10. ตลาดประกันสุขภาพ – ตอนที่ 78

สัญญาประกันภัย (Insurance contract) เพิ่มเติมสุขภาพ ผลักดันความต้องการ (Desire) ประกันชีวิต (Life insurance) สำหรับประกันชีวิต ทริสเรทติ้ง (TRIS Rating = Thailand Rating Information Servies) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำแห่งแรกของไทย) คาดการณ์ (Forecast) เติบโต ที่ระดับ 2% - 3% เช่นกัน

โดยพิจารณาจากสถิติที่เบี้ย (Premium) ประกันชีวิต เติบโตเฉลี่ย 0.9 เท่าของ Nominal GDP ทริสเรทติ้งคาด ว่าประกันสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพและประกันบำนาญ (Pension) จะเป็นตัว ขับเคลื่อน (Drive) ให้ประกันชีวิตเติบโตในปี พ.ศ. 2568 โดยมีปัจจัย (Factor) สนับสนุนสำคัญ คือความตระหนักรู้เกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุ (Aging society)

การวางแผนการเงิน (Financial planning) และค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น และการรวมเอาผลประโยชน์ (Benefits) หลายด้านเข้าไว้ด้วยกัน เช่น ประกันชีวิตที่รวมสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพแบบเหมาจ่าย (Package) ควบการลงทุน (Investment) แบบยูนิตลิ้งค์ ทำให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (New generation) มี ความสนใจมากขึ้น รวมถึงความเสี่ยง (Risk) จากการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตจากมหันตภัยจากภัยธรรมชาติ (Natural disaster) เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหว (Earthquake)

การขายประกันวินาศภัยส่วนใหญ่ผ่านตัวกลาง เช่น ช่องทางนายหน้าประกันภัย (Brokers) และธนาคาร (Bancassurance) ซึ่งมีสัดส่วน (Proportion) รวม 79% โดยส่วนใหญ่เป็นการขายผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้ารายย่อย ที่ไม่ซับซ้อน ในขณะที่ช่องทาง (Channel) การจำหน่ายโดยตรง ได้แก่ ช่องทาง อินเทอร์เน็ต การติดต่อผ่านสาขาบริษัท (Walk-In) สถานที่ทำงานของลูกค้า (Worksite) และการขายผ่านโทรศัพท์ (Telemarketing)

อย่างไรก็ตาม ช่องทางอินเทอร์เน็ต มีแนวโน้ม (Trend) จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความสะดวกในการเลือกและเปรียบเทียบ (Compare) รายละเอียด เงื่อนไขและความคุ้มครอง (Coverage) ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่สามารถทำได้ผ่านหน้าเว็บของบริษัท ช่วยลดค่าคอมมิชชั่นที่ให้กับนายหน้าประกันภัยสำหรับประกันชีวิต

โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นการขายผ่านตัวแทนบริษัทประกัน (Agent) ซึ่งในปี พ.ศ. 2567 มีสัดส่วน 53% รองลงมาเป็น การขายผ่านธนาคาร (Bancassurance) 38% ซึ่งน่าจะยังคงสัดส่วนนี้ต่อไป เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของประกันชีวิตมีรายละเอียด (Details) ที่ต้องได้รับข้อมูลจากตัวแทนประกันหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารแบบตัวต่อตัว

แต่ก็ตามมาด้วยค่าคอมมิชชั่นในการขายที่สูงเช่นกันโดยเฉพาะในปีแรกๆ (Initial years) อย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรฐานทางบัญชี TFRS 17 (= Thai Financial Reporting Standards No.17 มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่อง สัญญาประกันภัย" (Insurance Contracts) 

บริษัทประกันชีวิตสามารถกระจาย (Distribute) ค่าใช้จ่ายในการขายได้ยาวขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้จากสัญญาประกันภัยระยะยาว เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว พบว่ามีสัดส่วนเบี้ยประกันภัย จากช่องทางตรง (Direct channel) ที่สูงกว่า เช่น ประเทศในยุโรปมีสัดส่วนของเบี้ยประกันภัยที่ผ่านช่องทางตรงอยู่ที่ระดับกว่า 50% ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย (Property) ในขณะที่ช่องทางนายหน้าและตัวแทน มีสัดส่วนอยู่เพียง 20% - 30% เท่านั้น   

แหล่งข้อมูล

  1. chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/https://media.setgroup.or.th/setlink/Documents/2025/Apr/แนวโน้มธุรกิจกลุ่มบริษัทประกันภัย.pdf [2026, March 2].
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Health_insurance_marketplace [2026, March 2].