Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไต  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดข้อจากเกาต์ 

บทนำ

โพรเบเนซิด (Probenecid) เป็นยาที่ใช้นำมารักษาโรคเกาต์ และภาวะที่ร่างกายมีปริมาณกรดยูริคเกิน โดยมีกลไกทำให้ร่างกายขับกรดยูริคออกมากับปัสสาวะมากขึ้น ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โพรเบเนซิดถูกนำมาใช้กับคนไข้ที่ได้รับยาปฏิชีวนะ เช่น Penicillin ด้วยยานี้จะทำให้ความเข้มข้นของยาปฏิชีวนะมีมากขึ้นและส่งผลดีกับผู้ป่วย ในปัจจุบันยังพบว่าการให้โพรเบเนซิดกับผู้ป่วยที่ได้รับยา Oseltamivir ซึ่งเป็นยาต่อต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ สามารถทำให้ความเข้ม ข้นของ Oseltamivir ในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีกด้วย

จากการศึกษาด้านเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetic: การเป็นไปของยาเมื่อเข้าสู่ร่างกาย) ของยานี้พบว่า โพรเบเนซิดดูดซึมได้ดีจากระบบทางเดินอาหาร เมื่อยานี้เข้าสู่กระแสเลือด จะจับกับพลาสมาโปรตีน 75 - 95% และร่างกายต้องใช้เวลา 2 - 6 ชั่วโมงเพื่อกำจัดยาออกจากร่างกาย 50% โดยผ่านออกมากับน้ำปัสสาวะ

กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้บรรจุโพรเบเนซิดลงในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยอยู่ในหมวดยาอันตราย มีข้อห้ามใช้ ข้อควรระวัง อีกทั้งผลข้างเคียงมากมาย การใช้ยานี้จึงต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น

ยาโพรเบเนซิดมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

โพรเบเนซิด

ยาโพรเบเนซิดมีสรรพคุณดังนี้

ยาโพรเบเนซิดมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาโพรเบเนซิดมีกลไกการออกฤทธิ์ โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ที่ไต โดยไปจับสาร Organicanion transporter หรือที่เรียกว่า โปรตีนขนส่งสารอินทรีย์ประจุลบ ซึ่งอยู่ที่ผนังเซลล์ของท่อไต ทำให้ลดการดูดกลับของกรดยูริคเข้าสู่กระแสเลือด จึงทำให้โพรเบเนซิดมีฤทธิ์รักษาตามสรรพคุณ

ยาโพรเบเนซิดมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาโพรเบเนซิดจัดจำหน่ายในรูปแบบชนิดยาเม็ด ขนาดความแรง 500 มิลลิกรัม/เม็ด

ยาโพรเบเนซิดมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาโพรเบเนซิดมีขนาดรับประทานดังนี้

ก. รักษาและบำบัดโรคเกาต์รวมถึงผู้ที่มีกรดยูริคเกิน:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น เป็นเวลา 1 สัปดาห์ จากนั้นเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น และสามารถปรับขนาดรับประทานเป็น 2 กรัม โดยค่อยๆเพิ่มครั้งละ 500 มิลลิกรัม ในทุกๆ 4 สัปดาห์ถ้าจำเป็น
  • เด็ก: ไม่มีรายงานขนาดการใช้ยานี้ในเด็ก เนื่องจากโรคเกาต์เป็นโรคของผู้ใหญ่

ข. สนับสนุนการรักษาของยาปฏิชีวนะ:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 500 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 10 - 14 วัน สำหรับผู้ป่วยซิฟิลิสระบบประสาท (Neurosyphilis) โดยให้ร่วมกับยาปฏิชีวนะ Penicillin G. procaine หรือรับประ ทาน 1 กรัมครั้งเดียวในผู้ป่วยโรคหนองใน (Gonorrhea) โดยให้ร่วมกับยาปฏิชีวนะ Ampicillin หรือ Cefuroxime
  • เด็กอายุ 2 - 14 ปี: คำนวณจากน้ำหนักตัว รับประทาน 25 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมโดยให้ครั้งเดียว ร่วมกับ Penicillin ขนาดรับประทานที่คงระดับการรักษาอยู่ที่ 10 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทานวันละ 4 ครั้ง ควรรับประทานพร้อมอาหารหรือรับประทานพร้อมยาลดกรดและดื่มน้ำตามอย่างพอเพียง

อนึ่ง ห้ามใช้ยานี้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาโพรเบเนซิด ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาโพรเบเนซิด สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ยาโพรเบเนซิดมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาโพรเบเนซิดสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ได้ดังนี้ เช่น อาจมีอาการชัก หากรับประทานยาเกินขนาด ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะบ่อย เป็นแผลที่เหงือก วิงเวียน ผิวหนังอักเสบ ตับอักเสบ และ/หรือ เกิดโลหิตจางชนิด Aplastic anemia

มีข้อควรระวังการใช้ยาโพรเบเนซิดอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาโพรเบเนซิดดังนี้

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาโพรเบเนซิดด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาโพรเบเนซิดมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาโพรเบเนซิดมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น ดังนี้

  • การใช้ยาโพรเบเนซิดสามารถลดการกำจัดยาบางกลุ่มออกจากร่างกายได้ จึงควรพิจารณา ด้วยความระมัดระวัง หรืออาจต้องปรับขนาดการรับประทาน ยากลุ่มดังกล่าว เช่น Methrotrexate, Ganciclovir, และ Aciclovir
  • การใช้ยาโพรเบเนซิดร่วมกับยาปฏิชีวนะ เช่น Penicillin หรือยากลุ่ม B-Lactams สามารถ ทำให้ระดับของยาปฏิชีวนะในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการรักษาดีขึ้นเช่นเดียวกัน

ควรเก็บรักษายาโพรเบเนซิดอย่างไร?

ควรเก็บยาโพรเบเนซิดที่อุณหภูมิระหว่าง 15 - 30 องศาเซลเซียส (Celsius) บรรจุยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด เก็บในที่ที่พ้นแสงแดด หลีกเลี่ยงความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ

ยาโพรเบเนซิดมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาโพรเบเนซิดที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิต เช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Benacid (เบนาซิด) Chew Brothers
Bencid (เบนซิด) Pharmaland
Benecid (เบเนซิด) Chew Brothers
Benemid (เบเนมิด) MSD

บรรณานุกรม

1. http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/medicine/essential/list/152#item-8908 [2014,Aug23]
2. http://en.wikipedia.org/wiki/Probenecid [2014,Aug23]
3. http://www.mims.com/USA/drug/info/probenecid/ [2014,Aug23]
4. http://www.drugs.com/dosage/probenecid.html#Usual_Adult_Dose_for_Adjunct_to_Antibiotic_Therapy [2014,Aug23]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน mieww nudtida
Frame Bottom