Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อัณฑะ  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ชาย  ระบบมะเร็งวิทยา  cancer  อวัยวะสืบพันธ์ชาย 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ก้อนในอัณฑะ 

บทนำ

มะเร็งอัณฑะ (Testicular cancer หรือ Testicular carcinoma)คือ โรคที่เกิดจากเซลล์อัณฑะในตำแหน่งใดของอัณฑะก็ได้ เกิดมีการแบ่งตัวได้เองผิดปกติ ที่ร่างกายควบคุมการแบ่งตัวนี้ไม่ได้ จนในที่สุดเกิดเป็นก้อนเนื้อมะเร็งขึ้น ที่รุกราน/ลุกลามทำลายเนื้อเยื่อต่างๆในอัณฑะ ลุกลามออกนอกอัณฑะ เข้าไปในเนื้อเยื่อ/อวัยวะข้างเคียง เข้าต่อมน้ำเหลือง และ/หรือ แพร่กระจายทางระบบน้ำเหลืองไปยังต่อมน้ำเหลืองไกลอัณฑะ เช่น เหนือกระดูกไหปลาร้า และ/หรือแพร่ฯทางกระแสโลหิตไปยังอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย ที่มักเข้าสู่ ปอด

มะเร็งอัณฑะ เป็นโรคมะเร็งที่พบได้น้อยเพียงประมาณ 2% ของมะเร็งทั้งหมดทั่วร่างกาย ซึ่งในประเทศไทย โรคมะเร็งอัณฑะไม่ติด 1ใน10ของมะเร็งพบบ่อยของชายไทย

โรคมะเร็งอัณฑะ เป็นโรคมะเร็งของวัยหนุ่ม พบได้สูงในช่วงอายุ 15-35 ปี แต่สามารถพบได้ในทุกอายุ ทั้งในเด็กจนถึงในผู้สูงอายุ ทั่วไปมักพบเกิดกับอัณฑะด้านเดียว โดยโอกาสเกิดเท่ากันทั้งด้านซ้ายและด้านขวา แต่ประมาณ 5% พบเกิดกับอัณฑะได้ทั้ง 2 ข้าง

ในปีพ.ศ. 2551 ในสหราชอาณาจักร พบโรคมะเร็งอัณฑะ 6.7-7.3 รายต่อประชากรชาย 1 แสนคนต่อปี ส่วนในประเทศไทย ผู้ป่วยช่วงปี พ.ศ. 2553-2555(รายงานโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2555) พบผู้ป่วยได้ 0.7รายต่อชายไทย 1แสนคนต่อปี

โรคมะเร็งอัณฑะมีกี่ชนิด?

มะเร็งอัณฑะ

โรคมะเร็งอัณฑะมีหลากหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยที่สุดประมาณ 90% เป็น ชนิด’เจิมเซลล์/มะเร็งเจิมเซลล์ (Germ cell cancer/Germ cell tumor)’ ดังนั้นโดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงโรคมะเร็งอัณฑะ จึงหมายถึง มะเร็งชนิดนี้เท่านั้น ซึ่งรวมทั้งในบทความนี้ด้วย

โรคมะเร็งอัณฑะชนิดเจิมเซลล์ ยังแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักคือ

  • ชนิด ”เซมิโนมา (Seminoma)” ซึ่งพบได้ประมาณ 40%ของเจิมเซลล์ทั้งหมด
  • ส่วนอีกประมาณ 60% เป็นชนิดที่เรียกว่า ชนิด “ไม่ใช่เซมิโนมา (Non -seminoma)” ซึ่งชนิด”ไม่ใช่เซมิโนมา”นี้ ยังแบ่งย่อยได้อีกหลายชนิด เช่น

ทั้งนี้ โรคมะเร็งเจิมเซลล์นี้ มักมีเซลล์มะเร็งได้หลายชนิดร่วมกัน และเซลล์มะเร็งชนิดรุนแรงที่สุด คือชนิดโคริโอคาร์ซิโนมา (Choriocarcinoma) ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้น้อยมาก น้อยกว่า 1% ของมะเร็งอัณฑะทั้งหมด

โรคมะเร็งอัณฑะเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนของการเกิดโรคมะเร็งอัณฑะ แต่พบมีปัจจัยเสี่ยง คือ

โรคมะเร็งอัณฑะมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคมะเร็งอัณฑะไม่ใช่อาการเฉพาะของโรค แต่เป็นอาการเหมือนกับโรคของอัณฑะทั่วไป อย่างไรก็ตามอาการของโรคมะเร็งอัณฑะที่พบบ่อย คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งอัณฑะได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งอัณฑะได้จาก

ทั้งนี้จะไม่มีการตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้ออัณฑะก่อนผ่าตัดรักษา เพราะการตัดชิ้นเนื้อจะต้องผ่านถุงอัณฑะ ซึ่งจะส่งผลให้โรคมะเร็งลุกลามเข้าถุงอัณฑะได้ ซึ่งถ้าก้อนเนื้อนั้นเป็นโรคมะเร็ง การลุกลามเข้าถุงอัณฑะ จะทำให้โรคมะเร็งลุกลามรุนแรงขึ้น รักษาได้ยากขึ้น นอกจากนั้น เมื่อพบก้อนเนื้อในอัณฑะ การรักษาคือ การผ่าตัดเสมอ ดังนั้น การผ่าตัดอัณฑะ (ผ่าตัดด้านเดียว ด้านที่ผิดปกติ) จึงเป็นทั้งการวินิจฉัยโรคและการรักษาไปพร้อมๆกัน

ภายหลังเมื่อทราบว่าเป็นโรคมะเร็งอัณฑะแล้ว มักมีการตรวจสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะของโรค เช่น

โรคมะเร็งอัณฑะมีกี่ระยะ?

เนื่องจากมะเร็งอัณฑะเป็นโรคมะเร็งที่มีความรุนแรงต่ำ แม้มีโรคแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต (เลือด) แล้วก็ยังมีโอกาสรักษาได้หายสูง โรคมะเร็งอัณฑะจึงจัดแบ่งเป็นเพียง 3 ระยะ ซึ่งในแต่ระยะยังแบ่งย่อยได้อีก เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ช่วยในการวางแผนการรักษา การพยากรณ์โรค และเพื่อการศึกษาวิจัย ทั้งนี้ทั่วไป ทั้ง 3 ระยะได้แก่

อนึ่ง โรคมะเร็งระยะศูนย์(Stage0) เป็นระยะที่แพทย์มะเร็งหลายท่านไม่จัดเป็นมะเร็ง เนื่องจากเซลล์มะเร็งยังไม่รุกราน(Non invasive) เพียงเริ่มก่อตัวในเยื่อบุผิวของท่อ/หลอดสร้างอสุจิ และเซลล์มะเร็งยังไม่สร้างสารมะเร็ง โรคระยะนี้พบน้อยๆมากๆ อัตรารอดที่ห้าปีหลังผ่าตัดเกือบ100%

โรคมะเร็งอัณฑะรักษาอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งอัณฑะที่เป็นหลักสำคัญ คือ การผ่าตัดอัณฑะเฉพาะด้านที่เกิดโรค

ต่อจากนั้นแพทย์จะประเมินจาก ชนิดเซลล์มะเร็ง, ระยะโรค, และสุขภาพของผู้ป่วย, เพื่อให้การรักษาต่อเนื่องต่อไป ซึ่งอาจเป็น

อนึ่ง แนวทางการรักษาโรคมะเร็งอัณฑะในระยะต่างๆ เช่น

ก. ในโรคระยะที่ 1: หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจเลือกวิธีรักษาต่อเนื่อง เป็น

ทั้งนี้ ทั้ง 3 วิธีการใหผลการรักษาที่เท่าเทียมกัน แต่มีข้อดี และข้อด้อยที่แตกต่างกัน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำ แต่ผู้ป่วย/ครอบครัวต้องเป็นผู้ตัดสินใจเลือกวิธีรักษาเอง

ข. ในโรคระยะที่ 2: การรักษาหลังการผ่าตัด อาจเป็น ยาเคมีบำบัด ยาเคมีบำบัดร่วมกับรังสีรักษา หรือรังสีรักษาวิธีการเดียว ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของเซลล์มะเร็ง

ค.ในโรคระยะที่3: การรักษาหลังการผ่าตัด มักเป็น ยาเคมีบำบัด และร่วมกับรังสีรักษาเฉพาะจุดที่โรคดื้อต่อยาเคมีบำบัด

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งอัณฑะอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งอัณฑะ ขึ้นกับวิธีรักษา และผลข้างเคียงจะมีโอกาสเกิดสูงขึ้นเมื่อ

อนึ่ง ตัวอย่างผลข้างเคียงจากการรักษา ได้แก่

โรคมะเร็งอัณฑะรุนแรงไหม?

