Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ปอด  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

หายใจลำบากทันที 

บทนำ

สิ่งหลุดอุดหลอดเลือดปอด หรือ ลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดปอด หรือ ลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด หรือ ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดปอด(Pulmonary embolism ย่อว่า PE)คือ โรค/ภาวะที่มีสิ่งหลุดอุดหลอดเลือด(Embolism)ที่การอุด/การอุดกั้น/การอุดตันนี้เกิดในหลอดเลือดแดงของปอด ทั่วไป ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการเกิดขึ้นทันที ที่สำคัญ ได้แก่ หายใจลำบาก และมักร่วมกับ เจ็บหน้าอกโดยเฉพาะขณะ หายใจเข้า และไอมีเสมหะเป็นเลือด

ปัจจุบัน ยังไม่มีสถิติการเกิด ภาวะสิ่งหลุดอุดหลอดเลือดปอดของประชากรทั่วโลกด้วยเป็นภาวะที่วินิจฉัยได้อยาก ในประเทศที่พัฒนาแล้ว สถิติก็จะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ มีรายงานการเกิดประมาณ 300,000-600,000 ราย/ปี ในสหรัฐอมริกา ส่วนในยุโรปจะประมาณ 430,000 ราย/ปี ภาวะนี้พบได้ในทุกวัย พบได้บ่อยในวัยตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แต่พบได้น้อยมากในเด็ก และพบภาวะนี้ได้ทั้งในผู้หญิงและในผู้ชายใกล้เคียงกัน

ทั่วไป ทางคลินิก ภาวะสิ่งหลุดอุดหลอดเลือดปอด แบ่งตามความรุนแรงของภาวะ/ของอาการได้เป็น 3 แบบ(Type) คือ

  • Massive PE ได้แก่ ผู้ป่วยมีภาวะช็อก หรือ มีความดันโลหิตซิสโตลิค(Systolic blood pressure /SBP) น้อยกว่า 90 mmHg(มิลลิเมตรปรอท)
  • Submassive PE ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีความดันซิสโตลิคมากกว่า/เท่ากับ 90 มิลลิเมตรปรอท และร่วมกับ มีภาวะทำงานผิดปกติของหัวใจห้องล่างขวาหรือมีการตายเฉพาะส่วนของกล้ามเนื้อหัวใจ
  • Non massive PE หรือ Low risk PE ได้แก่ ผู้ป่วยที่ ไม่มีอาการของทั้ง 2 แบบดังได้กล่าวแล้วในเบื้องต้น

อนึ่ง ความหมายจาก พจนานุกรมศัพท์แพทย์ศาสตร์ อังกฤษ-ไทย ไทย-อังกฤษ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2547 ให้ความหมายคำว่า “Embolism ว่า ภาวะสิ่งหลุดอุดหลอดเลือด”, และ “Embolus หมายถึง สิ่งหลุดอุดหลอดเลือด” ซึ่ง Embolus เป็น เอกพจน์ ส่วนพหูพจน์ คือ Emboli ทั้งนี้ คำว่า “Embolus มาจากภาษากรีก แปลว่า ก้อน หรือ อุด”

ทั้งนี้ สิ่งหลุดอุดหลอดเลือดเกือบทั้งหมด เกิดจากลิ่มเลือดอุดหลอดเลือด แต่ก็พบเกิดจากสาเหตุ/สิ่งหลุดชนิดอื่นได้ถึงแม้จะพบได้น้อยมาก เช่น ฟองอากาศ(Air or gas embolism) ไขมัน/ฟองไขมัน (Fat embolism) น้ำคร่ำ/ฟองน้ำคร่ำ(Amniotic fluid embolism) ซึ่ง อาการผู้ป่วย การพยากรณ์โรคส่วนใหญ่จะคล้ายกันในทุกสาเหตุ แตกต่างกันที่การรักษาซึ่งจะขึ้นกับแต่ละสาเหตุ/แต่ละชนิดของสิ่งหลุดฯ

*ดังนั้น ในบทความนี้ ขอกล่าวถึงเฉพาะ สิ่งหลุดฯที่เป็น “ลิ่มเลือด” และที่อุด “เฉพาะหลอดเลือดแดงปอด”เท่านั้น

อะไรเป็นสาเหตุของโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด?

สิ่งหลุดอุดหลอดเลือดปอด

สาเหตุสำคัญและพบบ่อยที่สุดเกือบทั้งหมดของ ภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด คือ หลอดเลือดปอดเกิดการอุดกั้น/อุดตันจากลิ่มเลือดที่เกิดในหลอดเลือดดำที่อยู่ในอวัยวะ/เนื้อเยื่อส่วนลึกๆของร่างกายที่เรียกว่า Deep vein (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ) เช่น หลอดเลือดดำส่วนลึกของขา หลอดเลือดดำในอุ้งเชิงกราน หลอดเลือดดำในช่องท้อง ทั้งนี้ พบลิ่มเลือดส่วนใหญ่จะมาจาก ลิ่มเลือดของหลอดเลือดดำส่วนลึกของขา รองลงมาคือ จากหลอดเลือดดำในอุ้งเชิงกราน

