Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดศีรษะมากตรงเวลาทุกวัน 

บทนำ

อาการปวดศีรษะ เป็นอาการผิดปกติทางระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุด บางการศึกษากล่าวว่า ทุกคนที่เกิดมาย่อมเคยมีอาการปวดศีรษะ ซึ่งก็น่าจะถูกต้อง เพราะทุกวันเราต้องพบกับปัญหาต่างๆมากมายในการดำรงชีวิต ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะได้

อาการปวดศีรษะ มีสาเหตุหลักๆ 2 สาเหตุ คือ

บทความนี้ จะกล่าวถึงเฉพาะ “โรค/อาการปวดศีรษะคลัสเตอร์” เพราะเป็นกลุ่มอาการที่พบได้เรื่อยๆ ถึงแม้จะไม่บ่อยเท่าปวดศีรษะไมเกรน หรือปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อหดตัว แต่เนื่อง จากเป็นกลุ่มอาการปวดศีรษะที่มีลักษณะจำเพาะ ดังตัวอย่างผู้ป่วยต่อไปนี้

“คุณหมอช่วยผมด้วยครับ ผมมีอาการปวดศีรษะช่วงตี 3 ถึง ตี 4 มา 2 สัปดาห์แล้วครับ อาการปวดศีรษะรุนแรงจนผมต้องตื่นจากการนอน ปวดรุนแรงมากครับ ปวดบริเวณขมับและเบ้าตาด้านขวา อาการปวดแบบนี้เคยเป็นเมื่อ 3 ปีก่อน ครั้งก่อนนั้นเป็นอยู่ 1 สัปดาห์ก็หายไปเอง แต่ครั้งนี้ไม่หายครับ อาการปวดศีรษะนั้นจะเป็นเวลาเดิมๆของทุกวัน ร่วมกับมีน้ำตาไหล น้ำมูกไหล ตาแดง ลืมตาข้างขวาไม่ค่อยขึ้น อาการปวดรุนแรงมาก อยากเอาหัวโขกฝาบ้าน เนื่องจากเป็นกลางคืนก็เลยไม่ได้ไปหาหมอ พอเป็นประมาณ 1 ชั่วโมง อาการก็ค่อยๆหายไปเอง กลาง วันไม่มีอาการเลย ผมเป็นอะไรครับหมอ”

ลองติดตามดูครับว่า อาการปวดศีรษะคลัสเตอร์คืออะไร

ปวดศีรษะคลัสเตอร์คืออะไร?

โรคปวดศีรษะคลัสเตอร์

ปวดศีรษะคลัสเตอร์ คือ อาการปวดศีรษะชนิดไม่ร้ายแรงแบบหนึ่ง มีลักษณะสำคัญคือ จะมีอาการปวดศีรษะเป็นชุดๆ (Cluster) คือ จะมีอาการปวดศีรษะแต่ละครั้งนานประมาณ 1 ชั่ว โมง เป็นเวลาเดิมๆของทุกวัน และเป็นติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น 1-2 สัปดาห์ แต่ก็มีบางกรณีเป็นนานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน อาการปวดศีรษะจะปวดตุ๊บๆบริเวณขมับ เบ้าตา ด้านใด ด้านหนึ่ง ความรุนแรงจะรุนแรงมากๆ จนทรมานหรือต้องหยุดทำกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ ร่วม กับมีอาการน้ำตาไหล น้ำมูกไหล ลืมตาลำบาก กระสับกระส่าย อยากเอาศีรษะไปโขกฝาบ้าน หรือบางคนบอกว่า ไม่อยากมีหัวเลย อาการเป็นนานประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะค่อยๆหายไปเอง เมื่อได้เวลาเดิมของวันใหม่ก็มีอาการอีกแบบเดิม ส่วนใหญ่เป็นช่วงเวลา 7-10 โมงเช้า และ 2-4 โมงเย็น

อาการปวดศีรษะคลัสเตอร์เกิดจากอะไร?

