Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ลำไส้  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดท้อง  ท้องเสียเรื้อรัง 

บทนำ

โรคโครห์น (Crohn’s disease ย่อว่า โรคซีดี/CD) หรือโรคทางเดินอาหารอักเสบโครห์น เป็นโรคทางเดินอาหารอักเสบเรื้อรังที่อยู่ในกลุ่ม “โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังที่เรียกว่า โรค Inflammatory bowel disease (ย่อว่า โรคไอบีดี/IBD)” ซึ่งโรคนี้ได้ชื่อตาม นพ. Burrill B. Crohn แพทย์ระบบทาง เดินอาหารชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งท่านและคณะได้รายงานโรคนี้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1932 (พ.ศ. 2475)

การอักเสบในระบบทางเดินอาหารที่เกิดจากโรคโครห์น เกิดได้ในทุกอวัยวะของช่องทางเดินอาหารตั้งแต่ช่องปากลงไปจนถึงทวารหนัก

การอักเสบของทางเดินอาหารจากโรคโครห์น เป็นการอักเสบที่ระยะแรกไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรค แต่หลังจากที่มีแผลเกิดขึ้น แผลเหล่านี้จึงอาจติดเชื้อจากในลำไส้ตามมาในภายหลัง ทั้งนี้การอักเสบจะเริ่มที่เยื่อเมือกชั้นแรกสุดที่บุในทางเดินอาหาร ต่อไปเมื่อโรคเรื้อรังมากขึ้น การอักเสบ/แผลจะลุกลามลึกลงไปในเนื้อเยื่อทุกชั้นของผนังลำไส้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดลำไส้ทะลุ (Perforation) เข้าช่องท้องและ/หรือเกิดเป็นทางทะลุ (Fistula) กับอวัยวะอื่นๆในช่องท้องที่อยู่ติดกับลำไส้ส่วนที่อักเสบเช่น ลาไส้ด้วยกันเอง กระเพาะปัสสาวะ และ/หรือมด ลูก (ในผู้หญิง)

ทั้งนี้การอักเสบและแผลจากโรคโครห์นนี้ จะเกิดกระจายเป็นช่วงๆของลำไส้ ทำให้บางส่วนยังมีลำไส้ปกติเหลืออยู่ ซึ่งการเกิดอักเสบและแผลเรื้อรังนี้จะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการ

ซึ่งเมื่อมีการอักเสบเป็นแผล ลำไส้จะซ่อมแซมตนเองเกิดเป็นพังผืด จึงทำให้ช่องในลำไส้แคบลงส่งผลให้เกิดลำไส้อุดตันได้

นอกจากนั้นการซ่อมแซมลำไส้ที่อักเสบฯนี้ ยังทำให้เกิดเนื้อเยื่อลักษณะคล้ายก้อนเนื้อที่เรียกว่า Granuloma (แกรนูโลมา) ดังนั้น ภายในลำไส้ นอกจากมีการอักเสบ (ปวด/เจ็บ บวม แดง) มีพังผืดแล้ว ยังจะมีแกรนูโลมาเป็นตะปุ่มตะป่ำทั่วไป ซึ่งเป็นอีกปัจจัยให้เกิดลำไส้อุดตัน

จากพยาธิสภาพของลำไส้ดังกล่าวจะส่งผลให้ลำไส้ย่อยและดูดซึมอาหารไม่ได้ จึงเป็นอีกปัจจัยให้เกิดท้องเสียเรื้อรังที่ส่งผลให้ร่างกายเกิด ภาวะขาดสารอาหาร/ทุโภชนา (Malnutri tion) จึงส่งผลให้

อนึ่ง โรคโครห์นเป็นโรคพบทั่วโลก เช่น

  • ในสหรัฐอเมริกา(รายงานในปีค.ศ. 2003-2004)พบได้สูง ประมาณ 201 รายต่อประชากรผู้ใหญ่ 1 แสนคน พบในเด็กประมาณ 43 รายต่อประชากรเด็ก1แสนคน
  • พบประมาณ 5.6 รายต่อประชากร 1 แสนคน ในยุโรป
  • พบได้น้อยในคนเอเชียที่รวมถึงในประเทศไทย ประมาณ 0.5 - 4.2 รายต่อประชากร 1 แสนคน
  • แอฟริกา ประมาณ 0.3 - 2.6 รายต่อประชากร 1 แสนคน
  • และพบได้น้อยที่สุดในชาวละตินอเมริกา ประมาณ 0 - 0.03 รายต่อประชากร 1 แสนคน

