Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ประสาทวิทยา  

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ลมชัก 

บทนำ

การชัก/ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติ (Complex partial seizure) นั้นมีจุดกำเนิดของกระ แสไฟฟ้าผิดปกติในสมองได้หลายตำแหน่งเช่น สมองส่วนกลีบขมับ (Temporal lobe) สมองกลีบหน้า (Frontal lobe) และสมองกลีบหลัง (Occipital lobe) การชักเฉพาะที่แบบขาดสติที่มีจุดกำเนิดของกระแสไฟฟ้าผิดปกติแตกต่างกัน ก็มีอาการผิดปกติที่แตกต่างกัน ซึ่งจุดกำเนิดของกระแสไฟฟ้าผิดปกติที่พบบ่อยของการชักแบบนี้คือ จากสมองส่วนกลีบขมับที่เรียกว่า “การชัก/ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติเหตุสมองกลีบขมับ (Temporal lobe epilepsy)” ซึ่งในบท ความนี้ ขอเรียกว่า “ลมชักเหตุสมองกลีบขมับ” มีลักษณะผิดปกติอย่างไร รักษาหายหรือไม่ มีอันตรายหรือไม่ ต้องติดตามบทความนี้ดูครับ

ลมชักเหตุสมองกลีบขมับคืออะไร? มีอาการอย่างไร?

ลมชักเหตุสมองกลีบขมับ

ลมชักเหตุสมองกลีบขมับเป็นส่วนหนึ่งของการชัก/ลมชักเฉพาะที่แบบขาดสติ อาการผิด ปกติที่พบจะเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของสมองส่วนกลีบขมับได้แก่ อารมณ์ พฤติกรรม และความจำ เป็นหลักเช่น ความรู้สึกกลัว ความรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่ (เหมือนเคยไปมาก่อน) แต่กลับไม่เคยไปมาก่อน (Deja vu) ความรู้สึกมีความสุขมาก ซึ่งถ้าเป็นไม่รุนแรงก็ยังรู้ตัวแต่ควบคุมอาการไม่ ได้ แต่ถ้าเป็นแรงขึ้นก็จะไม่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทำกิจกรรมต่างๆโดยไม่มีจุดมุ่ง หมายเช่น อาจมีการถูมือไปมา หรือเคี้ยวปากโดยไม่รู้สึกตัว และในบางครั้งจะมีอาการนำมาก่อน(Aura) เกี่ยวกับการได้รับกลิ่นแปลกๆ ความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง

อาการต่างๆดังกล่าวเหล่านี้ถ้าไม่สังเกตดีๆจะไม่รู้เลยว่าผู้ป่วยมีอาการ เพราะดูเหมือนจะเดินไปมาได้ ลืมตาด้วย แต่จะไม่สามารถโต้ตอบหรือตอบสนองต่อสิ่งต่างๆรอบตัวได้ บางรายลืมตานิ่ง บางรายกลืนน้ำลายซ้ำแล้วซ้ำอีก พอหลังจากอาการชักหยุด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็จะทำกิจกรรมต่อโดยที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง บางรายอ่อนเพลียนอนหลับไป บางรายจะงงๆ จำอะไรไม่ได้ บางรายที่รุนแรงมากอาการก็จะเป็นตั้งแต่เล็กน้อยจนกระทั้งลามเป็นการชักเกร็งกระตุกทั้งตัวได้

ลมชักเหตุสมองกลีบขมับพบบ่อยหรือไม่?

ลมชักเหตุกลีบขมับพบได้ทั้งหญิงและชาย และพบในทุกวัย เป็นลมชัก/การชักชนิดที่พบ ได้บ่อยมากเมื่อเทียบกับการชัก/ลมชักชนิดอื่นๆ และมักจะมาพบแพทย์ช้าเพราะไม่มีใครรู้ว่าเป็นอาการของลมชัก บางครั้งก็พาไปรักษากับจิตแพทย์หรือรักษาทางไสยศาสตร์ก็มี เพราะเข้าใจว่าถูกผีเข้า เพราะมีอาการแปลกๆและรักษากับแพทย์แล้วก็ไม่หาย

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดลมชักเหตุสมองกลีบขมับ?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดลมชักเหตุสมองกลีบขมับได้แก่

ควรพบแพทย์เมื่อใด?

