Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ก้อนในท้องด้านบนขวา 

บทนำ

เนื้องอกสมองในเด็ก (Childhood brain tumor) คือโรคเนื้องอกที่เกิดขึ้นในสมองของเด็ก โดยสามารถเกิดได้กับเนื้อสมองทุกส่วน แต่พบบ่อยที่สมองน้อยและรองลงไปคือที่สมองใหญ่

เนื้องอกสมองในเด็กพบได้ในเด็กทุกอายุ รวมถึงตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา แต่อายุที่พบได้บ่อยคือช่วงอายุ 3 - 6 ปี พบได้ต่ำสุดในช่วงอายุ 10 - 14 ปี พบในเด็กหญิงและในเด็กชายได้ใกล้เคียงกัน

เนื้องอกสมองในเด็กเป็นโรคที่พบได้น้อย น้อยกว่าเนื้องอกสมองในผู้ใหญ่มาก ในประเทศ ตะวันตกพบเนื้องอกสมองในเด็กได้ประมาณ 48.5 รายต่อเด็ก 1 ล้านคน (เนื้องอกสมองในผู้ ใหญ่ชาวตะวันตกพบได้ประมาณ 6.5 รายต่อประชากร 1 แสนคน แต่พบในผู้สูงอายุที่มีอายุมาก กว่า 75 ปีได้ประมาณ 50 รายต่อประชากร 1 แสนคน) ส่วนในประเทศไทย ทะเบียนมะเร็งที่จัดทำโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (รายงานในปี พ.ศ. 2553) ไม่แยกรายงานผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ แต่รายงานรวมทุกอายุโดยพบในผู้หญิง 1.9 รายต่อประชากรหญิง 1 แสนคน และในผู้ชายพบ 2.4 รายต่อประชากรชาย 1 แสนคน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เป็นโรคที่พบได้น้อย แต่เป็นเนื้องอกหรือมะเร็งที่พบได้บ่อยในเด็ก โดยพบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเม็ดเลือดขาว

เนื้องอกสมองเป็นคำที่ใช้เรียกรวมทั้งเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (ไม่ใช่มะเร็ง) และเนื้องอกชนิดที่เป็นมะเร็ง ทั้งนี้เพราะสมองเป็นอวัยวะสำคัญ เนื้องอกที่เกิดในสมองถึงแม้เป็นเนื้องอกไม่ร้ายแรง ก็จัดว่าเป็นโรคที่รุนแรงกว่าเนื้องอกไม่ร้ายแรงของอวัยวะอื่นๆ ดังนั้นในบทความนี้ คำว่า ‘เนื้องอกสมอง’ จึงหมายถึงทั้งเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง (Benign tumor) และเนื้องอกมะเร็ง (Malignant tumor) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดจะมีธรรมชาติของโรคใกล้เคียงกัน เช่น สาเหตุ อาการ วิธีวินิจฉัย การรักษา การดูแล แต่ต่างกันที่การพยากรณ์โรค (โรคเนื้องอก การพยากรณ์โรคจะดี กว่าโรคมะเร็งมาก) จึงสามารถกล่าวถึงไปพร้อมกันได้

เนื้องอกสมองในเด็กเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

เนื้องอกสมองในเด็ก

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกสมองในเด็ก แต่จากการศึกษาพบ ว่า ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดได้

เนื้องอกสมองในเด็กมีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของเนื้องอกสมองในเด็ก แต่อาการจะเป็นอาการเช่นเดียวกับโรคสมองจากสาเหตุอื่นๆเช่น ติดเชื้อ หรือมีความพิการแต่กำเนิด ทั้งนี้โดยทั่วไป อาการและความรุนแรงของอาการจะขึ้นกับ ตำแหน่งที่เกิดโรค/รอยโรค ขนาดของก้อนเนื้อ และอายุของเด็ก

ในเด็กอ่อน อาการที่สำคัญคือ เด็กมีขนาดศีรษะที่โตขึ้นผิดปกติ เนื่องจากกะโหลกศีรษะแต่ละชิ้นยังติดกันไม่ดี ดังนั้นเมื่อมีก้อนเนื้อ ความดันในกะโหลกศีรษะจึงสูงขึ้น ส่งผลให้ดันกะโหลกศีรษะขยายตัว ศีรษะจึงใหญ่ขึ้น นอกจากนั้น เด็กอาจเจริญเติบโตด้อยกว่าเกณฑ์ แขน ขาอ่อนแรง อาจด้านเดียวกันหรือทั้งสองด้าน

ส่วนในเด็กเล็กและเด็กโต กระดูกกะโหลกแต่ละชิ้นสมานติดกันแล้ว มักมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง อาจร่วมกับ อาเจียน กล้ามเนื้อ แขน ขา ด้านเดียวกันอ่อนแรง และถ้าก้อนเนื้อเกิดในตำแหน่งที่ติดกับฐานสมอง เด็กอาจมีอาการตาเหล่ เดินเซ หรือมีอาการทางการหายใจ เช่น หายใจแผ่วเบา หายใจตื้น จนถึงหยุดหายใจได้

ควรพบแพทย์เมื่อไร?

เนื่องจากเด็กในทุกวัยไม่สามารถสื่อสารบอกเล่าอาการได้เหมือนผู้ใหญ่ ดังนั้นผู้ดูแลเด็กจึงต้องหมั่นสังเกตเด็ก เมื่อพบเด็กมีความผิดปกติดังกล่าวในหัวข้อ อาการ ควรต้องนำเด็กพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ

แพทย์วินิจฉัยเนื้องอกสมองในเด็กได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยเนื้องอกสมองในเด็กได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกายเด็ก การตรวจร่างกายทางระบบประสาท และการถ่ายภาพสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือ เอมอาร์ไอ ซึ่งเมื่อพบภาพก้อนเนื้อในสมอง แพทย์จะผ่าตัดก้อนเนื้อโดยไม่มีการตัดชิ้นเนื้อก่อน (เพราะสมองเป็นอวัยวะสำคัญ การตัดชิ้นเนื้ออาจส่งผลให้เกิดเลือดออกในสมองจนผู้ป่วยเสียชีวิตได้) ซึ่งหลังผ่าตัดแล้ว จึงมีการตรวจชิ้นเนื้อด้วยการตรวจทางพยาธิวิทยา จึงจะทราบผลที่แน่นอนว่า เด็กเป็นเนื้องอกสมองชนิดใด

เนื้องอกสมองในเด็กมีกี่ชนิด?

เนื้องอกสมองในเด็กแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ชนิดไม่ใช่มะเร็ง และเนื้องอกชนิดเป็นมะเร็ง

ก. เนื้องอกชนิดไม่ใช่มะเร็ง (Benign tumor) แบ่งได้เป็นอีกหลากหลายชนิด ซึ่งเซลล์เนื้องอกชนิดเดียว กัน ถ้ามีการแบ่งตัวของเซลล์ (Grade) ต่ำ ก็จะเป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ถ้ามีการแบ่งตัวของเซลล์สูงก็จัดอยู่ในกลุ่มมะเร็งเช่น ชนิด Astrocytoma, Oligodendroglio ma, Ependymoma ซึ่งเนื้องอกเหล่านี้ ถ้าเซลล์เนื้องอกแบ่งตัวต่ำ/น้อย ก็จะมีธรรมชาติของโรคเป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่มะ เร็ง แต่ถ้าเซลล์เนื้องอกเหล่านี้มีการแบ่งตัวสูง ธรรมชาติของโรคก็จะเป็นเนื้องอกมะเร็ง

ข. เนื้องอกชนิดเป็นมะเร็ง (Malignant tumor) มีได้หลากหลายชนิดเช่นกัน เช่น นอกจากเป็นเนื้องอกชนิดมีการแบ่งตัวของเซลล์สูงดังได้กล่าวแล้ว ยังมีเนื้องอกบางชนิดที่เป็นมะเร็งด้วยชนิดของเซลล์โดยไม่ขึ้นกับการแบ่งตัวของเซลล์ ที่พบได้บ่อยคือ มะเร็งชนิด Medulloblatoma นอก จากนั้น ที่พบได้ประปรายเช่น Glioblastoma เป็นต้น

เนื้องอกสมองในเด็กมีกี่ระยะ?

สมอง เป็นอวัยวะที่ไม่มีระบบน้ำเหลือง และธรรมชาติของเนื้องอกสมองทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ มักไม่มีการลุกลามแพร่กระจายเข้าต่อมน้ำเหลืองและ/หรือเข้าสู่กระแสโลหิต

เมื่อเป็นเนื้องอกสมองชนิดไม่ใช่มะเร็ง เนื้องอกจะโตและกดเบียดทับเนื้อเยื่อข้างเคียงโดยไม่ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง ส่งผลให้มักสามารถผ่าตัดก้อนเนื้อออกได้หมด ถ้าก้อนเนื้อยังมีขนาดเล็กไม่เกิน 3 - 4 เซนติเมตร

เมื่อเป็นเนื้องอกมะเร็ง โรคจะลุกลามเข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง และถ้าก้อนเนื้ออยู่ใกล้กับโพรงน้ำในสมอง หรือทางเดินของน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (CSF: Cerebrospinal fluid) เซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายเข้าโพรงน้ำนี้ได้

ดังนั้น ในเนื้องอกสมองทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ จึงไม่มีการจัดระยะโรคเช่นในโรคมะเร็งทั่วไป (ระยะที่ 1 ถึง ระยะที่ 4) ยกเว้นโรคมะเร็งสมองบางชนิด แต่ก็จัดระยะโรคที่มักเป็นเฉพาะกรณีที่แพทย์ทำการศึกษาวิจัยเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้นำมาใช้ทางคลินิก

โดยทั่วไป มักจัดแบ่งเนื้องอกสมองเป็นระยะต่างๆโดยใช้ลักษณะทางคลินิก โดยเรียงลำดับจากระยะที่มีการพยากรณ์โรคดีที่สุดลงไปจนถึงระยะที่มีการพยากรณ์โรคเลวที่สุด ดังนี้

เนื้องอกสมองในเด็กมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของเนื้องอกสมองในเด็กขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ที่สำคัญได้แก่ ขนาดของก้อนเนื้อ (ก้อนใหญ่ การพยากรณ์โรคไม่ดี), ตำแหน่งที่เกิดโรค (ถ้าเกิดโรคในเนื้อสมองส่วนที่อยู่ลึก ส่วนที่ผ่าตัดไม่ได้ การพยากรณ์โรคไม่ดี), ชนิดของเซลล์มะเร็ง (เซลล์ชนิดที่เป็นเซลล์มะเร็ง การพยากรณ์โรคไม่ดี), การแบ่งตัวของเซลล์เนื้องอก (เซลล์เนื้องอกที่แบ่งตัวได้สูง การพยากรณ์โรคไม่ดี), การผ่าตัด (ถ้าผ่าตัดไม่ได้หรือผ่าตัดได้ไม่หมด การพยากรณ์โรคไม่ดี), ระยะโรค (ถ้าเป็นระยะผ่าตัดไม่ได้ กลับเป็นซ้ำและ/หรือ แพร่กระจายเข้าน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง การพยากรณ์โรคไม่ดี), และอายุ (อายุยิ่งน้อย การพยากรณ์โรคไม่ดี)

โดยทั่วไปในภาพรวม ในเนื้องอกกลุ่มที่มีการพยากรณ์โรคที่ดีทุกปัจจัย อัตราอยู่รอดที่ 5 ปีประมาณ 95%, กลุ่มที่การพยากรณ์โรคไม่ดีทุกปัจจัย อัตราอยู่รอดที่ 5 ปีประมาณ 0- 20%, ส่วนกลุ่มที่ปัจจัยต่อการพยากรณ์โรคอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง (มีทั้งปัจจัยที่ดีและปัจจัยที่ไม่ดี) อัตรารอดที่ 5 ปี ประมาณ 40 - 70%

รักษาเนื้องอกสมองในเด็กอย่างไร?

วิธีการรักษาเนื้องอกสมองในเด็กเช่นเดียวกับในผู้ใหญ่ กล่าวคือ การรักษาหลักคือ การผ่าตัด (ที่ใช้รักษาในทุกระยะของโรค) ซึ่งหลังการผ่าตัด แพทย์จะประเมินจากการตรวจทางพยาธิวิทยาของก้อนเนื้อ เพื่อดูปัจจัยต่างๆ ที่สำคัญคือ ชนิดของเซลล์เนื้องอก การแบ่งตัว ขนาด ตำแหน่ง ร่วมกับว่า ผ่าตัดก้อนเนื้อได้หมดหรือไม่ ระยะของโรคมะเร็งทางคลินิก และอายุของผู้ป่วย ซึ่งการรักษาหลังผ่าตัด อาจเป็นการเฝ้าติดตาโรคด้วยการมาพบแพทย์เป็นระยะๆเพื่อรับการตรวจร่างกาย การตรวจร่างกายทางระบบประสาท และการตรวจภาพสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเอมอาร์ไอเป็นระยะๆ, หรือการรักษาต่อเนื่องด้วยรังสีรักษา, และ/หรือยาเคมีบำบัด ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยต่างๆดังได้กล่าวแล้ว

มีผลข้างเคียงจากการรักษาเนื้องอกสมองในเด็กอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากการรักษาเนื้องอกสมองในเด็ก จะขึ้นกับวิธีรักษา ซึ่งเช่นเดียวกับในผู้ใหญ่ กล่าวคือ

มีวิธีตรวจคัดกรองเนื้องอกสมองในเด็กไหม?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองเนื้องอกสมองในเด็กให้พบโรคได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้น การหมั่นสังเกตอาการเด็กและรีบนำเด็กพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้พบโรคได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มเป็น ที่จะส่งผลให้การรักษาได้ผลดีกว่าเมื่อมาพบแพทย์เมื่อโรคลุกลามมากแล้ว

ป้องกันเนื้องอกสมองในเด็กอย่างไร?

เนื่องจากเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นจึงยังไม่สามารถป้องกันเนื้องอกสมองในเด็กได้ แต่อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง โดยการดูแลตนเองของมารดาในช่วงก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ ก็สามารถช่วยลดโอกาสเกิดเนื้องอกสมองของลูกได้ ซึ่งที่สำคัญ คือ

  • กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงสารเคมีและยาที่ไม่จำเป็น
  • ไม่สูบบุหรี่/สูบบุหรี่มือสอง
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ไม่บริโภคสิ่งเสพติด/ยาเสพติด

ดูแลผู้ป่วยเนื้องอกสมองในเด็กอย่างไร?

เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่ยังเป็นเด็ก การดูแลจึงต้องอาศัย บิดา มารดา ญาติพี่น้อง ผู้ดูแล ซึ่งต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล ที่ให้การรักษาเด็ก และต้องนำเด็กพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตรงตามนัดเสมอ

ผู้ดูแลเด็กควรต้องมีสมุดจดบันทึกอาการเด็กและข้อสงสัย เพื่อการสอบถามแพทย์ พยาบาลได้ครบถ้วน ถูกต้อง รวมทั้งควรจดบันทึกคำแนะนำของแพทย์ พยาบาลด้วย เพื่อการดูแลเด็กได้ถูกต้องเช่นกัน

ผู้ดูแลเด็กต้องเพิ่มการสังเกตอาการต่างๆของเด็ก เพราะเด็กมักไม่สามารถบอกเล่าได้ ซึ่งเมื่อพบเด็กมีอาการผิดปกติไปจากเดิม หรือมีอาการต่างๆเลวลง ควรต้องรีบนำเด็กพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเสมอ

นอกจากนี้ สมองเป็นอวัยวะสำคัญมาก การเกิดเนื้องอก ถึงแม้จะเป็นชนิดไม่ใช่มะเร็งก็จัดเป็นโรครุนแรงคล้ายการเป็นมะเร็ง รวมทั้งวิธีการที่ใช้รักษาก็เช่นเดียวกับการรักษาโรคมะเร็งด้วย ดังนั้นการดูแลตนเองและการดูแลผู้ป่วยในเนื้องอกสมองทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ จึงเช่นเดียวกับการดูแลตนเองและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com ในบทความเรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง และการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และในเรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

บรรณานุกรม

1. Brain and spinal cord tumors in children http://www.cancer.org/cancer/braincnstumorsinchildren/detailedguide/brain-and-spinal-cord-tumors-in-children-survival-rates [2014,Sept13]
2. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
3. Halperin,E., Wazer, D., Perez,C., and Brady,L. (2013). Principle and practice of radiation oncology.(6th ed). Walter KLUWER/Lippincott Williams & Wilkins. Philadelphia
4. Khuhaprema, T. et al. (2010). Cancer in Thailand. Volume. V, 2001-2003. Thai National Cancer Institute



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน puipawit00 pearko hackerza1231 mastergame
Frame Bottom