Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ผื่นผิวหนัง 

บทนำ

โรคผื่นระคายสัมผัส หรือโรคผื่นแพ้จากการระคายเคือง (Irritant contact dermatitis) คือ โรคผื่นผิวหนังที่เกิดจากผิวหนังแพ้ระคายเคืองต่อการสัมผัสกับสารก่อการระคายเคืองต่างๆ(Irritant) ที่โดยทั่วไปมักเป็นสารเคมี ผื่นสาเหตุนี้เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย เกิดจากผิวหนังอัก เสบจากสัมผัสสารก่อการระคายเคือง/สารเคมีโดยเฉพาะสารทำความสะอาดเช่น สบู่ (โดยเฉพาะชนิดที่ผสมน้ำหอม) น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาดพื้น/สุขภัณฑ์ต่างๆ ที่มีฤทธิ์ในการชะล้างไขมันออกจากผิวทำให้ผิวเกิดการอักเสบระคายเคือง

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการศึกษาอัตราการเกิดโรคนี้ต่อจำนวนประชากรชัดเจน เนื่องจากมีความแตกต่างกันในช่วงอายุ ลักษณะการทำกิจกรรม การประกอบอาชีพ ตัวอย่างเช่น บุคลากรทางการ แพทย์ที่ทำงานในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU, Intensive care unit) ที่ต้องมีการล้างมือบ่อยๆ พบว่า 50 % ของบุคลากรกลุ่มนี้มีปัญหามือเกิดผื่นระคายสัมผัส/ผื่นแพ้จากการระคายเคือง

ผื่นระคายสัมผัสเกิดได้อย่างไร? อย่างไร?

ผื่นระคายสัมผัส

ผื่นระคายสัมผัสติดต่ออย่างไร?

ผื่นระคายสัมผัส/ผื่นแพ้จากการระคายเคืองมิใช่โรคติดต่อ ไม่มีการติดต่อถึงแม้จะสัมผัสกับผื่นของผู้ป่วย หรือคลุกคลี ใช้เสื้อผ้า หรือของใช้ร่วมกัน หรือแม้แต่ใช้สิ่ง/สารที่ก่อให้เกิดผื่นฯร่วม กันเช่น ใช้สบู่ร่วมกัน เป็นต้น

ผื่นระคายสัมผัสมีอาการอย่างไร?

ผื่นระคายสัมผัส/ผื่นแพ้จากการระคายเคือง พบได้บ่อยที่สุดที่บริเวณมือ เนื่องจากมือเป็นผิวหนังส่วนที่มีโอกาสสัมผัสกับสารเคมีต่างๆมากในการทำกิจกรรมต่างๆเช่น การทำงานบ้าน การทำงานอดิเรก ที่มีการสัมผัสสารเคมี อาการจากผื่นระคายสัมผัสที่พบบ่อยจะเป็นการอักเสบของผิว หนังที่ทำให้มีผิวแห้ง บวม แดง ผิวลอก และมีอาการคัน ผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกายที่สัมผัสกับสารเคมี/สารก่อการระคายเคืองก็สามารถเกิดผื่นระคายสัมผัสได้เช่นกันเช่น ผืนบริเวณต้นขาที่เกิดจากขณะล้างห้องน้ำแล้วน้ำยาล้างห้องน้ำกระเด็น ใส่ ก็เกิดเป็นผื่นแดง บวม คัน ระคายเคืองได้ เป็นต้น

แพทย์วินิจฉัยผื่นระคายสัมผัสได้อย่างไร?

โรคผื่นระคายสัมผัส/โรคผื่นแพ้จากการระคายเคืองนี้ การวินิจฉัยทำได้จากแพทย์สอบถาม ประวัติอาการ ประวัติสัมผัสสารเคมีหรือสารก่อการระคายเคืองต่างๆ การตรวจร่างกาย การตรวจรอย โรคที่ผิวหนังโดยเฉพาะส่วนที่เชื่อมโยงกับประวัติการสัมผัสสารเคมี ร่วมกับการตรวจสอบประวัติทาง การแพทย์ว่ามิได้เกิดจากสาเหตุอื่นเช่น จากผลข้างเคียงของยาบางชนิด (เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด) หรือจากโรคภูมิแพ้ เป็นต้น ทั้งนี้ยังไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเฉพาะเพื่อการวินิจฉัยโรคนี้

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

หากมีผื่นคัน ระคายเคือง บวม แดง ที่สงสัยเกิดจากการระคายเคืองจากการสัมผัสสารเคมี สามารถพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยได้เสมอ

รักษาผื่นระคายสัมผัสอย่างไร?

