Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  เภสัชกรรม  อาการทางจิตเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

ยาดูล็อกซีทีน (Duloxetine) เป็นยาที่อยู่ในกลุ่ม Serotonin-norepinephrine reuptake inhibitor (SNRI) ทางคลินิกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์บำบัดรักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่ออ่อน และอาการปวดด้วยมีเหตุจากเส้นประสาท โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ที่สมองโดยทำให้เกิดสมดุลของสารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า Serotonin และ Norepine phrine ส่งผลปรับระดับอารมณ์และความเจ็บปวดของร่างกายทำให้ผู้ป่วยรู้สึกบรรเทาลง

รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยาดูล็อกซีทีนจะเป็นยาแคปซูลชนิดรับประทาน มีการดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารได้ดี และกระจายตัวเข้าสู่ร่างกายได้ประมาณ 32 - 80% เมื่อยาเข้าสู่กระแสเลือดจะเกิดการจับตัวกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 95% ตับจะเป็นอวัยวะที่คอยทำลายโครงสร้างของตัวยาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 12.1 ชั่วโมงเพื่อกำจัดยา 50% ออกจากกระแสเลือดโดยผ่านทิ้งไปกับปัสสาวะและบางส่วนผ่านไปกับอุจจาระ

มีข้อมูลบางประการที่แพทย์ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจก่อนจ่ายยาดูล็อกซีทีนให้กับผู้ป่วย เช่น

ทั้งนี้หลังจากจ่ายยาดูล็อกซีทีนให้กับผู้ป่วย แพทย์จะมีข้อแนะนำบางประการเพิ่มเติมที่ผู้ป่วยควรต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดอาทิเช่น

  • หากเกิดอาการวิงเวียนหลังใช้ยาดูล็อกซีทีนควรนั่งพักหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้าๆและหลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานพาหนะหรือการทำงานที่ต้องควบคุมเครื่องจักร
  • อาจเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำซึ่งผู้ป่วยควรต้องกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อให้แพทย์พิจารณาปรับแนวทางการรักษา
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานหรือหยุดการใช้ยานี้ด้วยตัวผู้ป่วยเองโดยเด็ดขาด
  • ยานี้ยังอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย การทำงานของตับเปลี่ยนไป ระดับน้ำตาลในเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่เกิดภาวะอาการทางผิวหนังที่เรียกว่า Steven-Johnson syndrome ซึ่งผู้ป่วยต้องคอยสังเกตอาการเหล่านี้ระหว่างการใช้ยาดูล็อกซีทีน และต้องรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว/ทันที/ฉุกเฉินเมื่อมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น

ยาดูล็อกซีทีนที่มีจำหน่ายในประเทศไทยถูกจัดอยู่ในประเภทยาควบคุมพิเศษ มักไม่ค่อยพบเห็นตามร้านขายยาทั่วไป มักจะพบการใช้กันแต่ในสถานพยาบาลเท่านั้น

ดูล็อกซีทีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ดูล็อกซีทีน

ยาดูล็อกซีทีนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

ดูล็อกซีทีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาดูล็อกซีทีนคือ ตัวยาจะยับยั้งการดูดกลับของสารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า Serotonin และ Norepinephrine ในสมอง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มปริมาณของสารสื่อประสาทซึ่งมีชื่อว่า Dopamine และทำให้สารสื่อประสาทตัวนี้ซึมเข้าสู่สมอง เกิดการสร้างสมดุลของสารสื่อประสาท และยาดูล็อกซีทีนยังช่วยลดปริมาณสารสื่อประสาทที่เป็นต้นเหตุของอาการปวดอย่างเช่น สาร Cytokine อีกด้วย จากกลไกที่ได้กล่าวมาทั้งหมดส่งผลก่อให้เกิดฤทธิ์ในการรักษาตามสรรพคุณ

ดูล็อกซีทีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาดูล็อกซีทีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาแคปซูลชนิดรับประทานขนาด 20, 30, 40 และ 60 มิลลิกรัม/แคปซูล

ดูล็อกซีทีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาดูล็อกซีทีนมีขนาดรับประทานขึ้นกับชนิดของอาการและตามดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา ในที่นี้ขอยกตัวอย่างขนาดยาในบางอาการเช่น

ก. สำหรับอาการซึมเศร้า:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานเริ่มต้นครั้งละ 20 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้ง ขนาดรับประทานที่ใช้คงระดับการรักษาอยู่ที่ 60 มิลลิกรัมวันละครั้ง หรือแบ่งรับประทานครั้งละ 30 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้ง ขนาดรับประ ทานสูงสุดไม่เกิน 120 มิลลิกรัม/วัน ผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจปรับให้ประทานวันละ 30 มิลลิกรัมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนที่จะเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 60 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็ก: ขนาดรับประทานยานี้ของเด็กมิได้ถูกระบุไว้แน่ชัด ด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมารับ รอง การใช้ยานี้ในเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

