Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อวัยวะเพศชาย  อวัยวะเพศหญิง  ระบบโรคติดเชื้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แผลที่อวัยวะเพศ 

บทนำ

โรคซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคหนึ่ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาว อาจแสดงอาการในหลายระบบของร่างกาย เช่น ทางระบบประสาท ผิวหนัง ตา กระดูก หัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น นอกจากนี้ ถ้าสตรีเป็นโรคนี้ในขณะตั้งครรภ์ มีโอกาสถ่ายทอดเชื้อไปสู่ทารกในครรภ์ได้ด้วย ส่งผลให้ทารกมีภาวะซิฟิลิสแต่กำเนิดได้

โรคซิฟิลิสมีสาเหตุจากอะไร?

โรคซิฟิลิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ ทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum) มีลักษณะคล้ายเกลียวสว่าน (Spirochete bacteria) เชื้อชอบอยู่ในที่มีความชื้น และตายได้ง่ายในที่มีความแห้ง ถูกทำลายได้ง่ายด้วยสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ เชื้อมี ระยะฟักตัว ประมาณ 2-4 สัปดาห์ หรืออาจนานถึง 3 เดือน

โรคซิฟิลิสมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคซิฟิลิส แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1: เมื่อได้รับเชื้อ บริเวณที่ได้รับเชื้อ เช่น ที่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ริมฝีปาก ลิ้น ต่อมทอนซิล หัวนม จะเริ่มมีตุ่มเล็กๆ ขนาดประมาณ 2-4 มิลลิเมตร จากนั้นจะเริ่มขยายออก มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และจะแตกออกกลาย เป็นแผลที่กว้างขึ้น เป็นรูปไข่หรือวงรี ขอบมีลักษณะเรียบ และแข็ง แผลมีลักษณะสะอาด บริเวณก้นแผลแข็ง มีลักษณะคล้ายกระดุม ไม่มีอาการเจ็บปวด ต่อจากนั้น เชื้อจะเข้าไปอยู่ที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบ ส่งผลให้มีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต เมื่อทิ้งไว้แผลสามารถหายไปได้เองโดยไม่ต้องรักษา ระยะนี้เป็นระยะที่ยังไม่แสดงอาการ

ระยะที่ 2: จะพบหลังการเป็นโรคระยะแรก 2-3 สัปดาห์ เชื้อซิฟิลิสจะเข้าไปอยู่ตาต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกาย เช่น บริเวณหลังหู หลังขาหนีบและขาพับ และเข้าไปสู่กระแสเลือด รวมทั้งกระจายไปตาอวัยวะต่างๆของร่างกาย จะทำให้เกิดผื่นขึ้นตามร่างกาย หรือเรียกว่า “ระยะออกดอก” ผื่นที่พบมีความแตกต่างจากผื่นลมพิษทั่วไป เพราะผู้ป่วยจะมีผื่นขึ้นที่บริเวณฝ่ามือด้วยและจะไม่มีอาการคัน ผื่นมีลักษณะเป็นตุ่มนูน และอาจพบมีเนื้อตายจากผื่นเป็นหย่อมๆ และพบเนื้อเน่าหลุดออกมา มีน้ำเหลือง และในน้ำเหลืองจะมีเชื้อซิฟิลิส ระยะนี้เป็นระยะที่ติดต่อได้โดยง่าย ผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่มีผื่นขึ้นเลยแต่อาจจะมีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามข้อ ผมร่วงทั่วศีรษะหรือร่วงเป็นหย่อมๆ

เมื่อทำการตรวจเลือดในระยะนี้จะพบว่ามีผลบวกของเลือดสูงมาก ถ้าผู้ป่วยยังไม่ได้รับการรักษา โรคจะอยู่ใน "ระยะสงบ" โดยเชื้อจะไปหลบซ่อนตาอวัยวะต่างๆในร่างกาย และจะไม่แสดงอาการได้นานหลายปี เพียงแต่ตรวจเลือดให้ผลบวกเท่านั้น

ระยะที่ 3: เป็นระยะสุดท้ายของโรค หรือระยะแฝง เมื่อไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ผู้ป่วยจะเข้าสู่ระยะที่ 3 ประมาณ 3-10 ปีหลังจากระยะที่ 1 โดยมีอาการตามระบบต่างๆของร่างกาย เช่น ตาบอด เนื้อจมูกถูกทำลายจนเป็นรอยโหว่ หูหนวก ใบหน้าผิดรูป กระดูกผุบาง อาจมีสติปัญญาเสื่อม บางรายอาจมีการแสดง ออกที่ผิดปกติคล้ายคนเสียสติ ถ้าเชื้อไปอยู่ที่หัวใจก็จะทำให้หัวใจมีความผิดปกติ ลิ้นหัวใจรั่ว หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจมีลักษณะโป่งพอง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายได้ ถ้าเชื้อเข้าไปอยู่ที่ไขสันหลังก็จะทำให้เป็นอัมพาต และมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

โรคซิฟิลิสติดต่ออย่างไร?

