี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าโทษหรือมากกว่าการได้รับผลข้างเคียงจากยา ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้อาจพบเกิดอาการไม่พึงประสงค์/ผลข้างเคียงชนิดรุนแรงได้ ผู้ป่วยจึงควรเฝ้าระวังผลข้างเคียงดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น และรีบแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบ/รีบไปโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉินหากเกิดอาการรุนแรงดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

ยาอะเลนโดรเนทมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่นไหม?

ยาอะเลนโดรเนทมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นบางชนิด แพทย์จึงคอยเฝ้าระวังผลข้างเคียงหรือปรับขนาดยาที่ใช้ร่วมกับยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตให้เหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงประวัติการใช้ยาต่างๆโดยเฉพาะหากกำลังใช้ยาในกลุ่ม

ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรหากต้องใช้ยา สารเคมี หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของสารดังกล่าวอยู่ก่อนการใช้ยาอะเลนโดรเนท โดยควรสอบถามวิธีการรับประทานอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป

มีข้อควรระวังในการใช้ยาอะเลนโดรเนทอย่างไร?

มีข้อควรระวังในการใช้ยาอะเลนโดรเนทเช่น

  • ไม่ควรใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่แพ้ยานี้
  • ควรใช้ยานี้ด้วยความระมัดระวังในสตรีตั้งครรภ์ วางแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือที่กำลังให้นมบุตร
  • ยาอะเลนโดรเนทเป็นยาที่มีการดูดซึมต่ำจึงต้องรับประทานในขณะท้องว่างเป็นสิ่งแรกหลังจากตื่นนอน และเป็นยาที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อหลอดอาหารและต่อกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจถึงวิธีการรับประทานยาอะเลนโดรเนทที่ถูกต้องดังต่อไปนี้
    • ทานขณะที่ท้องว่างในช่วงเช้าโดยควรทานยานี้ก่อนทานอาหารมื้อเช้า
    • ทานยานี้ร่วมกับดื่มน้ำเปล่าตาม 1 - 2 แก้ว ไม่ทานยานี้กับเครื่องดื่มอื่นๆที่มิใช่น้ำเปล่าเช่น ชา กาแฟ นม น้ำแร่ น้ำผลไม้
    • ไม่แบ่งหรือหักเม็ดยานี้ และไม่อมเม็ดยาในช่องปาก
    • หลังรับประทานยานี้ไปแล้ว ผู้ป่วยไม่ควรรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มอื่นที่มิใช่น้ำเปล่า ยา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และต้องนั่งหรือยืนในท่าตรงเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีหลังรับประทานยานี้
  • หากใช้ยานี้และพบว่ามีอาการปวดบริเวณกราม ปวดบนใบหน้า ซึ่งเป็นภาวะที่มีความรุนแรงโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทางทันตกรรมขณะใช้ยานี้ ต้องรีบพบแพทย์/ไปโรง พยาบาล ดังนั้นหากผู้ป่วยมีปัญหาในช่องปากควรได้รับการดูแลจากทันตแพทย์ก่อนการเริ่มใช้ยานี้
  • ยาอะเลนโดรเนทอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดกระดูกที่รุนแรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ในขณะที่ผู้ป่วยใช้ยานี้ ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบ/รีบไปโรงพยาบาล/ไปก่อนนัดหากมีอาการปวดอย่างรุนแรงตามบริเวณดังกล่าวเพื่อให้แพทย์ตรวจพิจารณาอีกครั้ง
  • ควรใช้ยานี้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคไต ภาวะแคลเซียม หรือวิตามินดีในเลือดต่ำ โรคแผลในหลอดอาหารและในทางเดินอาหาร
  • ผู้ป่วยอาจได้รับการสั่งจ่ายแคลเซียมและวิตามินดีมารับประทานด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอขณะใช้ยานี้
  • ไม่แบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ไม่ใช้ยาหมดอายุ
  • ไม่เก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง: ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาอะเลนโดรเนท) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ควรเก็บรักษายาอะเลนโดรเนทอย่างไร?

ควรเก็บรักษายาอะเลนโดรเนทดังนี้เช่น

  • เก็บในภาชนะดั้งเดิมของผู้ผลิต ปิดฝาภาชนะให้แน่น และเก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • หลีกเลี่ยงการเก็บยานี้ในบริเวณที่มีความชื้นสูงเช่น บริเวณใกล้ห้องน้ำหรือในตู้เย็น ไม่ควรนำสารดูดความชื้นที่ผู้ผลิตใส่ไว้ในภาชนะของผลิตภัณฑ์ออกจากภาชนะหากผู้ผลิตได้บรรจุ ไว้
  • เก็บภาชนะบรรจุยานี้ในอุณหภูมิห้อง

ยาอะเลนโดรเนทมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาอะเลนโดรเนทมียาชื่อการค้าอื่นๆและบริษัทผู้ผลิตที่มีการจัดจำหน่ายในประเทศไทย ดังต่อไปนี้

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
ฟอสะแมกซ์ (Fosamax)บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด
บอนแม็กซ์ (Boxmax)บริษัท เบอร์ลินฟาร์มาซูติคอลอินดัสตรี้ จำกัด
แมกเลน-70 (Maxlen-70)บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน)
ราลีโนสต์ (Ralenost) บริษัท ไดอิจิ ซังเคียว (ประเทศไทย) จำกัด
เอ-โดรเนต 70 (A-DRONATE 70)บริษัท แอปคาร์ ฟาร์มาแลป (ประเทศไทย) จำกัด
อัลเดรน 70 (Aldren-70)บริษัท แคสป้า ฟาร์มาซูติคอล (ประเทศไทย) จำกัด
อัลเดรน 70 (Aldren-70)บริษัท แคสป้า ฟาร์มาซูติคอล (ประเทศไทย) จำกัด
อะเลนโดรเนท แซนดอซ (Alendronate Sandoz)บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด

บรรณานุกรม

  1. American Pharmacists Association. Alendronate, Drug Information Handbook with International Trade Names. 23;2014.
  2. Harold N Rosen, MD. Pharmacology of bisphosphonates. UpToDate.com. June 2015.
  3. Fosamax Once Weekly 70mg Tablets. SPC http://www.medicines.org.uk/emc/medicine/4115 [2014,Oct31]
  4. เว็บไซต์คณะกรรมการอาหารและยา http://wwwapp1.fda.moph.go.th/consumer/conframe.asp [2015,Oct31]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน sirikul Mee1246 saoy
Frame Bottom