ทั้งนี้ พบโรคโครห์นได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็ก (มักเป็นในเด็กโต) ไปจนถึงผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่พบโรคเกิดก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งช่วงอายุที่พบได้สูงคือ 15 - 30 ปี ทั้งนี้ประมาณ 20 - 30% ของผู้ป่วยจะพบได้ก่อนอายุ 20 ปี และพบโรคในผู้หญิงและในผู้ชายได้ใกล้เคียงกัน

โรคโครห์นมีสาเหตุจากอะไร?

โรคโครห์น

สาเหตุที่แน่นอนของโรคโครห์นยังไม่ทราบ แต่พบมีปัจจัยเสี่ยง ดังนี้ เช่น

โรคโครห์นมีอาการอย่างไร?

อาการที่พบได้จากโรคโครห์นที่พบบ่อย คือ อาการจากลำไส้อักเสบที่มีอาการรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก เช่น

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้โรคโครห์นรุนแรง?

ปัจจัยกระตุ้นให้อาการโรคโครห์นกำเริบและ/หรือรุนแรงในแต่ละคนแตกต่างกันได้ ดังนั้นแต่ละคนต้องสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆกับอาการที่เกิดขึ้น เพื่อระมัดระวังหลีก เลี่ยงเช่น ประเภทและปริมาณอาหาร เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่มักมีผลกระตุ้นให้เกิดอาการและ/หรือให้เกิดอาการรุนแรง เช่น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

เมื่อมีอาการต่างๆดังกล่าวใน ‘หัวข้อ อาการฯ’ ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ เพื่อ แพทย์ตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการ เพื่อการรักษาที่เหมาะสมแต่เนิ่นๆที่จะช่วยให้ควบคุมและรักษาโรคได้ผลดีกว่า

แพทย์วินิจฉัยโรคโครห์นได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคโครห์นได้จาก

รักษาโรคโครห์นอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคโครห์นคือ การใช้ยาเพื่อต้าน/ลดการอักเสบของลำไส้, การพักการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ (Bowel rest), การผ่าตัด, และการรักษาประคับประคองตามอาการ

ก. การรักษาด้วยยาเพื่อควบคุมการอักเสบของลำไส้: เช่น

ข. การพักการทำงานของลำไส้:

ในกรณีที่โรคมีอาการมาก ผู้ป่วยท้องเสียมากจนส่งผลถึงการควบคุมสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย แพทย์จะพักการทำงานของลำไส้ด้วยการงดการกิน/ดื่มทางปากชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนกว่าอาการท้องเสียจะควบคุมได้ โดยให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำแทน

ค. การผ่าตัด:

จะทำในกรณีเพื่อรักษาผลข้างเคียงจากโรค เช่น

ง. การรักษาประคับประคองตามอาการ: เช่น

การรักษาตามอาการต่างๆ เช่น การใช้ยาต่างๆตามอาการ ซึ่งอาจเป็นยากิน หรือบางชนิดอาจอยู่ในรูปแบบยาฉีด

โรคโครห์นก่อผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงที่พบได้จากโรคโครห์น เช่น

โรคโครห์นมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของโรคโครห์นคือ เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย โรคจะเป็นๆหายๆตลอดไป โดยเฉพาะจะกำเริบเมื่อได้รับปัจจัยเสี่ยง

นอกจากนี้คือ

  • จะมีโอกาสติดเชื้อต่างๆได้ง่ายจากภาวะทุโภชนาการ
  • รวมไปถึงโอกาสที่จะได้รับการผ่าตัด ที่จะผ่าตัดกรณีของการมีผลข้างเคียงของลำไส้ ดังได้กล่าวแล้วใน ‘หัวข้อ ผลข้างเคียงฯ’ ซึ่งในชีวิตของผู้ป่วยแต่ละคนมักได้รับการผ่าตัดแก้ไขผลข้างเคียงอย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่วินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆและรักษาดูแลควบคุมตนเองได้ดี สามารถใช้ชีวิตได้ดีเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไปที่รวมถึงอัตราเสียชีวิตด้วย