โรคซิฟิลิส สามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคนี้ในระยะที่ 1 และถ้าสัมผัสกับน้ำเหลืองที่ผิวหนังของผู้ที่เป็นโรคนี้ในระยะที่ 2 (ระยะออกดอก) ก็มีโอกาสที่จะรับเชื้อได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในทารกที่ได้รับเชื้อผ่านมาจากมารดาโดยตรงโดยผ่านจากทางรก ก็จะมีอาการแสดงแต่กำเนิด ดังจะกล่าวในหัวข้อต่อ ไป ส่วนโรคในระยะที่ 3 มักเป็นระยะที่ไม่มีการติดต่อ

โรคซิฟิลิสในสตรีตั้งครรภ์รุนแรงไหม?

เชื้อสามารถผ่านรกไปสู่ทารกในครรภ์ ทำให้เกิดอันตรายต่อทารกแรกคลอด ทารกจะมีภาวะซิฟิลิสแต่กำเนิด โดยพบความพิการ ผิดปกติ เช่น ภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่ ตาบอด สมองเล็ก ตัวบวมน้ำ กระดูก ฟัน และจมูกยุบ นอกจากนี้ทารกจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในช่วงแรกคลอดจากภาวะหัวใจล้มเหลวได้

รักษาโรคซิฟิลิสอย่างไร?

เมื่อเกิดแผลบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเฉพาะหลังการมีเพศสัมพันธ์ ควรพบแพทย์เสมอ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของแผลที่เกิดขึ้น และเมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคซิฟิลิส แม้ว่าจะไม่มีอาการ หรืออยู่ในระยะโรคสงบก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา เพราะเชื้อซิฟิลิสยังอยู่ในกระแสเลือดและพร้อมที่จะลุก ลามจนเกิดอาการที่รุนแรงได้ต่อไป ทั้งนี้ แพทย์จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ กลุ่มเพนิซิลลินในขนาดสูง และจะต้องไปฉีดยาตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง การขาดยา จะเป็นสาเหตุสำคัญให้โรคไม่หาย และเกิดโรคในระยะที่ 3 ได้

ดูแลตนเองอย่างไร? ป้องกันโรคซิฟิลิสอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเอง การป้องกัน และการพบแพทย์ในโรคซิฟิลิส คือ

  1. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับสตรีที่เป็นโรคนี้
  2. ไม่สำส่อนทางเพศ
  3. หลีกเลี่ยงการเที่ยวหญิงบริการ
  4. ป้องกันการติดเชื้อโดยสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  5. ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศและร่างกายอยู่เสมอ
  6. หลีกเลี่ยงการดื่มสุราเพราะจะทำให้ขาดสติ
  7. รัฐควรมีการควบคุมโรคในกลุ่มสตรีที่ขายบริการทางเพศ
  8. รักษา สุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เสมอ เพื่อร่างกายแข็งแรง และเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ
  9. พบแพทย์เสมอเมื่อมีอาการดังกล่าว อย่ารักษาตัวเอง
  10. พบแพทย์เสมอ เมื่อกังวลในอาการ หรือ สงสัยตนเองอาจติดเชื้อทางเพศ สัมพันธ์ซึ่งรวมถึง ซิฟิลิส

บรรณานุกรม

  1. Sparling PF. Natural history of syphilis. In: Holmes KK. Sparling Pf, Mardh PA, Lemon SM, Stamm WE, Pilot P. Wassercheit JN, Eds. Sexually transmitted diseases. 3rd. McGraw-Hill, 1999, p 475.
  2. Centers for Disease Control and Prevention, Workowski KA, Berman SM. Sexually transmitted diseases treatment guidelines, 2006. MMWR Recomm Rep 2006; 55:1.
  3. Kaplan JE, Benson C, Holmes KH, et al. Guidelines for prevention and treatment of opportunistic infections in HIV-infected adults and adolescents: recommendations from CDC, the National Institutes of Health, and the HIV Medicine Association of the Infectious Diseases Society of America. MMWR Recomm Rep 2009; 58:1.
  4. Mitka M. US effort to eliminate syphilis moving forward. JAMA 2000; 283:1555.

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 9 คน sirikul siwat.chumpalee fahsai.tnw Noppadonmoondee thanathon06 totsapon.intaned aomyeam.yeamyeam jinnykeem banluanumart
Frame Bottom