ถ้าสงสัยจากมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ อาการ ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลให้เร็ว เพื่อ ให้แพทย์ให้การวินิจฉัยให้ได้ เพราะการปล่อยให้มีอาการชักแบบนี้ไว้นานๆ อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งถ้าถ่ายคลิปขณะมีอาการไว้ด้วยจะดีมาก และนำมาให้แพทย์ดูเมื่อมาพบแพทย์ จะช่วยการวินิจฉัยของแพทย์ให้แม่นยำขึ้น

แพทย์วินิจฉัยลมชักเหตุสมองกลีบขมับได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยลมชักเหตุสมองกลีบขมับได้โดยการพิจารณาข้อมูลอาการที่ญาติเล่าให้ฟัง และถ้ามีคลิปให้ดูด้วย ก็จะทำให้การวินิจฉัยทำได้ดียิ่งขึ้น การตรวจร่างกายและยืนยันการวินิจฉัยด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง

จำเป็นต้องตรวจสมองทางรังสีวินิจฉัยหรือไม่?

การตรวจสมองทางรังสีวินิจฉัย (เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์และ/หรือเอมอาร์ไอ) มีความจำเป็นในผู้ป่วยลมชักเหตุสมองกลีบขมับทุกรายเพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไรเช่น การฝ่อลีบของสมองส่วนกลีบขมับ หรือมีความผิดปกติของหลอดเลือดสมองแต่กำเนิดหรือไม่ รวมทั้งเนื้องอกสมองบริเวณดังกล่าว ซึ่งการตรวจทางรังสีฯนิยมใช้การตรวจเอมอาร์ไอมากกว่าเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง

รักษาลมชักเหตุสมองกลีบขมับอย่างไร?

การรักษาลมชักเหตุสมองกลีบขมับประกอบด้วยการรักษาสาเหตุ (เช่น ถ้ามีเนื้องอกสมอง ต้องผ่าตัดเอาเนื้องอกออก หรือพบการฝ่อของสมองส่วนกลีบขมับก็ต้องพิจารณาให้การรักษาด้วยการผ่าตัด) และร่วมกับการให้ยากันชัก เป็นการรักษาหลักซึ่งต้องรักษานานประมาณ 3 ปี

ลมชักเหตุสมองกลีบขมับมีอันตรายหรือไม่?

การชักแบบลมชักเหตุสมองกลีบขมับนี้มีอันตราย เพราะผู้ป่วยจะขาดสติจึงก่อให้เกิดอุบัติ เหตุได้ถ้าเกิดอาการขณะมีกิจกรรม นอกจากนี้การชักบ่อยๆก็ส่งผลต่อเซลล์สมองถูกทำลายด้วย

การตอบสนองต่อการรักษาดีหรือไม่?

การตอบสนองต่อการรักษา หรือการพยากรณ์โรค ในลมชักเหตุสมองกลีบขมับ คือ ประมาณร้อยละ 60(60%) ของผู้ป่วย ที่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยากันชักชนิดเดียว ที่เหลืออาจต้องรักษาด้วยากันชักหลายชนิด และพบผู้ป่วยบางส่วนที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยากันชัก อาจต้องให้การรักษาด้วยการผ่าตัดสมองส่วนเกิดโรคร่วมด้วย ซึ่งผู้ป่วยจะตอบสนองต่อการผ่าตัดฯประมาณ 70% ของผู้ป่วยที่ผ่าตัด

มีข้อบ่งชี้ในการรักษาด้วยการผ่าตัดอย่างไร?

