Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ลำไส้  ลำไส้เล็ก  ลำไส้ใหญ่  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ท้องเสีย  ถ่ายอุจจาระหลายครั้ง  

บทนำ

องค์การอนามัยโลกได้ให้นิยามว่า ท้องเสีย (Diarrhea) หมายถึง การถ่ายอุจจาระเหลว หรือเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อวัน โดยอาจถ่ายเป็นน้ำหรือเป็นมูกเลือด ซึ่งเรียกได้อีกชื่อว่า โรคบิดหรือเป็นบิด และเมื่อท้องเสียหายได้ภายใน 2 สัปดาห์เรียกว่า ท้องเสียเฉียบพลัน เมื่อท้องเสียนาน 2 - 4 สัปดาห์เรียกว่า ท้องเสียต่อเนื่อง (Persistent diarrhea) และเมื่อท้องเสียนานมากกว่า 4 สัปดาห์ขึ้นไปเรียกว่า ท้องเสียเรื้อรัง

ท้องเสียอาจเรียกท้องร่วงหรืออุจจาระร่วงหรือท้องเดิน เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากโรคหนึ่ง โดยมักพบในประเทศกำลังพัฒนาและในประเทศที่ยังไม่พัฒนารวมทั้งในประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะมักเกิดในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่เป็นปัญหาสาธารณสุขจากการขาดสุขอนามัยพื้นฐานในการดูแลตนเองและของชุมชน รวมทั้งขาดแหล่งน้ำสะอาด นอกจากนั้นท้องเสียที่พบได้บ่อยอีกชนิดคือ ท้องเสียจากการท่องเที่ยว (Traveler’s diarrhea) ซึ่งมักเกิดจากการกินอาหารและดื่มน้ำไม่สะอาดในการเดินทางท่องเที่ยวในแหล่งที่ขาดสุขอนามัยพื้นฐานเช่นเดียวกัน

ท้องเสียมีสาเหตุจากอะไร?

ท้องเสีย

ท้องเสียโดยทั่วไปมักเกิดจากการกินอาหารและดื่มน้ำปนเปื้อนเชื้อโรคหรือจากรักษามือไม่สะอาด อุจจาระที่ปนเปื้อนจากมือจึงก่อให้เกิดการติดเชื้อได้จากมือสู่ปากโดยตรง หรือในการปรุงอาหารในการสัมผัสอาหาร/น้ำดื่มในขั้นตอนต่างๆ และรวมทั้งในขั้นตอนของการเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งโดยทั่วไปท้องเสียจากการติดเชื้อมักเป็นท้องเสียเฉียบพลัน

เชื้อพบบ่อยที่เป็นสาเหตุให้ท้องเสียคือ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และอาจพบเชื้อบิดและจากพยาธิได้

เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุให้ท้องเสียมีได้หลายชนิด เช่น อีโคไล (E. coli) ซึ่งเป็นเชื้อพบบ่อยที่สุด นอกนั้นเช่น เชื้อไทฟอยด์ (Salmonella) เชื้อบิดชนิดชิเกลลา (Shigella) และเชื้ออหิวา (Cholera จากเชื้อ Vibrio cholerae)

เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุให้ท้องเสียที่พบบ่อยที่สุดโดยเฉพาะในเด็กเล็กคือ โรตาไวรัส (Rotavirus) และจากไวรัสอื่นๆเช่น ไวรัสตับอักเสบเอ

นอกจากนั้นเช่น ติดเชื้อบิด (บิดมีตัว) จากติดเชื้อสัตว์เซลล์เดียว (โปรตัวซัว/Protozoa) ที่มีชื่อว่า อะมีบา (Amoeba) ที่เรียกว่า โรคบิดมีตัว หรือติดเชื้อพยาธิเข็มหมุด (Pinworm) ซึ่งบางคนเรียกว่า พยาธิเส้นด้าย (Threadworm)

นอกจากการติดเชื้อแล้ว ท้องเสียยังเกิดจากสาเหตุอื่นๆได้อีกด้วย เพียงแต่พบน้อยกว่าจากการติดเชื้อมากเช่น

ท้องเสียมีอาการอย่างไร?

