Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไต  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บวม  ความดันโลหิตสูง 

บทนำ

ยาโปแตสเซียม/โพแทสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติก (Potassium-sparing diuretics) เป็นยาขับปัสสาวะที่มีคุณสมบัติเก็บกักเกลือโปแตสเซียม/โพแทสเซียมไว้ในร่างกาย ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจาก ยาขับปัสสาวะกลุ่มอื่นที่มีการขับเกลือโปแตสเซียมทิ้งไปกับปัสสาวะจนอาจทำให้ร่างกายขาดโปแตสเซียมได้ ทางคลีนิกนำมาใช้รักษาภาวะ/โรคความดันโลหิตสูงรวมถึงอาการหัวใจล้มเหลวบ่อยครั้งที่แพทย์นำมาใช้ร่วมกับยาของกลุ่ม Loop diuretics และ Thiazide diuretics เพื่อช่วยการสูญเสียโปแตสเซียมจากร่างกาย

อาจแบ่งยากลุ่มโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

1. กลุ่ม Epithelial sodium channel blockers เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ปิดกั้นการขับเกลือโปแตสเซียมออกจากร่างกายโดยมีการออกฤทธิ์ที่ไต ตัวอย่างยาที่อยู่ในกลุ่มนี้เช่น Amiloride และ Triamterene

2. กลุ่ม Aldosterone antagonists โดยตัวยาของกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ที่ตัวรับ (Receptor) ซึ่งมีชื่อว่า Mineralocorticoid receptor ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้เช่น Spironolactone และ Eplerenone

ทั้งนี้ข้อจำกัดการใช้ของยาทั้ง 2 กลุ่มมักจะเกิดกับผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่มนี้ หรือเป็นผู้ป่วยที่ไตไม่สามารถใช้งานหรือกรองของเสียได้แล้ว หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถขับปัสสาวะได้ตามปกติ หรือ บางกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคตับอย่างรุนแรงก็ไม่สามารถใช้ยา Triamterene ได้

ยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกเป็นกลุ่มยาที่อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง)ได้เหมือนกับยาอื่นๆทั่วไปเช่น ทำให้รู้สึกไม่สบายในช่องท้อง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงที่พบได้ภายหลังจากการใช้ยานี้หรือยาอื่นทั่วๆไป

สำหรับประเทศไทยโดยคณะกรรมการอาหารและยาได้จัดให้ Amiloride และ Spironolactone อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติของไทยโดยจัดอยู่ในหมวดยาอันตราย ซึ่งเราสามารถพบเห็นการใช้ยากลุ่มนี้ตาสถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน อีกทั้งมีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป การใช้ยากลุ่มนี้ได้อย่างถูกต้องปลอดภัยควรต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น

โปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

โปแตสเซียม-สแปริ่ง-ไดยูเรติก

ยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

โปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

อาจแบ่งกลไกการออกฤทธิ์ของยาในกลุ่มยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกได้ดังนี้

ก. Amiloride และ Triamterene จะออกฤทธิ์ที่ไต โดยปิดกั้นการทำงานของช่องทางการทำงานของไตในการควบคุมโซเดียมที่เรียกว่า Epithelial sodium channel ส่งผลให้ไตกรองผ่านน้ำและเกลือบางตัว แต่จะไม่ให้เกลือโปแตสเซียม/โพแทสเซียมถูกขับทิ้งไปกับปัสสาวะ

ข. Spironolactone และ Eplerenone จะออกฤทธิ์ปิดกั้นการทำงานของฮอร์โมนที่มีชื่อว่า Aldosterone (ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตที่ทำงานช่วยควบคุมความดันโลหิตของร่างกาย) ส่งผลให้ไตขับน้ำออกจากร่างกาย แต่จะเก็บกักโปแตสเซียมมิให้ถูกขับออกไปกับปัสสาวะ

โปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเช่น

  • ยาเม็ดชนิดรับประทาน
  • ยาเม็ดที่ผสมร่วมกับยาอื่น

โปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ด้วยยาในกลุ่มโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีความแรงที่แตกต่างกันตามโครงสร้างทางเคมีของยาแต่ละชนิดและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยอย่างเจาะจงเป็นรายบุคคล การใช้ยากลุ่มนี้และขนาดยาแต่ละชนิดจึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติก ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษาควรรับประทานยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกให้ตรงเวลา

โปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

อาจแยกผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ตามประเภทของยาโปแตส เซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกได้ดังนี้เช่น

ก. Amiloride และ Triamterene: อาจพบเป็นตะคริวที่ท้อง ปากแห้ง วิงเวียน อาจมีอาการเป็นลม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย พบผื่นคันตาผิวหนัง ง่วงนอน รู้สึกสับสน ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ท้องเสียหรือไม่ก็ท้องผูก มีระดับเกลือโปแตสเซียม/โพแทสเซียมในเลือดสูง

ข. Spironolactone และ Eplerenone: อาจพบอาการตะคริวที่ท้อง สมรรถภาพทางเพศด้อยลง หน้าอก/เต้านมโต ประจำเดือนมาผิดปกติ วิงเวียน รู้สึกสับสน ผิวหนังมีผื่นคัน ขนดกขึ้น ตับทำงานผิดปกติ และเกลือโปแตสเซียมในร่างกายสูง

มีข้อควรระวังการใช้โปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยากลุ่มนี้
  • ห้ามใช้ยากลุ่มนี้ร่วมกับยาหรืออาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของธาตุ/เกลือโปแตสเซียม/โพแทสเซียมเป็นปริมาณมาก
  • ห้ามใช้ยานี้กับกับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
  • ห้ามใช้ยาที่มีสภาพเปลี่ยนไปจากเดิม
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ที่มีการทำงานของไตผิดปกติ หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการขับปัสสาวะ
  • ระหว่างการใช้ยากลุ่มนี้ต้องคอยตรวจระดับเกลือแร่ในเลือดว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

โปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกอย่างไร?

ควรเก็บยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกภายใต้อุณหภูมิห้องที่เย็น (15 - 30 องศาเซล เซียส/Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

โปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติกที่มีจำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Aldactone (แอลแดคโตน) Pfizer
Altone (แอลโตน) Pharmaasant Lab
Hyles (ไฮเลส) Berlin Pharm
Pondactone (พอนแดคโตน) Pond’s Chemical
Spironex (สไปโรเน็กซ์) P P Lab
Amilozide (อะมิโลไซด์) T.O. Chemicals
Amiloride hydrochloride Actavis (อะมิโลไรด์ ไฮโดรคลอไรด์ แอคทาวิส) Actavis
Bilduretic (บิลดูเรติค) Bangkok Lab & Cosmetic
Buretic (บูเรติค) BJ Benjaosoth
Hydrozide Plus (ไฮโดรไซด์ พลัส) Medicine Products
Hyperretic (ไฮเปอร์เรติค)Central Poly Trading
Meditic (เมดิติค) Medicpharma
Miduret (มิดูเรท) P P Lab
Minitic (มินิติค) T. Man Pharma
Miretic (มิเรติค) Utopian
Modupac (โมดูแพ็ค) Inpac Pharma
Moduretic (โมดูเรติค) M & H Manufacturing
Mourinate (โมยูริเนท) Charoon Bhesaj
MIDAMOR (ไมดามอร์) Paddock Laboratories Inc
Poli-Uretic (โพลี-ยูเรติค) Polipharm

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Potassium-sparing_diuretic [2015,Dec12]
  2. http://www.drugs.com/drug-class/potassium-sparing-diuretics.html [2015,Dec12]
  3. http://www.medscape.com/viewarticle/421426_2 [2015,Dec12]
  4. http://patient.info/health/potassium-sparing-diuretics [2015,Dec12]
  5. http://www.provet.co.uk/cardiorespiratory/5a66340.html [2015,Dec12]
  6. http://www.skepticfiles.org/md001/ksparing.html [2015,Dec12]
  7. http://www.drugs.com/drug-interactions/amiloride.html [2015,Dec12]
  8. http://www.drugs.com/drug-interactions/spironolactone.html [2015,Dec12]
  9. http://www.drugs.com/drug-interactions/triamterene-index.html?filter=3&generic_only= [2015,Dec12]
  10. http://www.drugs.com/drug-interactions/eplerenone-index.html?filter=3&generic_only= [2015,Dec12]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน montreeza66666 f21a8 misterT Maxxaoulae5
Frame Bottom