*อนึ่ง จากที่มีการอักเสบเรื้อรังของลำไส้ เซลล์อักเสบจึงมีโอกาสเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ มะเร็งได้ ดังนั้นจึงพบ ‘มะเร็งลำไส้เล็ก’ หรือ ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ ในผู้ป่วยโรคโครห์นได้สูงกว่าคนทั่วไป ซึ่งแพทย์จะดูแลโดยการส่องกล้องตรวจลำไส้เป็นระยะๆอาจทุก 1 - 3 ปี โดยเริ่มหลังเป็นโรคนี้ได้นาน 5 - 10 ปี หรือตามดุลพินิจของแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งฯได้แต่เนิ่นๆ

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคโครห์น ได้แก่

  • ปฏิบัติตาม แพทย์ พยาบาล แนะนำ
  • กินยาต่างๆตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่ขาดยา ไม่หยุดยาเอง
  • สังเกตทุกอย่างในการดำเนินชีวิตว่า อะไรมีผลกระตุ้นให้เกิดอาการหรือทำให้อาการรุน แรง เพื่อการหลีกเลี่ยงเช่น ประเภทอาหาร ปริมาณอาหาร อุณหภูมิ สิ่งแวดล้อม
  • หลีกเลี่ยงอาหารประเภทนมและผลิตภัณฑ์ของนม อาหารรสจัด เครื่องดื่มกาเฟอีน แอลกอฮอล์
  • กินอาหารไขมันต่ำและอาหารที่มีใยอาหารต่ำ
  • สังเกตอาการกับการกินผักผลไม้ชนิดต่างๆแล้วปรับตัวตามนั้น ซึ่งผักผลไม้ควรเป็นชนิดย่อยง่ายเช่น ผลไม้สุกงอม
  • กินอาหารอ่อน (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com ในเรื่อง ประเภทอาหารทางการ แพทย์) อาหารย่อยง่าย รสจืด กินครั้งละน้อยๆ แต่กินให้บ่อยขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดให้ได้เพียงพอกับน้ำที่เสียไปจากท้องเสียเช่น อย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่แพทย์ให้จำกัดน้ำดื่ม
  • ไม่สูบบุหรี่ เลิกสูบถ้าสูบบุหรี่
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อลดโอกาสติดเชื้อ เพื่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิต
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายตามควรกับสุขภาพทุกวัน
  • รักษาสุขภาพจิต
  • พบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามแพทย์นัดเสมอ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

เมื่อเป็นโรคโครห์นควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเสมอ เมื่อ

ป้องกันโรคโครห์นอย่างไร?

การป้องกันโรคโครห์นเป็นไปได้อยาก เพราะยังไม่ทราบสาเหตุ แต่สามารถควบคุมรัก ษาโรคได้ดีขึ้น ลดความรุนแรงของอาการ และลดโอกาสเกิดอาการกำเริบคือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆดังกล่าวในหัวข้อปัจจัยเสี่ยง

ซึ่งทั่วไป การดูแลตนเองเพื่อลดโอกาสโรคกำเริบที่สำคัญได้แก่

บรรณานุกรม

  1. Wilkins, T. et al. (2011). Am Fam Physician. 84, 1365-1375
  2. https://www.niddk.nih.gov/health-information/digestive-diseases/crohns-disease [2019,Jan26]
  3. https://emedicine.medscape.com/article/172940-overview#showall [2019,Jan26]
  4. http://www.crohnscolitisfoundation.org/what-are-crohns-and-colitis/what-is-crohns-disease/ [2019,Jan26]
  5. https://en.wikipedia.org/wiki/Crohn%27s_disease [2019,Jan26]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน To2522 Punnatath117 bigpicture DRAGON_MCE thanapong16
Frame Bottom