Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

หัวใจ  ระบบหัวใจและหลอดเลือด 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เหนื่อยง่าย 

บทนำ

เยื่อบุหัวใจอักเสบ (Endocarditis) คือ การอักเสบที่เกิดขึ้นกับเยื่อบุภายในหัวใจ/เยื่อบุหัวใจ(Endocardium) โดยเฉพาะส่วนที่บุลิ้นหัวใจ ซึ่งการอักเสบนี้ เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อ (เยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ Infective endocarditis หรือ Infectious endocarditis) และการอักเสบโดยไม่มีการติดเชื้อ (Non bacterial thrombotic endocarditis หรือ non infectious endocarditis)

ก. เยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ’ (Infective endocarditis หรือ Infectious endocarditis): เป็นโรคพบไม่บ่อยนัก มีรายงานพบประมาณ 5-12.7 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี เป็นโรคที่พบในทุกอายุ แต่พบได้สูงขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยประมาณ 50% ของผู้ป่วยเกิดในอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ผู้ชายพบบ่อยกว่าผู้หญิงประมาณ 3 เท่าโดยยังหาคำอธิบายไม่ได้ว่าทำไม

ข. เยื่อบุหัวใจอักเสบโดย’ไม่มีการติดเชื้อ’ (Non bacterial thrombotic endocarditis หรือ Non infectious endocarditis): เป็นโรคพบน้อย เป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยากมาก ดังนั้นการวินิจฉัยมักเป็นการตรวจพบจากการตรวจศพ(Autopsy)ภายหลังจากผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว ซึ่งพบได้ประ มาณ 0.3-9.3% ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตและได้รับการตรวจศพ เป็นโรคพบในทุกอายุ แต่พบได้สูงกว่าในผู้ใหญ่ และจะสูงขึ้นในผู้สูงอายุ โดยพบในผู้หญิงและในผู้ชายใกล้เคียงกัน

เยื่อบุหัวใจอักเสบเกิดได้อย่างไร?

เยื่อบุหัวใจอักเสบ

เยื่อบุหัวใจอักเสบ เกิดได้กับเยื่อบุหัวใจทุกส่วนของหัวใจ แต่เกือบทั้งหมดมักเกิดที่’ลิ้นหัวใจ’ โดยเฉพาะลิ้นหัวใจที่มีโรคอื่นๆหรือมีการบาดเจ็บ เช่น จากโรคไข้รูมาติก, จากโรคลิ้นหัวใจแต่กำเนิด, จากการผ่าตัดหัวใจ, จากการผ่าตัดลิ้นหัวใจ, หรือการใส่ลิ้นหัวใจเทียม, โดยลิ้นหัวใจที่พบเกิดโรคนี้บ่อย คือลิ้นหัวใจที่อยู่ระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายกับห้องล่างซ้าย (Mitral valve), รองลงไป คือลิ้นหัวใจที่อยู่ระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายกับท่อเลือดแดง (Aortic valve) (แนะนำอ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง หัวใจ:กายวิภาคและสรีรวิทยา) ซึ่งในการอักเสบ อาจเกิดขึ้นเพียงจุดใดจุดหนึ่ง หรือลิ้นใดลิ้นหนึ่งของหัวใจ หรือเกิดหลายๆจุด หรือหลายๆลิ้นหัวใจพร้อมกันก็ได้ ขึ้นกับความรุนแรงของโรค

กลไกการเกิดเยื่อบุหัวใจอักเสบ เกิดจากการมีโรคหัวใจ จึงส่งผลให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุหัวใจ โดยเฉพาะบริเวณลิ้นหัวใจ ซึ่งการอักเสบต่างๆจะส่งผลให้การไหลเวียนโลหิตในห้องต่างๆของหัวใจผิดปกติ ส่งผลให้เกิดเป็นก้อนเลือด/ลิ่มเลือดเล็กๆ (Thrombus) ที่มักจะ

