การเย็บปากมดลูก (Cervical cerclage)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเย็บปากมดลูกคืออะไร?

การเย็บปากมดลูก หรือ การเย็บผูกปากมดลูก(Cervical cerclage)เป็นหัตถการทางสูติกรรมที่ใช้รักษาสตรีตั้งครรภ์ที่รูปากมดลูกปิดไม่แน่น หรือ ปากมดลูกปิดไม่สนิท โดยการเย็บผูกปากมดลูกเพื่อทำให้รูปากมดลูกปิดแน่น เพื่อป้องกันรูปากมดลูก/ปากมดลูก เปิดขยายก่อนเวลาอันควร ที่เหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การแท้งบุตร หรือการคลอดทารกในครรภ์ก่อนกำหนด(การคลอดก่อนกำหนด)

การเย็บผูกปากมดลูกนี้มักทำในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ ในสตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแท้งซ้ำ หรือที่มีประวัติการแท้งในช่วงไตรมาสที่ 2 ระยะเวลาที่ทำคือช่วงอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ จากนั้นรอจนอายุครรภ์ครบกำหนดจึงทำการตัดไหมที่เย็บปากมดลูกออกเพื่อให้คลอดได้ทางช่องคลอดตามปกติ

 

ข้อบ่งชี้ในการเย็บปากมดลูกมีอะไรบ้าง?

การเย็บปากมดลูก

สตรีตั้งครรภ์ต่อไปนี้ แพทย์เชื่อว่าน่าจะได้รับประโยชน์จากกการเย็บปากมดลูก

1. มีปากมดลูกปิดไม่สนิท ซึ่งอาจเป็นความผิดปกติของมดลูกแต่กำเนิด หรือเกิดจาก เคยทำผ่าตัดบริเวณปากมดลูกมาก่อน

2. มีประวัติคลอดก่อนกำหนด และแพทย์ตรวจพบมีคอมดลูกสั้น

3. มีประวัติแท้งบุตรในไตรมาสที่ 2

 

ข้อห้ามในการเย็บปากมดลูกมีอะไรบ้าง?

สตรีตั้งครรภ์เหล่านี้ มีข้อห้าม/ไม่เหมาะในการเย็บปากมดลูก เพราะจะมีผลเสียมากกว่าผลดี ได้แก่

1. มีถุงน้ำคร่ำแตกแล้ว

2. มีการติดเชื้อที่ช่องคลอด(ช่องคลอดอักเสบ) หรือติดเชื้อในโพรงมดลูก(เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ)

3. มีการเจ็บครรภ์ถี่แล้ว

4. มีเลือดออกทางช่องคลอดมาก

5. รกลอกตัวก่อนกำหนด

 

การเย็บปากมดลูกมีวิธีใดบ้าง?

การเย็บปากมดลูกมีได้หลายวิธี ดังต่อไปนี้

1. การเย็บปากมดลูกผ่านทางช่องคลอด: เป็นที่นิยมทำ เพราะทำได้ง่าย โดยมีการเย็บ 2 วิธี คือ

1.1 McDonald cerclage: ใช้เส้นไนลอนขนาดใหญ่ ทำการเย็บคล้ายหูรูดปากถุง ตำแหน่งที่เย็บเป็นบริเวณรูปากมดลูกด้านใน(Internal cervical os) วิธีนี้ทำได้ง่าย

1.2 Shirodkar cerclage: ใช้เป็นเส้นเทปสอดเข้าไปใต้ผิวนอกของปากมดลูกจนรอบ แล้วรูดมาผูกปากมดลูกให้แน่น ตำแหน่งที่เย็บเป็นบริเวณรูปากมดลูกด้านใน(Internal cervical os)เช่นกัน วิธีนี้ทำให้เส้นเทปถูกปกคลุมไม่โผล่มาในช่องคลอด ทำให้ไม่ค่อยระคายเคืองในช่องคลอด แต่การเย็บวิธีนี้จะยากกว่าวิธีแรก

2. การเย็บปากมดลูกผ่านทางหน้าท้อง: ทำในกรณีที่มีปากมดลูกสั้นมาก หรือปากมดลูกเปิดมากแล้ว หรือกรณีที่มีความผิดปกติแต่กำเนิดของปากมดลูก วิธีนี้ต้องเปิดเข้าไปในช่องท้องเพื่อเย็บบริเวณปากมดลูก จึงไม่เป็นที่นิยม จะพิจารณาทำวิธีนี้ต่อเมื่อทำ 2 วิธีแรก ที่กล่าวมาไม่สำเร็จ

 

ภาวะแทรกซ้อนหลังจากเย็บปากมดลูกมีอะไรบ้าง?