เมื่อเกิดมีลิ่มเลือดขึ้นในหลอดเลือดดำ จากการไหลเวียนเลือดจะทำให้ลิ่มเลือดอาจหลุดเข้าในกระแสเลือด และล่องลอยไปกับกระแสเลือด ผ่านเข้าหัวใจห้องขวาบนและล่าง และเข้าสู่หลอดเลือดปอดจากหัวใจห้องล่างขวา(อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง หัวใจ กายวิภาคหัวใจ) ซึ่งถ้าลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่ จะส่งผลให้เกิดการอุดตั้นหลอดเลือดปอดแดงขนาดใหญ่ที่ขั้วปอด แต่ถ้าลิ่มเลือดมีขนาดเล็ก ก็จะกระจายไปอุดหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่เป็นแขนงเล็กๆของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ขั้วปอด โดยถ้ามีการอุดตันของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ขั้วปอด หรือ มีการอุดตันของหลอดเลือดแดงปอดขนาดเล็กๆแต่ในปริมาณมาก จะส่งผลให้ปอดขาดเลือดทันที ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการหายใจขัด/หายใจลำบากทันที จนอาจเสียชีวิต แต่ถ้าการอุดตันหลอดเลือดเกิดเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยจะมีอาการไม่มาก หรือบางรายอาจไม่มีอาการ

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด คือ ผู้ที่มีโอกาสเกิดลิ่มเลือดได้ง่าย ได้แก่

ทั้งนี้ ตัวอย่างกลุ่มผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด เช่น

อาการของโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอดเป็นอย่างไร?

อาการภาวะ/โรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด ที่เป็นอาการหลักที่ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคนี้ได้รวดเร็ว และเป็นอาการที่ผู้ป่วยต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉินโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสียง ดังได้กล่าวในหัวข้อ”ปัจจัยเสี่ยงฯ” ซึ่งอาการ คือ

หายใจลำบาก และมักร่วมกับ เจ็บหน้าอกโดยเฉพาะเมื่อหายใจเข้าและไอมีเสมหะเป็นเลือด

อาการอื่นๆที่อาจพบได้ เช่น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

เมื่อมีภาวะ/โรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด อาการหลักที่ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคนี้ได้รวดเร็วขึ้น และเป็นอาการที่ผู้ป่วยต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสียง ดังได้กล่าวในหัวข้อ”ปัจจัยเสี่ยงฯ” คือ “หายใจลำบาก และมักร่วมกับ เจ็บหน้าอกโดยเฉพาะเมื่อหายใจเข้าและไอมีเสมหะเป็นเลือด

แพทย์วินิจฉัยโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอดอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยภาวะ/โรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอดได้จาก อาการผู้ป่วย ประวัติทางการแพทย์ต่างๆ เช่น โรคประจำตัว การใช้ยาต่างๆ การผ่าตัด และประวัติปัจจัยเสี่ยง(ดังกล่าวในหัวข้อ”ปัจจัยเสี่ยงฯ”) การตรวจร่างกาย การตรวจเอกซเรย์ภาพปอด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจเอคโคหัวใจ การตวจภาพปอดด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอมอาร์ไอ การตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดต่างๆโดยเฉพาะที่ขาและที่อุ้งเชิงกราน การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการเพื่อดู ปริมาณเกล็ดเลือด(การตรวจCBC) ดูระดับสารในเลือดที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด(เช่น Prothrombin time และ Partial thromboplastin time) และดูระดับเอนไซม์การทำงานของหัวใจ และอาจมีการตรวจสืบค้นอื่นๆเพิ่มเติมตามดุลพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจภาพปอดเพื่อดูการอุดตันของหลอดเลือดปอดทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์(Lung ventilation/perfusion scan) การตรวจภาพหลอดเลือดปอดทางรังสีวินิจฉัยด้วยการใส่สายสวนในหลอดเลือดร่วมกับการฉีดสี(Pulmonary angiography) เป็นต้น

รักษาโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอดอย่างไร?

แนวทางการรักษาภาวะ/โรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด จะเป็นการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล และมักให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาในห้องผู้ป่วยวิกฤต(Intensive care unit/ ICU) ได้แก่ การกำจัด/การสลายลิ่มเลือดในหลอดเลือดปอด การป้องกันการเกิดลิ่มเลือดใหม่ การรักษาโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดลิ่มเลือด และการรักษาประคับประคองตามอาการ

อนึ่ง การรักษาภาวะ/โรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด ต้องใช้เวลาเป็นเดือน ทั่วไปประมาณ 3-6 เดือน และอาจต้องกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดไปจนตลอดชีวิต

การพยากรณ์โรคของโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอดเป็นอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของภาวะ/โรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด ทั่วไปจัดเป็นโรคที่รุนแรง ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตตั้งแต่แรกมีอาการได้สูงถึง 5-10% และอัตราการเสียชีวิตภายใน 1 เดือนหลังการรักษาอยู่ที่ประมาณ 1-25% ขึ้นกับความรุนแรงของโรค โดยปัจจัยที่ส่งผลให้โรครุนแรงได้แก่

