Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ตับอ่อน  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เบาหวาน 

บทนำ

ยารีพาไกลไนด์ (Repaglinide) เป็นยารักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และอยู่ในหมวดยาเมกลิทิไนด์ (Meglitinides) ห้ามนำยานี้ไปใช้รักษาผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 1 กลไกการออกฤทธ์หลักๆของยารีพาไกลไนด์คือ การกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาในปริมาณที่มากขึ้นและเพียงพอที่จะกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลกลูโคส (Glucose) ในกระแสเลือดได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยารีพาไกลไนด์จะเป็นยาชนิดรับประทาน โดยมีการดูดซึมจากทางระบบเดินอาหารและจะกระจายตัวเข้าสู่กระแสเลือดประมาณ 56% จากนั้นตัวยาจะเข้าจับกับพลาสมาโปรตีนได้มากกว่า 98% ตับจะคอยทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของยานี้อย่างต่อเนื่อง ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำในการกำจัดยา 50% ออกจากกระแสเลือดโดยผ่านทิ้งไปกับอุจจาระและมีส่วนน้อยที่ขับออกไปทางปัสสาวะ

มีข้อพึงระวังการใช้ยารีพาไกลไนด์ที่แพทย์มักจะนำมาพิจารณาประกอบก่อนการจ่ายยานี้ให้ผู้ป่วยเช่น

ทั้งนี้เงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการใช้ยารีพาไกลไนด์ได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมียาชนิดอื่นๆที่ผู้ป่วยอาจต้องใช้เป็นประจำและยาเหล่านั้นอาจจะมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยารีพาไกลไนด์ได้ ดังนั้นจึงควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาเสมอว่าผู้ป่วยกินยาอะไรอยู่ก่อนแล้ว

ประเทศไทยโดยคณะกรรมการอาหารและยาได้บรรจุยารีพาไกลไนด์เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติและระบุเงื่อนไขใช้เฉพาะกับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยากลุ่ม Sulfonylureas และแพ้ Sulfonamides

จะเห็นว่าการใช้ยารีพาไกลไนด์รักษาโรคเบาหวานมีเงื่อนไขที่มากมายพอสมควร ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยจึงควรใช้ยานี้ตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษาอย่างเคร่งครัด

อนึ่งในต่างประเทศยาชื่อการค้าที่เป็นที่รู้จักของยารีพาไกลไนด์คือ GlucoNorm, Surepost, NovoNorm และ Prandin

รีพาไกลไนด์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

รีพาไกลไนด์

ยารีพาไกลไนด์มีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อรักษาอาการโรคเบาหวานประเภทที่ 2

รีพาไกลไนด์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยารีพาไกลไนด์คือ ตัวยาจะกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลินอย่างมีความสัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในกระแสเลือด ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เหมือนปกติหรือใกล้เคียงปกติ

รีพาไกลไนด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยารีพาไกลไนด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 0.5, 1 และ 2 มิลลิกรัม/เม็ด

รีพาไกลไนด์มีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยารีพาไกลไนด์มีขนาดรับประทานเช่น

  • ผู้ใหญ่: ขนาดรับประทานเริ่มต้น 0.5 มิลลิกรัมก่อนมื้ออาหาร 30 นาที หากเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่เพิ่งเปลี่ยนมารับประทานยารีพาไกลไนด์ แพทย์อาจปรับขนาดรับประทานเริ่มต้นเป็น 1 - 2 มิลลิกรัม ทั้งนี้รับประทานยานี้ได้ถึงวันละ 4 ครั้ง (รับประทานตามคำสั่งแพทย์ผู้รักษา) โดยขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา และขนาดรับประทานได้สูงสุดไม่เกิน 16 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็ก : ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดถึงขนาดยานี้และผลข้างเคียงของยาในผู้ป่วยเด็ก การใช้ยานี้ในผู้ป่วยเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยารีพาไกลไนด์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยารีพาไกลไนด์สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

รีพาไกลไนด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยากลุ่มรีพาไกลไนด์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ คลื่นไส้ ท้องเสียหรือไม่ก็ท้องผูก อาเจียน อาหารไม่ย่อย ไซนัสอักเสบ ปวดหลัง มีผื่นคัน ลมพิษ และตาพร่า

*กรณีที่ได้รับยารีพาไกลไนด์เกินขนาดจะพบอาการน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรง เกิดอาการชัก มีอาการอาจเข้าขั้นโคม่า รวมถึงสูญเสียการทำงานของระบบประสาท หากพบอาการดังกล่าว ต้องรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

มีข้อควรระวังการใช้รีพาไกลไนด์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยารีพาไกลไนด์เช่น

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยารีพาไกลไนด์ด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

รีพาไกลไนด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยารีพาไกลไนด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษารีพาไกลไนด์อย่างไร?

ควรเก็บยารีพาไกลไนด์ภายใต้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

รีพาไกลไนด์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยารีพาไกลไนด์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
NovoNorm (โนโวนอร์ม) Novo Nordisk
Prandin (แพรนดิน) Novo Nordisk

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Repaglinide [2015,Oct24]
  2. http://en.wikipedia.org/wiki/Meglitinide [2015,Oct24]
  3. http://www.drugs.com/pro/repaglinide-tablets.html [2015,Oct24]
  4. http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/medicine/essential/list/105#item-8707 [2015,Oct24]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน saoy DoubleJ Kunniya Zeepeer M1441
Frame Bottom