  • ไปจับเกาะอยู่ที่ลิ้นหัวใจ
  • รองลงไปคือที่ผนังห้องหัวใจ

ซึ่งก้อนเลือด/ลิ่มเลือดเล็กๆเหล่านี้จะจับตัวรวมกัน และอาจหลุดลอยเข้าไปในกระแสโลหิต ก่อให้เกิดการอุดตันหลอดเลือดต่างๆได้ทั่วร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะที่มีหลอดเลือดอุดตันเกิดการทำงานผิดปกติจากขาดเลือด ซึ่งถ้าเกิดกับอวัยวะสำคัญ จะเป็นสาเหตุให้เกิดความพิการ และ/หรือ เสียชีวิตได้ เช่น ที่หลอดเลือดหัวใจเอง(โรคหลอดเลือดหัวใจ), หลอดเลือดสมอง( โรคหลอดเลือดสมอง), และหลอดเลือดปอด(ภาวะสิ่งหลุดอุดหลอดเลือดปอด)

ทั้งนี้ :

เยื่อบุหัวใจอักเสบมีสาเหตุจากอะไร?

สาเหตุของเยื่อบุหัวใจอักเสบ ได้แก่

ก.สาเหตุของโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบโดย ‘ไม่ติดเชื้อ’ ที่พบบ่อย คือ

ข. สาเหตุของโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ’ เกือบทั้งหมดมักเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ส่วนน้อยพบติดเชื้อราได้บ้าง(ซึ่งมักพบในคนที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ) ซึ่งเชื้อแบคทีเรียที่พบเป็นสาเหตุได้บ่อย คือ Staphylococcus aureus (พบได้บ่อยที่สุด) รองลงไปตามลำดับ คือ Varidans Streptococcus, Coagulase-negative staphylococcus, Enterococci, Streptococ cus bovis, และเชื้ออื่นๆที่พบได้บ้างประปราย

ใครมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดเยื่อบุหัวใจอักเสบ?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเยื่อบุหัวใจอักเสบที่พบบ่อย ได้แก่

ก. ผู้มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบโดย ‘ไม่มีการติดเชื้อ’ คือ

ข. ผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ’ คือ

เยื่อบุหัวใจอักเสบมีอาการอย่างไร?

อาการของเยื่อบุหัวใจอักเสบ ได้แก่

ก. อาการของโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบโดย’ไม่ติดเชื้อ’: โดยทั่วไปมักไม่มีอาการที่ชัดเจน เพราะจะถูกบดบังด้วยอาการจากตัวโรคที่เป็นสาเหตุ จึงเป็นสาเหตุให้แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัย โรคนี้ได้ โดยการวินิจฉัยมักได้จากการตรวจศพภายหลังผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว

ข. อาการของโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ’: จะเช่นเดียวกับอาการที่พบได้ในโรคติดเชื้อทั่วไป ร่วมกับมีอาการทางโรคหัวใจ ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย คือ

แพทย์วินิจฉัยเยื่อบุหัวใจอักเสบได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบได้จาก

ก. โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบโดย’ไม่ติดเชื้อ’: โดยทั่วไปแพทย์มักวินิจฉัยไม่ได้ การวินิจฉัยมักได้หลังจากผู้ป่วยเสียชีวิตและได้มีการตรวจศพ

ข. แพทย์วินิจฉัยโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ’ได้จาก

รักษาเยื่อบุหัวใจอักเสบอย่างไร?

แนวทางการรักษาเยื่อบุหัวใจอักเสบ ได้แก่

ก. แนวทางรักษาโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบโดย’ไม่ติดเชื้อ’ คือ การรักษาสาเหตุ ซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละสาเหตุ แนะนำอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com ในแต่ละโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น

ข. แนวทางรักษาโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ’ คือ

เยื่อบุหัวใจอักเสบรุนแรงไหม?อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรค?โรคก่อ ผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ความรุนแรง/การพยากรณ์โรคของโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ ได้แก่

ก. ความรุนแรงของโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบโดย’ไม่ติดเชื้อ’ ขึ้นกับความรุนแรงของโรคที่เป็นสาเหตุ และดังกล่าวแล้วว่า แพทย์มักวินิจฉัยโรคได้ยาก ดังนั้นจึงไม่มีรายงานที่แน่นอนเกี่ยวกับความรุนแรงของโรคนี้ ซึ่งรวมทั้งผลข้างเคียงจากโรคด้วย

ข. ส่วนโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ’: จัดเป็นโรครุนแรง แต่ก็ยังสามารถรักษาหายได้ *ทั้งนี้ความรุนแรงของโรคขึ้นกับหลายปัจจัย โดยปัจจัยเสี่ยง/ความรุนแรงโรคจะสูงขึ้นเมื่อ

ผลข้างเคียง:

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

การดูแลตนเองที่สำคัญ คือ เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าวใน’หัวข้อ อาการฯ’ ควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลเสมอเสมอ

และเมื่อแพทย์วินิจฉัยได้แล้วว่าเป็นโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ เมื่ออยู่ในโรงพยาบาล จะอยู่ในการดูแลของแพทย์ พยาบาล ซึ่งเมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน การดูแลตนเองที่บ้าน คือ

ป้องกันเยื่อบุหัวใจอักเสบอย่างไร?

การป้องกันเยื่อบุหัวใจอักเสบโดยเฉพาะโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ เช่นเดียวกับดังได้กล่าวแล้วใน’หัวข้อ การดูแลตนเองฯ’ ซึ่งที่สำคัญ คือ

  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อการมีสุขภาพแข็งแรง ลดโอ กาสติดเชื้อ
  • รักษาสุขภาพ ฟัน เหงือก และช่องปาก และพบทันตแพทย์เสมอ ดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ การดูแลตนเอง
  • ป้องกัน รักษา ควบคุมโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
  • เลิกใช้สารเสพติด เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อทุกชนิด
  • ระมัดระวังในเรื่องความสะอาด ในการสักผิวหนัง หรือการเจาะผิวหนังต่างๆ
  • เมื่อเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค ต้องปฏิบัติตามแพทย์ พยาบาลแนะนำ อย่างเคร่งครัด และถ้าแพทย์แนะนำให้กินยา (อาจจำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อเมื่อเกิดแผล เช่น กรณีถอนฟัน เป็นต้น) ต้องกินให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่ขาดยา
  • เมื่อมีการติดเชื้อต่างๆ เช่น มีบาดแผล หรือมีไข้สูง และไข้ไม่ลงหลังการดูแลตน เองภายใน 1-2 วัน ควรรีบไปโรงพยาบาล

บรรณานุกรม

  1. Aryana,A. et al. (2006). Non bacterial thrombotic endocarditis with recurrent embolic events as manifestation of ovarian neoplasm. J Gen Intern Med. 2006 December; 21(12): C12–C15.
  2. Asopa, S. et al (2007). Non bacterial thrombotic endocarditis. Eur J Caediothorac Sur. 32, 696-701.
  3. Baddour, L. et al. (2005). Infective endocarditis. Circulation. 111,2394-e434.
  4. Pierce, D. et al. (2012). Infectious endocarditis: diagnosis and treatment. Am Fam Physician. 85, 981-986.
  5. https://emedicine.medscape.com/article/216650-overview#showall [2019,April27]
  6. https://emedicine.medscape.com/article/216650-differential [2019,April27]
  7. http://misc.medscape.com/pi/android/medscapeapp/html/A216650-business.html [2019,April27]
  8. https://en.wikipedia.org/wiki/Endocarditis [2019,April27]
  9. https://en.wikipedia.org/wiki/Infective_endocarditis [2019,April27]
  10. https://en.wikipedia.org/wiki/Nonbacterial_thrombotic_endocarditis [2019,April27]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน Sunny_PR Tapanut Pick69
Frame Bottom