การรักษาผื่นระคายสัมผัส/ผื่นแพ้จากการระคายเคืองคือ

ผื่นระคายสัมผัสมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากผื่นระคายสัมผัส/ผื่นแพ้จากการระคายเคือง หากไม่รักษาความสะอาด เกาบริเวณผิวหนังอักเสบเป็นแผล อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนในบริเวณที่เป็นผิวหนังอักเสบได้ ซึ่งเมื่อเกิดการติดเชื้อขึ้น จำเป็นต้องพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เพราะการรักษาต้องเป็น การให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย

ผื่นระคายสัมผัสมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

ผื่นระคายสัมผัส/โรคผื่นแพ้จากการระคายเคืองเป็นโรคที่มีการพยากรณ์โรคที่ดีคือ หาย ขาดหากสามารถเลี่ยงสารที่ก่อการระคายเคืองที่เป็นสาเหตุได้

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคผื่นระคายสัมผัส/ผื่นแพ้จากการระคายเคืองคือ

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมี/สารการก่อการระคายเคือง ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรป้องกันตน เองเมื่อต้องสัมผัสสารเคมี/สารก่อการระคายเคืองต่างๆเช่น ใส่ถุงมือยางเมื่อต้องล้างจาน ทำความสะอาดห้องน้ำ (อาจต้องใช้รองเท้าร่วมยางด้วย) ทาโลชั่นให้ความชุ่มชื้นผิวชนิดอ่อนโยนต่อผิวเป็นประจำ
  • รีบล้างทำความสะอาดผิวหนังที่สัมผัสสารเคมี/สารก่อการระคายเคืองด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง
  • รักษาผิวหนังให้ชุ่มชื้นเสมอด้วยการใช้ครีม/โลชันให้ความชุ่มชื้นกับผิวที่เป็นชนิดอ่อนโยนต่อผิว
  • พยายามไม่เกาเมื่อคันผิวหนังที่เกิดผื่น อาจใช้การประคบเย็นช่วยบรรเทาอาการคันเมื่อคันมาก
  • ตัดเล็บให้สั้นเพื่อป้องกันการเกิดแผลอักเสบติดเชื้อจากการเกา

เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด?

ผู้ป่วยโรคผื่นระคายสัมผัส/โรคผื่นแพ้จากการระคายเคือง หลังการรักษาและเลี่ยงสารเคมีที่เป็นสาเหตุแล้ว หากอาการผื่นผิวหนังมีแนวโน้มลุกลามขึ้นสามารถมาพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดได้เสมอ

ป้องกันผื่นระคายสัมผัสอย่างไร?

การป้องกันโรคผื่นระคายสัมผัส/โรคผื่นแพ้จากการระคายเคือง ที่สำคัญมี่สุดคือ การเลี่ยงการสัมผัสสารเคมี หากต้องสัมผัสให้ป้องกันตนเองจากการสัมผัสสารเคมีโดยตรงเช่น การสวมถุงมือยาง รองเท้ายาง และหลังการสัมผัสต้องรีบล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง และทาโลชั่นบำรุงผิวชนิดอ่อนโยนต่อผิว

บรรณานุกรม

  1. 1.ปรียากุลละวณิชย์,ประวิตร พิศาลยบุตร .Dermatology 2020:ชื่อบท.พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพฯ:โฮลิสติก,2555
  2. อภิชาติ ศิวยาธร . โรคผิวหนังต้องรู้สำหรับเวชปฏิบัติทั่วไป . พิมพ์ครั้งที่ 5 .สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน montreeza66666
Frame Bottom