ภาวะแทรกซ้อน(ผลข้างเคียง)หลังจากการเย็บปากมดลูก พบได้แต่น้อย สิ่งที่พบอาจเป็นดังต่อไปนี้

1. ปากมดลูกฉีกขาด

2. เสียเลือดมากจากปากมดลูกฉีกขาด

3. ตกขาวมากขึ้น เนื่องจากมีเส้นไหมเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ปากมดลูก

4. มีการอักเสบในช่องคลอด/ช่องคลอดอักเสบ ที่ลักษณะตกขาวจะเป็นสีเหลือง สีเขียว และมีกลิ่นผิดปกติ/เหม็น

5. มีเลือดออก อาจออกกะปริบกะปรอย หรือออกเป็นเลือดสดๆ ทางช่องคลอด

6. มีการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด(คลอดก่อนกำหนด)

7. มีถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด/ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์คลอด

8. มีการอักเสบในถุงน้ำคร่ำ(ถุงน้ำคร่ำอักเสบ)

9. มีไข้

 

เตรียมตัวก่อนเย็บปากมดลูกอย่างไร?

แพทย์จะนัดเย็บปากมดลูกในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 14 -16 สัปดาห์ ต้องนัดสตรีตั้งครรภ์นอนพักในโรงพยาบาล สตรีตั้งครรภ์ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนทำการผ่าตัด/หัตถการนี้ประมาณ 6 ชั่วโมง แพทย์จะให้ยาปฎิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จากนั้นวิสัญญีแพทย์จะได้ทำการฉีดยาชาเข้าน้ำไขสันหลัง หรือดมยาสลบเพื่อระงับความเจ็บปวดก่อนทำการผ่าตัดทั้งนี้จะเลือกวิธีการใดขึ้นกับดุลพินิจของวิสัญญีแพทย์และความสมมคใจของผู้ป่วย/ครอบครัวผู้ป่วย

 

ดูแลตนเองอย่างไรหลังเย็บปากมดลูก?

หลังจากการเย็บปากมดลูก ผู้ป่วยจะได้นอนพักในโรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน จะสามารถกลับไปนอนพักที่บ้านได้ และควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก

สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ในสตรีตั้งครรภ์ที่เย็บปากมดลูก ไม่ได้เป็นข้อห้าม สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ในสตรีกลุ่มนี้มักมีความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดอยู่แล้ว การมีเพศสัมพันธ์อาจกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกหดรัดตัวมากขึ้น อาจนำไปสู่การเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด จึงแนะนำให้หากเป็นไปได้ ควรงดหรือเว้นระยะห่างของการมีเพศสัมพันธ์ หรือจนผ่านพ้นระยะการคลอดก่อนกำหนดไปแล้ว(อ่านเพิ่มเติมบทความเรื่อง คลอดก่อนกำหนด ในเว็บ haamor.com)

 

การเย็บปากมดลูกเป็นการเย็บถาวรหรือไม่?

โดยทั่วไป แพทย์จะทำการตัดไหมที่เย็บปากมดลูกไว้เมื่ออายุครรภ์ครบกำหนด คืออายุครรภ์ประมาณ 37 สัปดาห์ หรือเมื่อมีอาการเจ็บครรภ์คลอด หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด/ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์คลอด หลังจากตัดไหมฯแพทย์จะให้ผู้ป่วยดำเนินการคลอดทางช่องคลอด หากในรายที่แพทย์วางแผนทำการผ่าตัดคลอดไว้ก่อนแล้วตามข้องบ่งชี้ และยังไม่ทำหมัน ต้องการมีบุตรคนอีก ก็ไม่จำเป็นต้องตัดไหมที่เย็บปากมดลูกออก เพื่อการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป จะได้ไม่ต้องเย็บผูกปากมดลูกอีก สำหรับรายที่ต้องผ่าตัดคลอดและต้องการทำหมันด้วย แพทย์จะทำการตัดไหมที่ปากมดลูกเมื่อมีการผ่าตัดคลอดที่ร่วมกับการทำหมันด้วย

 

หลังคลอดต้องดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตัวเองหลังคลอด จะเหมือนสตรีหลังคลอดทั่วไป โดยขึ้นกับว่า เป็นการคลอดทางช่องคลอด หรือผ่าตัดคลอด

 

ตั้งครรภ์ครั้งใหม่ได้เมื่อไหร่หากครรภ์ก่อนหน้านี้ต้องเย็บปากมดลูก?