โรคมะเร็งอัณฑะ จัดเป็นโรคมะเร็งที่มีความรุนแรงต่ำดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม โอกาสรักษาได้หายยังคงขึ้นกับ

โดยทั่วไป มะเร็งอัณฑะ เป็นโรคมะเร็งที่มีโอกาสรักษาหายได้สูงถึงแม้ในระยะที่มีโรคแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิตแล้วก็ตาม ทั้งนี้ อัตรารอดที่ห้าปี ในโรคระยะต่าง เช่น

  • โรคระยะที่1 สูงถึงประมาณ 90-100%
  • ระยะที่ 2 ประมาณ 80-90% และ
  • ระยะที่ 3 ยังสูงถึงประมาณ 50-70%

อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยประมาณ 5-10% ที่โรคดื้อต่อรังสีรักษาและต่อยาเคมีบำบัด ซึ่งผู้ป่วยในกลุ่มนี้ การรักษาค่อนข้างไม่ได้ผล

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งอัณฑะไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งอัณฑะให้พบตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ ตรวจให้พบโรคเร็วที่สุด โดยหมั่นสังเกต และคลำอัณฑะของตนเอง (ตรวจคลำทั้ง 2 ข้าง) เมื่อพบสิ่งผิดปกติ หรือสงสัยกังวลว่า ผิดปกติ หรือมีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาล

ป้องกันโรคมะเร็งอัณฑะอย่างไร?

เมื่อดูจากปัจจัยเสี่ยง การป้องกันโรคมะเร็งอัณฑะเต็มร้อย เป็นไปไม่ได้ แต่มีการศึกษาระบุว่า การผ่าตัดแก้ไขภาวะอัณฑะไม่ลงมาอยู่ในถุงอัณฑะ/อัณฑะค้างในท้องตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยรุ่นสามารถลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งอัณฑะลงได้ ดังนั้นผู้ปกครอง จึงควรสังเกตและคลำอัณฑะของบุตรหลานตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก เมื่อพบมีภาวะอัณฑะไม่เคลื่อนลงถุงอัณฑะ (คลำไม่พบอัณฑะในถุงอัณฑะ) ควรนำเด็กพบศัลยแพทย์ เพื่อได้รับคำแนะนำ และการรักษาที่เหมาะสม

ดูแลตนเองอย่างไร?ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด รวมถึงมะเร็งอัณฑะ จะคล้ายกัน ปรับใช้ด้วยกันได้ ที่สำคัญคือ

  • ปฏิบัติตาม แพทย์ พยาบาล แนะนำ
  • กินยา/ใช้ยาต่างที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน ไม่หยุดยาเอง
  • พบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามแพทย์นัดเสมอ และ
  • ควรพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

นอกจากนั้น แนะนำอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง

บรรณานุกรม

  1. Haffty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology: basic principles and clinical protocols. Boston: Jones and Bartlett Publishers
  2. Halperin, E., Perez, C., and Brady, L. (2008). Perez and Brady: Principles and practice of Radiation Oncology (5th edition). Philadelphia: Wolters Kluwer/ Lippincott Williams & Wilkins.
  3. Hanna, N., and Einhorn,L. (2014). N Engl J Med. 371, 2005-16
  4. Imsamran, W. et al. (2015). Cancer in Thailand vol Viii, 2010-2012, National Cancer Institute, Ministry of Public Health. Thailand
  5. https://www.cancer.org/cancer/testicular-cancer/detection-diagnosis-staging/staging.html [2018,Dec29]
  6. https://www.cancer.org/cancer/testicular-cancer/detection-diagnosis-staging/survival-rates.html [2018,Dec29]
  7. https://find.cancerresearchuk.org/?xss-q=testicular+cancer [2018,Dec29]
  8. https://en.wikipedia.org/wiki/Testicular_cancer [2018,Dec29]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Noo882145 Never
Frame Bottom