Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ทารกไม่ดิ้น 

ทารกเสียชีวิตในครรภ์พบได้บ่อยเพียงใด?

ทารกเสียชีวิตในครรภ์ ในภาษาอังกฤษใช้กันหลายคำ ได้แก่ Intrauterine fetal demise, Fetal death, Fetal death in utero, Dead fetus in utero, หรือ Still birth โดยทารกเสียชีวิตในครรภ์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

*อนึ่ง

1. ไม่ว่าทารกจะเสียชีวิตตอนอายุครรภ์เท่าไหร่ สตรีคนนั้นก็ไม่สามารถคลอดบุตรมีชีวิตได้เหมือนกัน แต่การที่แยกเป็น 2 กลุ่ม เนื่องจากสาเหตุของการเสียชีวิตมักไม่เหมือนกัน

2. อายุครรภ์ที่น้อยกว่า 24 สัปดาห์ถือว่าเป็นการแท้งบุตร เนื่องจากว่า แม้ทารกไม่เสียชวิต และสามารถคลอดออกมา ก็มีโอกาสเลี้ยงให้รอดมีชีวิตได้น้อยมาก ในประเทศที่พัฒนาแล้วใช้เกณฑ์อายุครรภ์ที่ถือว่าแท้ง คือน้อยกว่า 20 สัปดาห์ องค์การอนามัยโลก กำหนดว่าการคลอดที่อายุครรภ์น้อยกว่า 22 สัปดาห์ เป็นการแท้ง สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้เกณฑ์การคลอดที่อายุครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ เป็นการแท้ง ซึ่งใช้คำจำกัดความนี้มานานมากแล้ว และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขเป็นเอกสารอ้างอิงชัดเจน แต่ปัจจุบันมีความเจริญความก้าวหน้าทางการแพทย์ไปมาก มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต ยารักษาต่างๆ รวมทั้งกุมารแพทย์มีความสามารถในการดูแลทารกอายุครรภ์น้อยๆได้ดีมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ ทารกที่คลอดหลัง 24 สัปดาห์ โดยครรภ์ไม่ครบกำหนด มีโอกาสเลี้ยงได้รอดมากขึ้นอย่างชัดเจน จึงไม่เรียกเป็นการแท้ง

สาเหตุที่ทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์มีอะไรบ้าง?

ทารกเสียชีวิตในครรภ์

สาเหตุแบ่งได้ใหญ่ๆ 3 กลุ่ม คือ

1. สาเหตุจากตัวมารดา

2. สาเหตุจากทารก

3. สาเหตุจากรก สายสะดือ

มารดาจะมีอันตรายหรือไม่หากทารกเสียชีวิตในครรภ์?

ความเสี่ยงต่างๆ หรือผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อน หรืออันตรายต่อมารดาจากภาวะทา รกเสียชีวิตในครรภ์ มีดังนี้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าทารกเสียชีวิตในครรภ์?

อาการผิดปกติ ที่สตรีตั้งครรภ์สังเกตได้ เมื่อทารกอาจเสียชีวิตในครรภ์ มีดังนี้

แพทย์วินิจฉัยทารกในครรภ์เสียชีวิตได้อย่างไร?

เมื่อไปฝากครรภ์ แพทย์จะมีการตรวจร่างกาย ตรวจครรภ์ว่า โตเหมาะสมกับอายุครรภ์ที่มากขึ้นหรือไม่ ที่อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ขึ้นไป แพทย์จะสามารถใช้เครื่องช่วยฟังเสียงการเต้นของหัวใจทารกได้ (Doppler sonic aids) จะมีการตรวจประเมินเช่นนี้ทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ หากแพทย์ตรวจพบว่าขนาดของครรภ์ไม่โตขึ้นตามที่ควรจะเป็น ฟังไม่ได้ยินการเต้นของเสียงหัวใจทารกโดยใช้เครื่องช่วยฟัง น้ำหนักมารดาไม่เพิ่มขึ้น แพทย์จะส่งไปตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) เพื่อดูการเต้นของหัวใจทารก ซึ่งเป็นการวินิจฉัยทารกในครรภ์เสียชีวิตได้แม่นยำที่สุด

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อทารกในครรภ์เสียชีวิต?

สตรีตั้งครรภ์ทุกคนคงหวังจะได้คลอดบุตรที่มีชีวิตและสุขภาพแข็งแรง แต่หากเกิดเหตุ การณ์ที่ไม่คาดคิด ทารกในครรภ์เกิดเสียชีวิติ ย่อมทำให้สตรีตั้งครรภ์และครอบครัวเสียใจอย่างมาก อย่างไรก็ตามต้องทำใจให้ได้ เพราะบางครั้งก็เป็นการคัดเลือกทางธรรมชาติ ที่จะให้เด็กที่สมบูรณ์เท่านั้นเกิดขึ้นมา เพราะทารกที่ไม่สมบูรณ์ หรือมีความผิดปกติของโครโมโซม จะไม่สา มารถมีชีวิตได้ ดังนั้นเมื่อมีอาการผิดปกติตามที่กล่าวมาในหัวข้อ รู้ได้อย่างไรว่าทารกเสียชีวิตในครรภ์ ต้องรีบไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล หากแพทย์ตรวจยืนยันว่าทารกเสียชีวิตจริง และสตรีตั้งครรภ์ตัดสินใจที่จะรอให้เกิดการแท้ง/การคลอดเอง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ช่วงนี้ก็ต้องสังเกตอาการเลือดออกผิดปกติในอวัยวะต่างๆ เช่น เลือดออกทางช่องคลอด เป็นต้น และ/หรือมีอาการปวด/เจ็บท้อง ซึ่งต้องรีบไปโรงพยาบาล

แพทย์ให้การดูแลรักษาอย่างไรหากทารกในครรภ์เสียชีวิต?

