9. ตลาดการแพทย์ทางไกล – ตอนที่ 81
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 13 เมษายน 2569
- Tweet

ขณะเดียวกัน AstraZeneca กำลังร่วมมือกับ Adherium Limited นำเสนอเครื่องช่วยหายใจ (Respiratory) อัจฉริยะ ผ่านอุปกรณ์มือถือที่เชื่อมโยงกับประตูดิจิทัล (Digital portal) ที่ติดตาม (Monitor) ปริมาณยาและเปิดใช้งานการแบ่งปัน (Share) ข้อมูลกับแพทย์
เป้าหมาย (Purpose) คือเพื่อให้ผู้ป่วยปฏิบัติตาม (Comply) คำแนะนำของใบสั่งยา (Prescription) อย่างเหมาะสม (Appropriate) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ (Health outcomes) ที่ดีขึ้น
ในทำนองเดียวกัน M-Wear ซึ่งเป็นอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพของบริษัท Mindray สามารถติดตามสุขภาพของผู้ป่วยแบบเวลาจริง(Real time) หลังการผ่าตัด (Surgery) หรือการดูแลเรื้อรัง (Chronic) โดยให้ข้อมูลผู้ป่วยแบบเวลาจริงที่เชื่อถือได้ (Reliable) และการแจ้งเตือน (Alert) แก่แพทย์หากจำเป็นต้องให้มีการพยาบาลแบบเฉียบพลัน (Acute nursing)
ส่วน Qure.ai บริษัทเปิดใหม่ (Start-up) ในอินเดีย สร้างสรรค์นวัตกรรมการวิเคราะห์ภาพ (Imaging analysis) ทางด้านรังสีวิทยา (Radiology) ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence: AI) และมีระบบประมวลผล (Processing) การสแกนกระดูกภายใน 20 วินาที ที่มีความแม่นยำ (Precise) สูงเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการแบบเดิม (Tradition)
จากที่กล่าวมาแล้วจะเห็นว่า นักลงทุน (Investors) ล้วนให้ความสำคัญกับนวัตกรรม (Innovation) ทางการแพทย์ ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI และในปีนี้ มีตัวเลขคาดการณ์ (Forecast) กันว่า มูลค่าตลาดการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ที่ประมาณ 35,460 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.064 ล้านล้านบาท)
และอีก 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้น 14.61% หรืออยู่ที่ 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท) ผู้ประกอบการ (Entrepreneurs) ทางด้านธุรกิจสุขภาพจำเป็นต้องปรับตัว พร้อมตอบโจทย์ (Solution) ทางด้านเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic collaboration)
ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพ (Potential) และขยายการบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ (Demand) ของผู้บริโภคอย่างครบครัน อันจะเป็นการเสริมสร้างอนาคตที่มั่นคง (Secure) และแข็งแกร่ง (Robust) ของตลาดการแพทย์ทางไกลต่อไป
ในอีกมิติหนึ่ง ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า (Advancement) อย่างรวดเร็วและการเชื่อมต่อออนไลน์กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากไม่แพ้กับการเชื่อม (Link) ต่อแบบออฟไลน์ ซึ่งระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ได้เข้ามามีบทบาทและเป็นเครื่องมือ ที่สำคัญในการให้บริการด้านการแพทย์ (Medical services) ในปัจจุบัน
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดไปทั่วโลก (Pandemic) ของโรคระบาด อย่าง COVID-19 เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก (Facilitate) ให้ผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล ไม่สะดวกเดินทาง (Travel) เข้ามารับบริการตรวจรักษาด้วยตนเอง ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึง (Access) การตรวจรักษาและได้รับการวินิจฉัย (Diagnosis) จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้
ไม่ต่างกับการมาตรวจรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อตอบสนองความต้องการในการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยได้ง่าย สะดวกขึ้น (More convenient), ลดการเดินทาง, และลดความแออัด (Crowdedness) ในการรอคอย (Waiting time)
แหล่งข้อมูล –