ปัจจุบันเชื่อว่า อาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ เกิดจากความผิดปกติของ ประสาทสมองคู่ที่ 5 และหลอดเลือดที่เกี่ยวข้อง (Trigeminal autonomic cephalalgia) และการทำงานของต่อมไพเนียล (Pineal gland)

ทั้งนี้ กลไกการเกิดอาการและลักษณะการดำเนินโรคที่เป็นเวลาชัดเจนนั้นยังไม่ทราบ แต่มีสมมุติฐานว่า ต่อมไพเนียล ซึ่งเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้เวลาและแสงสว่างว่าเป็นเวลาใดของวัน อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้น และร่วมกับอาจมีความผิดปกติของส่วนที่เรียกว่านิว เคลียส (Nucleus) ของเซลล์ประสาทสมองที่ 5 โดยอาจมีความผิดปกติในการเชื่อมโยงของสารสื่อประสาทบางชนิด ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการหลั่งน้ำมูก น้ำตา และตา และมีการปล่อยสารเคมีบางชนิดไปที่เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก (Dura) จึงทำให้เกิดความผิดปกติของอาการต่างๆดังกล่าวเกิดขึ้น

นอกจากนั้น พบว่า อาการปวดศีรษะคลัสเตอร์มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่พบไม่บ่อย โดยพบว่ามีประวัติครอบครัวในผู้ป่วยโรคปวดศีรษะคลัสเตอร์ 10% แต่มีประวัติปวดศีรษะไมเกรนสูงกว่า 25%

ใครมีโอกาสเกิดอาการปวดศีรษะคลัสเตอร์?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงหรือโอกาสในการเกิดอาการปวดศีรษะตลัสเตอร์ คือ ผู้ชาย พบเป็นได้บ่อยกว่าผู้หญิงมาก อายุช่วง 30-50 ปี และมีประวัติครอบครัวที่พ่อแม่เคยมีอาการของโรคนี้

มีอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปวดศีรษะคลัสเตอร์ไหม?

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ที่พบบ่อย คือ

ปวดศีรษะคลัสเตอร์กับปวดศีรษะไมเกรนต่างกันอย่างไร?

อาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ มีลักษณะแตกต่างกับปวดศีรษะไมเกรนดังนี้

ลักษณะ ปวดศีรษะคลัสเตอร์ ปวดศีรษะไมเกรน
1. เพศ พบในผู้ชายบ่อยกว่า พบในผู้หญิงบ่อยกว่า
2. อายุ วัยกลางคน วัยรุ่นและทุกกลุ่มอายุ
3. ความรุนแรงของอาการ รุนแรงมาก รุนแรงปานกลางถึงมาก
4. อาการน้ำมูกไหล น้ำตาไหล หนังตาตก พบบ่อย พบไม่บ่อย
5. ระยะเวลาที่ปวดแต่ละครั้ง ประมาณ 1 ชั่วโมง ประมาณ 1-4 ชั่วโมง
6. ขณะมีอาการปวดจะ กระสับกระส่าย อยู่นิ่ง
7. ความถี่ ปวดเป็นชุดๆ ระยะเวลาปวดไม่ชัดเจน
8. สัมพันธ์กับรอบประจำเดือน ไม่สัมพันธ์ อาจมีความสัมพันธ์
 

เมื่อไหร่ถึงควรมาพบแพทย์?

กรณีที่มีอาการปวดศีรษะรุนแรง ควรพบแพทย์เสมอ เพื่อให้การประเมินอาการว่าเป็นการปวดศีรษะจากสาเหตุใด และกรณีเมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นอาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ แต่การปวด ไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่ได้รับ และ/หรืออาการปวดรุนแรงขึ้น ก็ควรต้องพบแพทย์ เพื่อให้การประเมินอาการใหม่ และปรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

แพทย์ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคปวดศีรษะคลัสเตอร์?

แพทย์จะวินิจฉัยโรคปวดศีรษะคลัสเตอร์จาก ลักษณะของอาการปวดศีรษะ อาการร่วมต่างๆ และธรรมชาติของอาการปวดที่ปวดตรงเวลา เป็นต้น โดยไม่มีความจำเป็นต้องตรวจเอกซ เรย์คอมพิวเตอร์สมอง หรือเอม อาร์ ไอ สมอง

รักษาปวดศีรษะคลัสเตอร์อย่างไร?

