Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมน้ำลายหน้าหู  ระบบโรคติดเชื้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ไข้  บวม  เจ็บต่อมน้ำลายหน้าหู  เจ็บ   ต่อมน้ำลายพาโรติด 

บทนำ

โรคคางทูม (Mumps หรือ มัมส์ หรือ Epidemic parotitis) เป็นโรคติดต่อเฉียบพลันทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัส มัมไวรัส (Mumps virus หรือ พารามิกโซไวรัส/Para myxovirus) และก่อให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บริเวณแก้มหน้าหู เหนือขากรรไกร ที่เรียกว่า ต่อมพาโรติด (Parotid glands) ซึ่งเป็นต่อมคู่ มีทั้งข้างซ้ายและข้างขวา ซึ่งโรคอาจเกิดกับต่อมน้ำลายเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างได้ นอกจากนั้นอาจเกิดกับต่อมน้ำ ลายอื่นได้ เช่น ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร และ/หรือต่อมน้ำลายใต้คาง ซึ่งพบได้น้อยกว่ามาก และเมื่อเกิดกับต่อมน้ำลายอื่นๆ มักต้องเกิดร่วมกับการอักเสบของต่อมพาโรติดด้วยเสมอ

คางทูม เป็นโรคพบเกิดบ่อยในฤดูหนาวและในต้นฤดูร้อน มักเกิดในเด็กปฐมวัย อายุ 2 - 5 ปี แต่ปัจจุบันพบได้สูงขึ้นในช่วงวัยรุ่น และพบโรคได้ทั้งเพศหญิงและเพศชายใกล้เคียงกัน

โรคคางทูมมีอาการอย่างไร?

คางทูม

อาการของโรคคางทูม เกิดหลังสัมผัสโรค (ระยะฟักตัวทั่วไปประมาณ 14 - 18 วัน แต่อาจเร็วได้ถึง 7 วันหรือนานได้ถึง 25 วัน) โดยจากไวรัสก่อให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำลายพาโรติด เริ่มจากมีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตัว เบื่ออาหาร หลังจากนั้น 1 - 2 วัน จะเจ็บบริเวณหน้าหู และขากรรไกร ต่อมต่อมน้ำลายพาโรติดด้านมีอาการจะค่อยๆโตขึ้น อาจโตมากถึงระดับลูกตา และเจ็บมาก อาจมีอาการเจ็บแก้มและเจ็บหู ด้านเดียวกับต่อมน้ำลายที่เกิดโรค อย่างไรก็ตาม ประมาณ 30% ไม่มีอาการอื่น ยกเว้นมีเพียงต่อมพาโรติดโตเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไป อาการและต่อมน้ำลายที่โตจะค่อยๆยุบหายไปในระยะเวลาประมาณ 7 - 10 วัน

โรคคางทูมติดต่อไหม? ติดต่ออย่างไร?

คางทูม เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ จากการหายใจ และ สัมผัสน้ำลายของผู้ป่วย ระยะที่ติดต่อได้ง่าย คือ 1-7 วัน ก่อนมีอาการบวมของต่อมน้ำลาย ไปจนถึง 5-10 วัน หลังจากมีการบวมของต่อมน้ำลาย

โรคคางทูมรุนแรงไหม?

การพยากรณ์โรค โดยทั่วไป คางทูมเป็นโรคไม่รุนแรง มักหายได้เองภายใน 7 - 10 วัน โดยเฉพาะในเด็กปฐมวัย แต่เมื่อเกิดในวัยรุ่นหรือในผู้ใหญ่ ความรุนแรงโรคอาจสูงกว่าในเด็กปฐมวัยมาก จากมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงแทรกซ้อนสูงขึ้น

อนึ่ง เมื่อเกิดเป็นคางทูมแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคนี้ได้ตลอดชีวิต ไม่กลับมามีการติดเชื้ออีก แต่บางรายเป็นส่วนน้อยอาจติดเชื้อได้อีก แต่อาการมักไม่รุนแรงและไม่ค่อยเกิดผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากโรคคางทูมมีอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน/ภาวะแทรกซ้อน) จากโรคคางทูม พบได้สูงขึ้นเมื่อเกิดโรคในเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือในคนมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ ผลข้างเคียงแทรกซ้อนที่อาจพบได้ เช่น

แพทย์วินิจฉัยโรคคางทูมได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคคางทูมได้จาก ประวัติอาการ และการตรวจร่างกาย แต่ที่แน่นอน คือ จากการตรวจหาไวรัส จากน้ำลาย จากสารคัดหลั่งในช่องปาก จากน้ำปัสสาวะ และ/หรือ จากน้ำไขสันหลัง (การเจาะหลัง) และ/หรือ ตรวจเลือดหาระดับสารภูมิต้านทาน (Antibody/แอนติ บอดี) ของคางทูมไวรัส

มีวิธีดูแลรักษาโรคคางทูมอย่างไร? และควรพบแพทย์เมื่อไร?

ไม่มีวิธีรักษาเฉพาะในโรคคางทูม ไม่จำเป็นต้องได้ยาปฏิชีวนะ เพราะไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (ยาปฏิชีวนะฆ่าไวรัสไม่ได้ ฆ่าได้เฉพาะแบคทีเรีย) การรักษาเพียงประคับประคองตามอาการ ที่สำคัญคือ

มีวิธีป้องกันโรคคางทูมไหม?

วิธีป้องกันโรคคางทูมที่มีประสิทธิภาพ คือ การฉีดวัคซีน ซึ่งปัจจุบัน เด็กไทยในโรงเรียนต่างๆได้รับการฉีดวัคซีนนี้อยู่แล้วในรูปแบบวัคซีนรวม เอ็มเอ็มอาร์ (MMR, M=Mumps/มัมส์/โรคคางทูม, M=Measles/มีเซิลส์/โรคหัด, R= Rubella/โรคหัดเยอรมัน) โดยฉีด (เข้ากล้าม) 2 เข็ม เข็มแรกที่อายุ 9 - 12 เดือน เข็มที่ 2 ที่อายุ 4 - 6 ปี และไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นอีก ภูมิ คุ้มกันต้านทานโรคจะคงอยู่ได้ตลอดชีวิต

นอกจากวัคซีน การป้องกันโรคคางทูม ได้แก่

บรรณานุกรม

1. Defendi,G. et al. Z2012).Mumps. http://reference.medscape.com/article/966678-overview#showall [2014, May22].
2. Gershon, A. (2001). Mumps. In Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, D., Hausen, S., Longo, D.,andJamesson, J. Harrrison’s: Principles of internal medicine. (p 1147-1148). New York. McGraw-Hill.


5. Measles, Mumps, Rubella http://www.immunizationinfo.org/vaccines/measles [2014,May22 ].
6. Mumps http://en.wikipedia.org/wiki/Mumps [2014, May22].
7. Overview of mumps. http://www.cdc.gov/mumps/about/disease-overview.html [2014, May22] 3. Lyon,R., and Bruyn,H. (1966).Mumps epididymo-orchitis. JAMA.196, 736-738. 4. Masarani,M., and Dinneen, M. (2006). Mumps orchitis. J R Soc Med. 99, 573-575.

Updated 2014, May 24


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน evorta
Frame Bottom