ข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัดสมองในผู้ป่วยลมชักเหตุสมองกลีบขมับ คือ

  • ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยากันชัก 3 ชนิดที่รักษาด้วยขนาดยาที่เหมาะสม เป็นระยะเวลานานพอสมควรตามดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา
  • ผู้ป่วยมีสาเหตุจากรอยโรคบริเวณสมองส่วนกลีบขมับ
  • ผู้ป่วยมีเนื้องอกสมอง
  • ผู้ป่วยมีหลอดเลือดสมองผิดปกติแต่กำเนิด

ดูแลตนเองอย่างไร?

ผู้ป่วยลมชักเหตุสมองกลีบขมับ ควรดูแลตนเอง ดังนี้ เช่น

  • ปฏิบัติตาม แพทย์ พยาบาล แนะนำ อย่างเคร่งครัด
  • กินยากันชักที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่ขาดยา ไม่ปรับขนาดยาเอง ไม่หยุดยาเอง
  • ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีผลต่อการทำงานของสมอง
  • ไม่ทำงาน หรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เช่น ขับรถ ทำงานกับเครื่องจักร เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อ ห้ามทำกิจกรรมใด)
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อใด?

ผู้ป่วยลมชักเหตุสมองกลีบขมับ ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ห้ามผู้ป่วยทำกิจกรรมใด?

ผู้ป่วยลมชักเหตุสมองกลีบขมับ ไม่ควรทำทำกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เช่น

  • การขับรถต่างๆ
  • ขี่จักรยา
  • ทำกับข้าวด้วยเตาแก้สหรือเตาไฟ
  • เล่นกีฬาผาดโผน
  • ทำงานกับเครื่องจักรกล ทำงานบนที่สูง หรือใกล้แหล่งน้ำ
  • อาบน้ำ เล่นน้ำในคลอง หรือ อาบน้ำในอ่างน้ำ

ทั้งนี้ กิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุต่ำ และเป็นอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง สามารถทำได้ เช่น การทำงานประกอบอาชีพ งานบ้านอื่นๆ

ผู้ป่วยสามารถแต่งงาน มีบุตรได้หรือไม่?

ผู้ป่วยลมชักเหตุสมองกลีบขมับ สามารถแต่งงานได้ มีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ต้องวางแผนครอบครัว(อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การวางแผนครอบครัว)

ถ้าทานยากันชักขนาดสูง หรือหลายชนิด ในผู้ป่วยสตรียังไม่ควรมีบุตร หรือ ตั้งครรภ์ เพราะยากันชักที่ทานมีโอกาสก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิดต่อทารกในครรภ์ได้ แต่จะสามารถตั้งครรภ์ได้ เมื่อหยุดยากันชัก หรือลดขนาดยาลงมาเหลือขนาดต่ำๆ ทั้งนี้ทั้งผู้ป่วย หญิงและชาย โดยเฉพาะผู้ป่วยหญิง ควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาในเรื่องการมีบุตรก่อนที่จะตั้งครรภ์เสมอ

ป้องกันลมชักเหตุสมองกลีบขมับอย่างไร?

การป้องกันลมชักเหตุสมองกลีบขมับ สามารถทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสาเหตุ(ดังกล่าวในหัวข้อ สาเหตุ)ที่หลีกเลี่ยงได้ เช่น

สรุป

การชักเฉพาะที่แบบขาดสติเหตุสมองส่วนกลีบขมับ/ลมชักเหตุสมองกลีบขมับนั้น เป็นการชักรูปแบบหนึ่งที่พบบ่อย แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก ผมหวังว่าตอนนี้ท่านคงเข้าใจการชักแบบนี้ดีขึ้น

ผมฝากให้สังเกตคนใกล้ชิดว่า มีอาการผิดปกติแบบนี้หรือไม่ ถ้าสงสัยแนะนำให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลด้วยครับ



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน sirikul
Frame Bottom