10. ตลาดประกันสุขภาพ – ตอนที่ 79

ผลประกอบการ (Performance) ของกลุ่มบริษัทประกันชีวิต (Life insurance group) ทำกำไรในระดับอุตสาหกรรม (Industry profitability) ปรับตัวดีขึ้นในปี พ.ศ. 2567 กลุ่มบริษัทประกันชีวิตโดยรวมกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 23.3% จากปีก่อน แม้ว่า เบี้ยประกันภัย (Premium) ที่ถือเป็นรายได้สุทธิ (Net revenue) เติบโตเพียงเล็กน้อย

ผลจากการขาดทุนจากการด้อยค่า (Impairment) ของสินทรัพย์ลงทุน (Investment assets) ลดลงอย่างมาก และ กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนรับรู้ (Recognize) เข้ากำไรขาดทุนสูงขึ้น ทำให้ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on equity) ปรับตัวดีขึ้นมาเป็น 6.0%

อัตราการจ่ายผลประโยชน์ (Benefit payout ratio) และค่าสินไหมทดแทน (Compensation) ยังคงที่อยู่ที่ 78% ของเบี้ยประกันภัยรับที่ถือเป็นรายได้สุทธิ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 8.9% และผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ 3.3%  ในปี พ.ศ. 2568 คาดว่า บริษัทประกันชีวิตยังคงสามารถทำกำไรท่ามกลางการเติบโตต่ำ (Low growth) และการแข่งขันรุนแรง (Fierce competition)

โดยอาศัยการขายประกันเฉพาะด้าน การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product design) อย่างรอบคอบ การบริหารความเสี่ยง (Risk management), การควบคุมต้นทุน (Cost control), การใช้ฐานข้อมูล (Data base), และช่องทางออนไลน์

การพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application) สุขภาพ และการขายประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Savings) หรือควบการลงทุนยังช่วยสร้างรายได้ระยะยาว แม้ความเสี่ยงจากการลงทุนอาจเพิ่มสูงขึ้น จากตลาดเงินและตลาดทุนมีความผันผวน (Fluctuation) แต่น่าจะยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ (Manageable) เนื่องจากนโยบายการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำของบริษัทประกันชีวิต

รายได้จากเงินลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตเติบโต รายได้สุทธิจากการลงทุน หลังหักค่าใช้จ่ายในการลงทุนในปี พ.ศ. 2567 ขยายตัว 2.8% จากรายได้จากการลงทุนรวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.94 พันล้านบาท หรือ 3.0% เทียบกับปี พ.ศ. 2566 การลงทุนส่วนใหญ่ของบริษัท ประกันชีวิต โดยปรกติอยู่่ในพันธบัตรรัฐบาล, ตั๋วเงินคลัง, และหุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและระยะยาว (Long term)

จุดประสงค์ก็คือพยายามให้สอดคล้องกับระยะเวลาเฉลี่ยของกรมธรรม์ (Policy average) โดยมี สัดส่วนถึง 62.5% ของกลุ่ม (Portfolio) สินทรัพย์ลงทุน ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน มีสัดส่วน 20.6% ของกลุ่ม ทำให้รายได้จากดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล (Government bond) มีสัดส่วนถึง 55% ของรายได้จากการลงทุนทั้งหมด

รองลงมา จะเป็นดอกเบี้ยหุ้นกู้ (Bank loans) ที่มีสัดส่วน 21% ส่วนที่เหลือ (Remaining) เป็นดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม โดยมีกรมธรรม์เป็นประกัน 7% และเงินปันผลหุ้น (Dividend) ทุน 6%

ในปี พ.ศ. 2567 รายได้ดอกเบี้ยพันธบัตรและตั๋วเงินคลัง (Treasury bill) ขยายตัว 4% จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเทียบกับปี พ.ศ. 2566 บริษัทประกันชีวิตที่จดทะเบียนมีผลประกอบการใกล้เคียงอุตสากรรม (Industry performance)

แหล่งข้อมูล

  1. chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/https://media.setgroup.or.th/setlink/Documents/2025/Apr/แนวโน้มธุรกิจกลุ่มบริษัทประกันภัย.pdf [2026, March 16].
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Health_insurance_marketplace [2026, March 16].