อนึ่ง โรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอดสามารถกลับเป็นซ้ำได้เสมอ เมื่อยังไม่สามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยง(ดังได้กล่าวในหัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยงฯ”)การเกิดโรคนี้ได้ และ/หรือเมื่อผู้ป่วยขาดยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอดและแพทย์ให้กลับมาดูแลตนเองต่อที่บ้าน ได้แก่

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของ แพทย์ พยาบาล อย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง เพราะการรักษา ควบคุม และป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคนี้ต้องใช้ระยะเวลานานต่อเนื่องเป็นหลายๆเดือน
  • กินยาต่างๆที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพราะยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดเป็นยาที่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายสูง
  • ออกกำลัง/ทำกายภาพฟื้นฟูขาตาม แพทย์ นักกายภาพบำบัด พยาบาล แนะนำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหลอดดดำที่อยู่ในส่วนลึกของขา
  • รักษา ควบคุม โรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดลิ่มเลือด ให้ได้ดี
  • ระมัดระวังกิจกรรม ที่รวมถึงการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น มีด การตัดเล็บ การแปรงฟัน/ชนิดของขนแปรง รวมถึงการกีฬา ที่มีโอกาสทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย เพราะผู้ป่วยที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดจะเกิดการตกเลือดได้ง่ายมาก
  • มาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามแพทย์นัดเสมอ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

เมื่อเคยมีโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด หรือเมื่อออกจากโรงพยาบาลมาดูแลรักษาตนเองที่บ้าน ผู้ป่วยควรรีบกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูอาการ หรือรอจนถึงวันแพทย์นัด เมื่อ

ป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอดได้อย่างไร?

การป้องกันภาวะ/โรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอดคือ การป้องกันสาเหตุที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด ซึ่งดังกล่าวในบทนำ ผู้ป่วยเกือบทั้งหมด เกิดจากการมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำขา ซึ่งป้องกันได้โดย

  • ดื่มน้ำสะอาดในแต่ละวันให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน
  • พยายามให้ขามีการเคลื่อนไหวเสมอเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ขา เช่น ลุกเดินบ่อยๆเมื่อต้องนั่งทำงานตลอดเวลา
  • ถ้ามีอาชีพที่ต้องยืนนานๆ ควรปรึกษาแพทย์/นักกายภาพบำบัดเรื่อง การสวมถุงน่องพยุงกล้ามเนื้อขา เพราะถ้าใส่ผิดขนาด/ผิดวิธี อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงให้การไหลเวียนเลือดที่ขาลดลงได้
  • ไม่ดื่มสุรา เพราะจะเพิ่มการปัสสาวะ ทำให้ร่างกายเสียน้ำจนเกิดเลือดข้น/เกิดลิ่มเลือดได้ง่าย
  • ไม่สูบบุหรี่ และเลิกสูบ เพราะพิษของบุหรี่จะทำให้เกิดลิ่มเลือดได้ง่าย
  • เมื่อมีการผ่าตัดใหญ่ ต้องรีบเคลื่อนไหวขา/ร่างกายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามคำแนะนำของ แพทย์ พยาบาล เพื่อให้เกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีของหลอดเลือดขา
  • เมื่อเจ็บป่วยที่ต้องนอนพักหลายวัน ต้องพยายามเคลื่อนไหวขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล
  • กรณีที่เคยมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นแล้ว หรือเคยมีโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด ต้องกินยาป้องกัน/ยาต้านการแข็งตัวของเลือดสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ขาดยา และไม่หยุดยาเอง
  • กรณีที่เคยมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นแล้ว หรือเคยมีโรคลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดปอด ต้องพบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามแพทย์นัดสม่ำเสมอ

บรรณานุกรม

  1. Belohlavek,J. et al. Exp Clin Cardiol.2013;18(2):129-138
  2. Jaff MR et al. Circulation. 2011 Apr 26;123(16):1788-830
  3. Sekhri,V. et al. Arch Med Sci.2012;8(6):957-969
  4. Torbicki,A. Rev Esp Cardiol. 2010;63(7):832-849
  5. https://emedicine.medscape.com/article/300901-overview#showall[2017,Dec16]
  6. https://en.wikipedia.org/wiki/Pulmonary_embolism[2017,Dec16]
  7. https://www.nhlbi.nih.gov/health/health-topics/topics/pe[2017,Dec16]
  8. https://www.nhs.uk/conditions/pulmonary-embolism/[2017,Dec16]
  9. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10531152[2017,Dec16]
  10. https://lifeinthefastlane.com/ccc/pulmonary-embolism/[2017,Dec16]
  11. https://emcrit.org/emcrit/aha-pulmonary-embolism-guidelines-2011/[2017,Dec16]
  12. https://en.wikipedia.org/wiki/Embolism[2017,Dec16]
  13. http://www.clinicaladvisor.com/pulmonary-medicine/acute-pulmonary-embolism-prevention-and-treatment/article/624850/[2017,Dec16]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน sirikul Pattharapol005 Sakesan sungnork Tom1996
Frame Bottom