10. ตลาดประกันสุขภาพ – ตอนที่ 83
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 12 พฤษภาคม 2569
- Tweet

อันได้แก่ วิธีวัดมูลค่าทั่วไป (General measurement), วิธีค่าธรรมเนียมผันแปร (Variable fee approach: VFA) และวิธีปันส่วนเบี้ยประกันภัย (Premium allocation approach: PAA)
ผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน (Financial impact): ต้องทยอยรับรู้ (Recognize) ผลกระทบสุทธิ (Net impact) จากหนี้สิน (Debt) และรายการที่เกี่ยวข้อง (Relevant) กับสัญญาประกันภัย (Insurance contract) และสัญญาประกันภัยต่อ (Reinsurance) โดยบริษัทประกันภัยจะต้องเปิดเผย (Disclose) จำนวนผลกระทบสะสม (Cumulative) ที่รับรู้
รวมทั้งที่ยังไม่ได้รับรู้จากการเปลี่ยนแปลงทุกสิ้นรอบระยะเวลารายงาน (End of period) โดยจะมีประมาณการ (Estimate) กระแสเงินสด (Cash flow) ปัจจุบันทั้งขาเข้าและออกจากการปฏิบัติครบของสัญญาประกันภัย, ค่าปรับปรุงความเสี่ยง (Risk adjustment), และประมาณการกำไร (Profit estimate) จากการให้บริการตามสัญญา และแยก (Separate) ประมาณการกระแสเงินสดของกลุ่มสัญญาที่สร้างผลกำไรและขาดทุน (Profit and loss) ออกจากกัน
การรับรู้รายได้ (Revenue recognition): เปลี่ยนเป็นการทยอยรับรู้ (Recognition over time) ตลอดอายุสัญญาประกันภัย แทนการรับรู้ทั้งหมด (Whole) เมื่อได้รับเบี้ยประกัน (Premium) โดยประกอบด้วย การรับรู้กำไรจากการให้บริการ (Service providing), การปรับลดค่าความเสี่ยง (Risk reduction), การเปลี่ยนแปลง (Changes) ประมาณการกระแสเงินสด, ค่าใช้จ่าย (Expenses) จากการให้บริการ, และการปันส่วนต้นทุน (Cost allocation) ในการได้มาซึ่งสัญญา
สำหรับประกันชีวิต (Life insurance) แบบออมทรัพย์ (Savings) จะรับรู้เฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมการบริหาร (Management fee) ไม่รวมดอกเบี้ยจากเงินลงทุน (Interest from investment) ขณะที่สัญญาที่สร้างผลขาดทุนต้องรับรู้ขาดทุน (Loss recognition) ทันที
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนทางการเงิน (Financial ratio) อาจเปลี่ยนแปลงและ มีความผันผวน (Fluctuation) มากขึ้นเนื่องจากการวัดมูลค่า (Value measurement) สินทรัพย์ (Assets) และหนี้สิน (Liabilities) ด้วยมูลค่าปัจจุบัน (Present value) ที่ใช้ตัวแปรทางเศรษฐกิจ (Economic variable) ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้
การรับรู้ค่าใช้จ่าย (Expense recognition): แบ่งค่าใช้จ่ายด้านประกันภัยเป็นหลายส่วน ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายจากการเคลม (Claim reimbursement) ที่เกิดขึ้นจริงหลังหักผลตอบแทน (Return on investment: ROI) จากส่วนลงทุนของสัญญาประกันภัย, ค่าใช้จ่ายในการให้บริการประกันภัยที่เกิดขึ้นจริง (Actual), และผลขาดทุนจากสัญญาประกันภัยที่มีผลขาดทุน
นอกเหนือจากการทยอยรับรู้ต้นทุนในการได้มาซึ่งสัญญาประกันภัย ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประกันภัยโดยตรง เช่น ค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการประกันภัย จะถูกรายงานแยกต่างหาก ภายใต้หมวดค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Miscellaneous)
ผลกระทบต่ออัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ: อัตราผลกำไรต่อทรัพย์สินรวม (Return on asset: ROA) หรือ อัตราผลกำไรต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity: ROE) อาจมีแนวโน้มลดลงในช่วงต้นของการออกกรมธรรม์ (Insurance policy)
แหล่งข้อมูล –