อาการสำคัญจากท้องเสียคือ การถ่ายอุจจาระตั้งแต่วันละ 3 ครั้ง ส่วนอาการอื่นๆที่อาจพบร่วมด้วยเช่น ปวดท้อง ปวดมวนท้อง ปวดเบ่ง อ่อนเพลีย นอกจากนั้นขึ้นกับสาเหตุเช่น มีไข้ ปวดเมื่อยตัว เมื่อเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส หรือถ่ายเป็นมูกเลือด เมื่อเกิดจากติดเชื้อบิด

ทั้งนี้อาการสำคัญที่สุดและอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้รวดเร็วคือ อาการจากร่างกายขาดน้ำ (ภาวะขาดน้ำ) และสูญเสียเกลือแร่ที่ออกร่วมมาในอุจจาระ

อาการสำคัญของการขาดน้ำในผู้ใหญ่ที่สำคัญคือ

อนึ่ง อาการขาดน้ำในเด็กส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับในผู้ใหญ่ ยกเว้นในเด็กอ่อนซึ่งมักไม่มีปัสสาวะเลย กระหม่อมจะบุ๋มลึก และไม่มีน้ำตาเมื่อร้องโยเยหรือร้องไห้

แพทย์วินิจฉัยสาเหตุท้องเสียได้จากอะไร?

แพทย์วินิจฉัยสาเหตุท้องเสียได้จาก การสอบถามประวัติอาการ ประวัติต่างๆเช่น การกินอาหาร โรคประจำตัวต่างๆ การกินยา และการไปท่องเที่ยว จำนวนครั้งของการอุจจาระ ลักษณะอุจจาระรวมทั้งกลิ่นและสี การตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติมทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์เช่น การเพาะเชื้อ หรือการตรวจเลือดดูการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ

รักษาท้องเสียได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาท้องเสียคือ การรักษาและป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งเมื่อผู้ป่วยดื่มไม่ได้ หรือท้องเสียรุนแรง อาจเป็นการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ แต่ถ้ายังกิน/ดื่มได้ การรักษา คือ การดื่มน้ำหรือดื่มน้ำเกลือแร่ซึ่งเป็นยาผงละลายน้ำที่ทั่วไปเรียกว่า ยาโออาร์เอส (ORS, Oral rehydration salts) นอกจากนั้นคือ การรักษาตามสาเหตุเช่น อาจให้ยาปฏิชีวนะเมื่อเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และการรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ยาบรรเทาปวดท้อง หรือยาลดไข้

โดยทั่วไป แพทย์มักไม่แนะนำการกินยาหยุดท้องเสีย เพราะการถ่ายอุจจาระเป็นวิธีหนึ่งที่ร่างกายใช้กำจัดเชื้อโรคและ/หรือสารพิษจากเชื้อโรคออกจากร่างกาย อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ขึ้นกับอาการผู้ป่วยและดุลพินิจของแพทย์

มีผลข้างเคียงจากท้องเสียไหม?

ผลข้างเคียงสำคัญของอาการท้องเสียคือ ภาวะร่างกายขาดน้ำ และถ้าเป็นท้องเสียแบบต่อเนื่องหรือเรื้อรังคือ ภาวะร่างกายขาดสารอาหารและภูมิคุ้มกันต้านทานโรคจะต่ำลง ติดเชื้อต่างๆได้ง่าย

ท้องเสียรุนแรงไหม?

ความรุนแรงของท้องเสียขึ้นกับ สาเหตุ ปริมาณเชื้อโรคที่ร่างกายได้รับ ภาวะร่างกายขาดน้ำ และสุขภาพ หรือภาวะภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของผู้ป่วย แต่โดยทั่วไปมักรักษาควบคุมโรคได้ ยกเว้นในผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำและ/หรือพบแพทย์ล่าช้า

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเอง/การพบแพทย์เมื่อท้องเสียคือ

ป้องกันท้องเสียได้อย่างไร?

วิธีป้องกันโรคท้องเสียคือ การป้องกันสาเหตุซึ่งที่สำคัญคือ การป้องกันการติดเชื้อทางอาหาร น้ำดื่ม และทางมือ ซึ่งที่สำคัญคือ

บรรณานุกรม

1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, D., Hausen, S., Longo, D., and Jamesson, J.(2001). Harrrison’s: Principles of internal medicine. New York. McGraw-Hill.
2. Diarrhea. http://en.wikipedia.org/wiki/Diarrhea [2014,Nov8].
3. Diarrheal disease. http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs330/en/index.html [2014,Nov8].
4. Yates, J. (2005). Travel’s diarrhea. Am Fam Physician. 71, 2095-2100.

Updated 2014, Nov 8


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน saru_hana joklove00 nanzaaa pimlada23
Frame Bottom