13. ตลาดคลินิกทันตกรรม – ตอนที่ 83
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 15 พฤษภาคม 2569
- Tweet

สุดท้ายนี้ ธุรกิจเพื่อสุขภาพที่จะสามารถโตเร็วกว่าคู่แข่งได้ ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ทั้งกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing strategies) และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันเพื่อสร้างข้อได้เปรียบ (Competitive advantages) ของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพจำ (Recall), การสร้างประสบการณ์ลูกค้า (Customer experience) ที่ดี, การทำตลาดรายบุคคล (Personalized marketing), และการสร้างระบบหลังบ้าน (Back-of-house) ที่ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญในการช่วยเพิ่มยอดขายทั้งหมด
ในอีกมิติ (Perspective) หนึ่ง ข้อระวังในการเปิดคลินิกทันตกรรม ในปี 2026 นี้
- อย่างที่ผมบอกเสมอว่าในโลกความเป็นจริง (Real-world) ไม่ใช่ทุกคนที่ควรเปิด และไม่ใช่ทุกคลินิกที่จะรอด (Survive)
- ปี 2026 เป็นปีที่การเปิดคลินิกทันตกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย และถือว่ายากขึ้นกว่าเดิม (More difficult)
- และถึงวันนี้ ผมคิดว่าคงไม่มีใครคิดว่า “ถ้าเรารักษาดี เดี๋ยวคนไข้ก็มาเอง” แล้วควรจะต้องระวัง (Caution) อะไรบ้างใน 2026 ผมลิสต์ไว้ให้แล้วครับ
- ปี 2026 ไม่ใช่ยุคที่ “เก่งรักษา” แล้วจะรอด เก่งรักษาอย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าใจการตลาดด้วยและใช้มันเป็น ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสารแบรนด์ (Brand communication), การถูกมองเห็น (Be seen) ฯลฯ ทำให้บางคลินิกไม่ได้แพ้เพราะรักษาไม่ดี แต่แพ้เพราะไม่มีใครรู้ว่าคุณเก่ง ขายเก่งกับทำฟันเก่ง มันคนละเรื่อง
- ลดการพึ่งพาเอเจนซี่ (Agency) และการยิงโฆษณา (Advertising: Ad) หลายคลินิกที่อยากเพิ่มยอด จะคิดว่า การตลาด = การยิง ads และมักถามต่อๆกันว่า "จะจ้างเอเจนซี่บริษัทไหนดี ?" ในมุมมองผม คุณหมอและคลินิกต้องเข้าใจใหม่ว่าการตลาดไม่ใช่แค่การยิง ads และควรต้องเรียนรู้และทำเองเป็นทำเอง
ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าทุกอย่าง เข้าใจทุกปุ่ม แต่ต้องรู้ในเชิงแนวคิด (Concept) การวางแผนตลาดเราต้องแม่นยำ (Precise) ไม่ใช่ยกให้เอเจนซี่ทำการตลาดทุกอย่าง ถ้าโยนการตลาดให้เอเจนซี่ สุดท้ายคนที่เก่งคือเอเจนซี่ (ถ้าเอเจนซี่ไม่เก่ง ก็เลิกจ้าง เขาก็ไปหาคลินิกใหม่) และคลินิกจะต้องยืมจมูกเขาหายใจ (At someone else’s mercy) ตลอดไป แถมเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโต
หนทางที่ดีกว่า คือ ใช้เอเจนซี่....ทำได้ครับ แต่ไม่ควรทิ้งให้ตัวคุณหมอเอง ไม่รู้เรื่องการตลาดและยกให้เขาทำแทนทุกอย่าง ควรใช้เขาแค่ในบางช่วง, บางงาน, และในกรอบเวลาหนึ่งเท่านั้น และในระยะยาว คลินิกต้องมีทีมการตลาดเองที่เก่งและแข็งแกร่ง (Robust) และจะสามารถประหยัดงบ (Budget savings) ได้หลายแสนถึงล้านบาทในวันที่คลินิกโต คลินิกที่ยืนได้มั่นคงในระยะยาว คือ มีทีมการตลาดของตัวเองที่เก่ง (Self-marketing0 ไม่ใช่จ้างคนอื่นมาทำแทน
- คู่แข่งที่มาใหม่ มักมาด้วย “ทำเลที่ดีกว่า” สภาพเศรษฐกิจทำให้ธุรกิจอื่นทยอยปิดตัว (Phasing out) ผลลัพธ์ (Outcome) คือ ทำเล (Location) ดีที่เคยจับยาก เริ่มว่าง (Vacant) ค่าเช่าที่เคยสูง (High rental) เริ่มต่อรองได้ (Negotiable) ผู้เล่นใหม่ (New players) เข้ามาด้วยต้นทุนทำเลที่ “เหนือกว่า” คุณ, “เรามาก่อน เราได้เปรียบ” อาจจะเป็นแค่คำปลอบใจ (Encouraging) ในช่วงแรก แต่ถ้าคุณหมอไม่คิดทำอะไรเพิ่ม สุดท้ายจะเจอคลินิกที่ "มาทีหลังแต่ ทำเลดีกว่า และดังกว่า" ได้เหมือนกัน เก๋าแค่ไหน ก็เจอคลินิกใหม่แซง (Overtake) ได้ในยุคสมัยนี้
แหล่งข้อมูล –