เมื่อเกิดเหตุการณ์ทารกเสียชีวิตในครรภ์ แพทย์ผู้ดูแลจะมีการสืบค้น หาสาเหตุของการเสียชีวิต เช่น การเจาะเลือดตรวจเบาหวาน ตรวจการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) การติดเชื้อในครรภ์ โรคธาลัสซีเมียทั้งสามีและภรรยา กรุ๊ปเลือด และหลังเกิดการแท้งหรือคลอด แพทย์จำเป็นต้องส่งทารกและรก เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

การรักษามารดาในกรณีที่ทารกในครรภ์เสียชีวิต มี 3 วิธี คือ

  • รอให้แท้งหรือคลอดออกมาเองโดยธรรมชาติ ซึ่งส่วนมากจะเกิดการแท้งหรือคลอดเองประมาณ 2 สัปดาห์หลังทารกเสียชีวิต ระยะเวลาที่รอ มักไม่มีปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อน นอกจากเรื่องกังวลใจของตัวมารดาและครอบครัว
  • โดยการใช้ยาเหน็บช่องคลอด หรือ การใช้ยากระตุ้นการหดตัวของมดลูก หยดเข้าหลอดเลือดดำ หากเลือกใช้วิธีการเหน็บยา ซึ่งจะมีขนาดการใช้ยาแตกต่างกันไปในแต่ละอายุครรภ์ แพทย์จะเหน็บยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกทุก 6-12 ชั่วโมง เพื่อให้ทารกแท้งออกมา ส่วนมากใช้เวลา 2-3 วัน แต่จะมีบางรายที่แท้งไม่ครบ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การแท้งบุตร) แพทย์ต้องทำการขูดมดลูกต่อ
  • โดยการทำหัตถการต่าง ๆ เช่น ดูดหรือขูดมดลูก ผ่ามดลูกเอาเด็กออก ซึ่งวิธีนี้แพทย์มักต้องให้สตรีมีครรภ์นอนพักในโรงพยาบาล

ข้อดีของการใช้วิธีดูดหรือขูดมดลูก คือไม่ต้องเสียเวลานอนพักในโรงพยาบาลหลายวัน หลังทำหัตถการเสร็จอาจได้พักประมาณ1 วัน ก็สามารถออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านได้ แต่ข้อด้อยของวิธีนี้คือ มีอาการเจ็บปวดบ้างเวลาทำหัตถการ

การดูแลตนเองหลังคลอดต่างจากการตั้งครรภ์ปกติหรือไม่?

เมื่อแพทย์สืบค้น หาสาเหตุของการเสียชีวิตของทารกได้ ก็จะให้การรักษาตามสาเหตุ ซึ่งสตรีตั้งครรภ์ต้องให้ความร่วมมืออย่างดี การดูแลตนเองก็ต้องบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง ทั้งนี้ การดูแลตนเองหลังคลอด โดยทั่วไป ไม่แตกต่างจากการคลอดทั่วไป (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ระยะหลังคลอด)

ต้องคุมกำเนิดนานแค่ไหนกว่าจะตั้งครรภ์ครั้งใหม่ได้?

ระยะเวลาในการคุมกำเนิดหลังจากคลอดทารกที่เสียชีวิตหรือแท้งบุตรแล้ว ขึ้นกับสิ่งต่อไปนี้

มีวิธีป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตได้หรือไม่?

วิธีป้องกันทารกเสียชีวิตในครรภ์ ได้แก่

หากครรภ์แรกมีทารกเสียชีวิตในครรภ์ จะมีผลต่อการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปหรือไม่?

ความเสี่ยงในการเกิดทารกในครรภ์เสียชีวิตในครรภ์ซ้ำอีกในครรภ์ต่อไป ขึ้นกับสาเหตุของการเสียชีวิตของทารกในครรภ์แรก หากสาเหตุ เช่น โรคประจำตัวมารดา ไม่ได้รับการแก้ไข ก็มีโอกาสทารกเสียชีวิตในครรภ์ซ้ำได้

บรรณานุกรม

  1. http://apps.who.int/rhl/pregnancy_childbirth/antenatal_care/miscarriage/awcom2/en [2013,Nov22].
  2. http://www.uptodate.com/contents/incidence-etiology-and-prevention-of-stillbirth? [2013,Nov22].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน sirikul Sertthaphong padungchob19 a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom