Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ติดเชื้อแบคทีเรีย 

บทนำ

ยาเซฟดิเนียร์(Cefdinir)เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอรินรุ่นที่ 3 (Third-generation cephalosporins) ซึ่งมีโครงสร้างเคมีคล้ายกับยา Cefixime(ยาปฏิชีวนะชนิดหนึ่ง) ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี ค.ศ.1991 (พ.ศ.2534) ยาเซฟดิเนียร์เป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้างขวาง สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรียชนิดแกรมบวกหรือชนิดลบที่เป็นสาเหตุของโรค ปอดบวม ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ รูปแบบเภสัชภัณฑ์ของยาเซฟดิเนียร์เป็นยารับประทาน

ตัวยาเซฟดิเนียร์สามารถถูกดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ประมาณ 16–21% ตัวยาจะมีเวลาอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 1.1–2.3 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกขับทิ้งไปกับปัสสาวะ

กลไกหลักๆที่ทำให้ยาเซฟดิเนียร์ต่อต้านแบคทีเรียได้ คือ การยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรียนั่นเอง โดยยาเซฟดิเนียร์สามารถใช้ได้กับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ในสูตรตำรับยาเซฟดิเนียร์สำหรับเด็กพบว่า ตัวยานี้สามารถจับตัวกับธาตุเหล็กในอาหารจากระบบทางเดินอาหารจนอาจทำให้อุจจาระมีสีแดงหรือมีสีเหมือนสนิม ทำให้เกิดความเข้าใจว่ามีเลือดปนมากับอุจจาระ กรณีดังกล่าวอาจไม่ใช่เรื่องน่าตกใจกลัวเท่าใดนัก

กรณีใช้ยาเซฟดิเนียร์แล้ว หากผู้ป่วยมีอาการ ปวดท้อง น้ำหนักตัวลด ถ่ายเหลว/ท้องเสียมีลักษณะอุจจาระเป็นสีแดง ต้องรีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็ว เพราะอาการเหล่านี้มักจะมีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Clostridium difficile ซึ่งยาเซฟดิเนียร์ไม่สามารถต่อต้านเชื้อชนิดนี้ได้

ยาเซฟดิเนียร์ มี ข้อจำกัด ข้อควรระวัง รวมถึงข้อมูลความปลอดภัยการใช้ยานี้ที่ควรทราบดังนี้ เช่น

ในประเทศไทยโดยคณะกรรมการอาหารและยาได้ระบุให้ยาเซฟดิเนียร์อยู่ในประเภทยาอันตราย การใช้ยานี้จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น และผู้บริโภค/ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการซื้อยานี้มารับประทานเอง

เซฟดิเนียร์มีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร

เซฟดิเนียร์

ยาเซฟดิเนียร์มีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เพื่อ ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของ

เซฟดิเนียร์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาเซฟดิเนียร์เป็นยาปฏิชีวนะที่มีกลไกการออกฤทธิ์ต่อต้านแบคทีเรียที่ผลิตเอนไซม์ ชื่อ เบต้า-แลคแทมเมส (Against beta-lactamase–producing organisms)ที่เป็นเอนไซม์ใช้สร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ซึ่งตัวยาเซฟดิเนียร์จะยับยั้งเอนไซม์นี้ในการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย จึงทำให้แบคทีเรียหยุดการเจริญเติบโต ไม่สามารถแบ่งเซลล์หรือกระจายพันธุ์ และตายลงในที่สุด

เซฟดิเนียร์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาเซฟดิเนียร์มีรูปแบบการจัดจำหน่าย เช่น

  • ยาแคปซูลชนิดรับประทานที่ประกอบด้วยตัวยา Cefdinir ขนาด 100 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • ยาน้ำแขวนตะกอนชนิดรับประทานที่ประกอบด้วย Cefdinir ขนาด 125 มิลลิกรัม/5 มิลลิลิตร

เซฟดิเนียร์มีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาเซฟดิเนียร์ มีขนาดรับประทาน เช่น

ก. สำหรับรักษาโรคปอดบวม:

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป: รับประทานยาขนาด 300 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 10–14 วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี: ขนาดยาขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

ข. สำหรับรักษาหลอดลมอักเสบ:

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป: รับประทานยาขนาด 300 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 5–10 วัน หรือ รับประทานยาขนาด 600 มิลลิกรัม ทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี: ขนาดยาขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

ค.สำหรับรักษาไซนัสอักเสบ:

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป: รับประทานยาขนาด 300 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน หรือ รับประทานยาขนาด 600 มิลลิกรัม ทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน
  • เด็กอายุ 6 เดือน – 12 ปี: รับประทานยาขนาด 7 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน หรือ รับประทานยาขนาด 14 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน โดยขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 600 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6เดือน : ขนาดยาขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

ง.สำหรับรักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรียที่ผิวหนัง:

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป: รับประทานยาขนาด 300 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน
  • เด็กอายุ 6 เดือน–12 ปี: รับประทานยาขนาด 7 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน โดยขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 600 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6เดือน : ขนาดยาขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

จ.สำหรับรักษาทอลซิลอักเสบ หรือ คออักเสบ:

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป: รับประทานยาขนาด 300 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 5–10 วัน หรือรับประทานยาขนาด 600 มิลลิกรัม ทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน
  • เด็กอายุ 6 เดือน – 12 ปี: รับประทานยาขนาด 7 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 5–10 วัน หรือ รับประทานยาขนาด 14 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน โดยขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 600 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6เดือน : ขนาดยาขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

ฉ. สำหรับรักษาหูชั้นกลางอักเสบ:

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป: การใช้ยานี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์
  • เด็กอายุ 6 เดือน – 12 ปี : รับประทานยาขนาด 7 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 5–10 วัน หรือรับประทานยาขนาด 14 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน โดยขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 600 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6เดือน : ขนาดยาขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

อนึ่ง:

  • เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองในกระเพาะอาหารและลำไส้ ควรรับประทานยานี้หลังอาหาร
  • รับประทานยานี้จนครบเทอมการรักษาตามคำสั่งแพทย์ ห้ามหยุดใช้ยานี้โดยไม่ขอคำปรึกษาจากแพทย์

*****หมายเหตุ: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง เท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสม ควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยา ควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาเซฟดิเนียร์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

กรณีที่ผู้ป่วยลืมรับประทานยาเซฟดิเนียร์ ตามเวลาที่กำหนด สามารถรับประทานยานี้ทันทีที่นึกขึ้นได้ หากเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2 เท่าให้รับประทานยาในขนาดปกติ

แต่อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพการรักษา ต้องรับประทานยาเซฟดิเนียร์ จนครบเทอมการรักษาตามที่แพทย์แนะนำ

เซฟดิเนียร์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาเซฟดิเนียร์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์จากยา (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกาย ดังนี้ เช่น

มีข้อควรระวังการใช้เซฟดิเนียร์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาเซฟดิเนียร์ เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาเซฟมีตาโซลด้วย) ยาแผนโบราณ อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอ

เซฟดิเนียร์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาเซฟดิเนียร์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น

ควรเก็บรักษาเซฟดิเนียร์อย่างไร?

ควรเก็บยาเซฟดิเนียร์ภายใต้อุณหภูมิ 15-30 องศาเซลเซียส(Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ และเก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสง/แสงแดด ความร้อนและความชื้น

เซฟดิเนียร์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาเซฟดิเนียร์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Omnicef (ออมนิเซฟ)Pfizer
Samnir (แซมเนีย) Siam Bheasach

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Cefdinir#Mechanism_of_action[2017,June10]
  2. https://www.drugs.com/cdi/cefdinir.html[2017,June10]
  3. https://www.drugs.com/dosage/cefdinir.html[2017,June10]
  4. http://www.mims.com/thailand/drug/info/cefdinir/?type=brief&mtype=generic[2017,June10]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน Samson1992 invisibleman03 tj24
Frame Bottom