ข. สำหรับอาการวิตกกังวล:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานเริ่มต้นครั้งละ 60 มิลลิกรัมวันละครั้ง ขนาดรับประทานที่ใช้คงระดับการรักษาอยู่ที่ 60 - 120 มิลลิกรัมวันละครั้ง ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 120 มิลลิกรัม/วัน ผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจต้องปรับให้รับประทานวันละ 30 มิลลิกรัมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนที่จะเพิ่มขนาดรับ ประทานเป็น 60 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 7 - 17 ปี: รับประทานครั้งละ 30 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จากนั้นแพทย์อาจปรับเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 60 มิลลิกรัมวันละครั้ง ขนาดรับประทานที่ใช้คงระดับการรักษาอยู่ที่ 30 - 60 มิลลิกรัมวันละครั้ง ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 120 มิลลิกรัมวันละครั้ง
  • เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี: ขนาดรับประทานยานี้มิได้ถูกระบุไว้อย่างแน่ชัดด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมารับรอง การใช้ยานี้ในเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

ค. สำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อ:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานเริ่มต้นครั้งละ 30 มิลลิกรัมวันละครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ขนาดรับประทานที่ใช้คงระดับการรักษาอยู่ที่ 30 - 60 มิลลิกรัมวันละครั้ง
  • เด็ก: ขนาดรับประทานยานี้ของเด็กมิได้ถูกระบุไว้แน่ชัดด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมารับรอง การใช้ยานี้ในเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

อนึ่ง: สามารถรับประทานยาดูล็อกซีทีนก่อนหรือพร้อมอาหารก็ได้

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาดูล็อกซีทีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาดูล็อกซีทีนสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

แต่อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษาควรรับประทานยาดูล็อกซีทีนให้ตรงเวลา

ดูล็อกซีทีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาดูล็อกซีทีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น มีอาการปวดท้อง มีผื่นคัน ตาพร่า หนาวสั่น อุจจาระมีสีคล้ำ รู้สึกสับสน ปัสสาวะน้อย ปัสสาวะมีสีเข้ม กลืนอาหารลำบาก เป็นลม ปวดกระบอกตา หัวใจเต้นผิดจังหวะ ปวดข้อและปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย แน่นหน้าอก อาเจียนเป็นเลือด ตาเหลืองและตัวเหลือง เป็นต้น

ทั้งนี้สำหรับผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นเลยก็เป็นได้

*อนึ่ง กรณีที่ได้รับยาดูล็อกซีทีนเกินขนาดจะมีอาการท้องเสีย มีไข้ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ กล้ามเนื้อหดเกร็ง กระสับกระส่าย การทรงตัวลำบาก เหงื่อออกมาก อ่อนเพลีย และอาเจียน หากพบอาการดังกล่าวควรรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน

มีข้อควรระวังการใช้ดูล็อกซีทีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาดูล็อกซีทีนเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่ม MAOI
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยด้วยโรคตับและ/หรือ โรคไตขั้นรุนแรง
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามปรับเปลี่ยนขนาดรับประทานหรือหยุดการใช้ยานี้เองโดยไม่มีการปรึกษาแพทย์
  • ฝ้าระวังในผู้ป่วยช่วงอายุวัยรุ่นด้วยระหว่างการใช้ยานี้อาจมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง
  • หากมีอาการแพ้ยาเช่น อึดอัด/หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอก มีผื่นขึ้นตามตัว ตัวบวม แขน-ขาบวม ให้รีบหยุดการใช้ยานี้แล้วนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน
  • ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • มาโรงพยาบาลตามแพทย์นัดทุกครั้ง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาดูล็อกซีทีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่ม เติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ดูล็อกซีทีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาดูล็อกซีทีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาดูล็อกซีทีนอย่างไร?

ควรเก็บยาดูล็อกซีทีนภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ห้ามเก็บยาใน ช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

ดูล็อกซีทีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาดูล็อกซีทีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Cymbalta (ซัมบัลต้า) Eli Lilly
Irenka (ไอเรนกา) Lupin Pharmaceuticals Inc

บรรณานุกรม

  1. http://www.drugs.com/pro/duloxetine-capsules.html#Section_14.1 [2015,Oct31]
  2. http://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/duloxetine-oral-route/description/drg-20067247 [2015,Oct31]
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Duloxetine [2015,Oct31]
  4. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Cymbalta/?type=full#Indications [2015,Oct31]
  5. http://www.drugs.com/drug-interactions/duloxetine.html [2015,Oct31]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน Komsan1999 Sully gaga000
Frame Bottom