การเว้นระยะห่างและวางแผนตั้งครรภ์ครั้งต่อไปขึ้นอยู่กับว่า ผ่าตัดคลอด หรือคลอดทางช่องคลอด เหมือนสตรีหลังคลอดทั่วไป แต่ควรเว้นระยะประมาณ 2-3 ปี เพื่อมีเวลาเลี้ยงลูกคนแรกอย่างเต็มที่ และในการฝากครรภ์ครั้งต่อไป ผู้ป่วยจะมีความจำเป็นต้องเย็บผูกปากมดลูกอีก จึงควรแจ้งแพทย์ที่ไปฝากครรภ์ไว้แต่เนิ่นๆ

 

การตั้งครรภ์ครั้งใหม่ต้องมีการเย็บปากมดลูกอีกหรือไม่?

หากมีการคลอดทางช่องคลอดและแพทย์ได้ตัดไหมที่เย็บปากมดลูกไปแล้ว เมื่อตั้งครรภ์ใหม่ต้องทำการเย็บปากมดลูกใหม่ในระยะเวลาที่เหมาะสมตามที่ได้กล่าวมาแล้วในหัวข้อ “การเย็บปากมดลูกคืออะไร” และหัวข้อ “ข้อบ่งชี้ฯ”) สำหรับรายที่ผ่าตัดคลอดหากไม่ได้ตัดไหมเย็บผูกปากมดลูก ก็สามารถให้ตั้งครรภ์ต่อไปได้ แต่หากตัดไหมเย็บปากมดลูกไปแล้ว ก็ต้องเย็บฯใหม่ตามระยะเวลาและวิธีที่ได้กล่าวมาแล้ว

ส่วนการคุมกำเนิดหลังคลอดบุตร สามารถใช้ได้ทุกวิธีคุมกำเนิดเหมือนสตรีทั่วไป แต่ยกเว้นการใช้ห่วงอนามัยคุมกำเนิดหากปากมดลูกหลวมมากเพราะอาจมีอัตราการหลุดของห่วงอนามัยสูงมากกว่าปกติ

 

มีทางเลือกอื่นไหมหากไม่ต้องการเย็บปากมดลูก?

ในกรณีที่สตรีตั้งครรภ์มีปากมดลูกปิดไม่สนิทและมีความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด ทางเลือกอื่นที่ไม่ต้องผ่าตัด หรือเจ็บตัวจากการเย็บปากมดลูก คือ

1. การใส่ห่วงพยุงปากมดลูก(Cervical pessary)

2. การใช้ฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสติน(Progestin)เพื่อลดการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เช่น แบบรับประทานทุกวัน หรือแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ แบบเหน็บทางช่องคลอดทุกวัน

อย่างไรก็ตาม การรักษาแต่ละวิธี จะมีข้อเด่น/ข้อบ่งชี้ และข้อด้อย/ข้อห้ามแตกต่างกันไป แพทย์จะมีการพูดคุยปรึกษาหารือกับสตรีตั้งครรภ์และญาติผู้ป่วย ให้เข้าใจและยอมรับข้อจำกัดของแต่ละวิธีก่อนให้การรักษาเสมอ

 

ทารกที่คลอดจากมารดาที่เย็บปากมดลูกมีปัญหาหรือไม่?

ปัญหาของทารกที่คลอดจากมารดาที่เย็บปากมดลูก ขึ้นกับอายุครรภ์ที่คลอด หากเป็นปัญหาคลอดก่อนกำหนด ทารกก็จะมีปัญหาเรื่องการหายใจหรือปอดทำงานไม่ปกติ หากอายุครรภ์ครบกำหนด มักไม่มีปัญหาเรื่องปอดทำงานไม่ปกติ แต่หากมีถุงน้ำคร่ำแตกนานก่อนคลอด ทารกก็มีความเสี่ยงในการติดเชื้อจากมารดามีการติดเชื้อในโพรงมดลูก/โพรงมดลูกอักเสบ/เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์คลอด)

 

บรรณานุกรม

  1. https://emedicine.medscape.com/article/1848163-overview[2017,Dec23]
  2. https://www.uptodate.com/contents/transvaginal-cervical-cerclage?[2017,Dec23]