การรักษาโรคปวดศีรษะคลัสเตอร์ ที่ได้ผลดีระดับหนึ่ง คือ ให้การสูดดมออกซิเจน ขนาด 10 ลิตรผ่านหน้ากากให้ออกซิเจน (Oxygen mask with bag 10 ลิตรต่อนาที) ซึ่งได้ผลพอๆ กับการให้ยาแก้ปวดศีรษะคลัสเตอร์ เช่น ยากลุ่มทริปแทน (Triptans), ยาสเตียรอยด์ ซึ่งกรณีเป็นซ้ำๆ จะจำเป็นต้องได้ยาป้องกันอาการปวดศีรษะระยะยาว เช่น เวอราพามิล (Verapamil), ท๊อพพิราเมต (Topiramate), โซเดียมวาวโปเอต (Sodium valproate), ลิเที่ยม (Lithium) และอาจร่วมกับการผ่าตัด เช่น ผ่าตัดเส้นประสาทอ็อคซิปิตอล (Occipital nerve block)

โรคนี้รุนแรงถึงชีวิตหรือไม่? รักษาได้หายหรือไม่?

ปวดศีรษะคลัสเตอร์ เป็นกลุ่มอาการปวดศีรษะที่ตัวโรคไม่รุนแรง แต่ก็มีผู้ป่วยส่วนน้อยที่อาจเกิดจากเนื้องอกสมอง หรือเลือดออกในสมองได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการคล้ายปวดศีรษะ คลัสเตอร์ แต่พบน้อยมากๆ และลักษณะก็แตกต่างกัน คือ ปวดศีรษะรุนแรงเป็นระยะเวลานาน ไม่มีช่วงหาย และตรวจพบความผิดปกติอื่นๆทางระบบประสาท ร่วมด้วย

โรคปวดศีรษะคลัสเคอร์นี้ สามารถรักษาให้หายได้โดยการให้ยาเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ ซึ่งยาที่ใช้ป้องกัน คล้ายกับยาป้องกันการเป็นซ้ำของปวดศีรษะไมเกรน

โรคปวดศีรษะคลัสเตอร์ก่อผลข้างเคียงแทรกซ้อนอะไรบ้าง?

โรคนี้ไม่ส่งผลต่อความจำ หรือ ต่อโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัม พาต) หรือโรคอื่นๆทางระบบประสาท

กรณีมีอาการของโรคปวดศีรษะคลัสเตอร์ที่บ้าน ไม่สามารถเดินทางมาโรงพยาบาล จะทำอย่างไร?

ถ้าเกิดอาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ที่บ้าน อาจทานยาคาร์เฟอก๊อต (Cafergot) ที่เป็นยารักษาไมเกรน หรือ ยาเพร็ดนิโซโลน (Prednisolone) ก็ได้ ถ้ามีออกซิเจนก็ดมออกซิเจน หลัง จากนั้นให้พยายามหาทางมาโรงพยาบาล

เมื่อเป็นโรคปวดศีรษะคลัสเตอร์ควรดูแลตนเองอย่างไร?

ในขณะที่มีอาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ ให้ทานยารักษาอาการปวด ถ้ามีออกซิเจนก็ให้ดมออกซิเจน และถ้ามีอาการเป็นชุด นานหลายๆวัน หรือเป็นซ้ำบ่อยๆ ก็จำเป็นต้องทานยาเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำร่วมด้วย

เมื่อเป็นโรคปวดศีรษะคลัสเตอร์มีข้อห้ามอะไรบ้าง?

ข้อห้ามเมื่อเป็นโรคปวดศีรษะคลัสเตอร์เช่นเดียวกับปวดศีรษะไมเกรน คือ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การใช้น้ำหอมกลิ่นแรง การออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นต้น ส่วนการดื่มกาแฟนั้นไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่า ก่อให้เกิดอาการบ่อยขึ้นหรือลดอาการปวดศีรษะได้

ป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดศีรษะคลัสเตอร์ได้หรือไม่?

ไม่มีข้อมูลทางการศึกษาชัดเจนว่า จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดอาการนี้ได้ แต่ถ้าเราดู แลสุขภาพให้ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นวดคลายกล้ามเนื้อต้นคอและขมับ ใช้สายตาให้เหมาะสม แสงสว่างเพียงพอในการอ่านหนังสือ ทำงาน นอนเป็นเวลา พักผ่อนให้เหมาะสม ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็น่าจะช่วยป้องกันอาการปวดศีรษะทั่วๆไปได้ ซึ่งรวมถึงการปวดศีรษะคลัสเตอร์ด้วย

คำแนะนำ

อาการปวดศีรษะ เป็นอาการที่พบบ่อย บางครั้งก็เพียงรู้สึกรำคาญ แต่บางครั้งก็ปวดรุน แรง ดังนั้น ถ้ามีอาการปวดศีรษะผิดปกติ หรือไม่มั่นใจว่าเป็นการปวดปกติทั่วไป ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom