Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

หัวใจ  ระบบหัวใจและหลอดเลือด 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

หัวใจวายเรื้อรัง 

บทนำ

การผ่าตัดเอาหัวใจเก่าออกใส่หัวใจใหม่ หรือการใส่หัวใจใหม่เพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งหัวใจ โดยไม่ต้องตัดหัวใจเก่าออก เรียกว่า การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ หรือการปลูกถ่ายหัวใจ (Heart transplantation)

การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจครั้งแรกในโลกทำเมื่อปี คศ. 1967 (พ.ศ.2510) โดย นายแพทย์คริสเตียน เบอร์นาด (Christiaan Barnard) ณ เมืองเคปทาวน์ ประเทศ แอฟริกาใต้ ในปี คศ.2007 (พ.ศ.2550) มีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจในโลกทั้งหมด 3,500 ราย ในขณะที่มีหัวใจวายระ ยะสุดท้ายรอการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจจำนวน 800,000 ราย จึงมีความพยายาม พัฒนาการใช้หัว ใจเทียม หรือหัวใจจากสัตว์มาใช้แทน แต่ก็ยังช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ในระยะสั้น

เมื่อไหร่จะผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ?

การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ

แพทย์จะพิจารณาการรักษาผู้ป่วยด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เมื่อ

ข้อห้ามในการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจคืออะไร?

ผู้ป่วยที่มีข้อห้ามไม่สามารถให้การรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจได้ คือ

การเตรียมการก่อนผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นอย่างไร?

ผู้ป่วยที่ถูกผ่าตัดหัวใจ ส่วนใหญ่จะเหนื่อยมากแม้ขณะนอนนิ่งๆอยู่บนเตียง บางรายจึงต้องช่วยการทำงานของหัวใจด้วยเครื่องมือช่วยการทำงานหัวใจชนิดต่างๆ เช่น เครื่องคุมจัง หวะการเต้นของหัวใจ (Pacemaker) หรือให้ยาช่วยการบีบตัวของหัวใจ

ทั้งนี้ผู้ป่วยและญาติจะได้รับการชี้แจงถึงขั้นตอนการรักษาโดยละเอียด ตรวจการทำงานของอวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น ไต ปอด ตับ เป็นต้น

ทีมเจ้าหน้าที่ เช่น แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่เทคนิค และอื่นๆ จะช่วยกันเตรียมหัวใจจากผู้บริจาค ในประเทศไทยจะมีหน่วยรับบริจาคอวัยวะของสภากาชาดไทย สร้างเครือข่ายโรง พยาบาลทั่วประเทศ เพื่อจัดหาหัวใจ จากผู้ป่วยที่สมองตายและญาติยินดีบริจาคหัวใจ หากมีการขนย้ายหัวใจจากโรงพยาบาลที่บริจาคไกลๆ จำเป็นจะต้องใช้เวลาเดินทางให้สั้นที่สุด เพื่อ ให้ได้หัวใจที่ยังมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มอัตรารอดของผู้ป่วยในการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ซึ่งหัวใจที่ได้รับบริจาค ควรได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนภายในระยะเวลาไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมงนับจากผู้บริจาคหัวใจเสียชีวิต

หัวใจบริจาคที่ดีควรเป็นอย่างไร?

หัวใจที่ดี เมื่อได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอัตรารอดได้สูงขึ้น ซึ่งจะมีคุณสมบัติดังนี้

  • ผู้บริจาคมีอายุน้อยกว่า 65 ปี
  • หัวใจบริจาคต้องทำงานปกติ ไม่มีการชอกช้ำ
  • ไม่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • ผู้บริจาคมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับผู้รับบริจาค
  • ขนาดหัวใจของผู้ให้กับผู้รับ ใกล้เคียงกัน

การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจทำอย่างไร?

วิธีผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจที่นิยม คือ ตัดหัวใจของผู้ป่วยออกโดยเหลือเพียงบางส่วนของหัว ใจห้องบนซ้าย (หัวใจ:กายวิภาคและสรีรวิทยา) แล้วใส่หัวใจของผู้บริจาคเข้าไปแทนที่ แล้วมีการเย็บต่อห้องหัวใจและหลอดเลือดหัวใจบริจาคเข้ากับหลอดเลือดผู้ป่วย

การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ อีกวิธี ซึ่งไม่เป็นที่นิยม คือ เพิ่มหัวใจของผู้บริจาคเข้าไปในผู้รับบริจาคอีกดวงหนึ่งโดยไม่ต้องตัดหัวใจเดิมออก

ผลสำเร็จการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นอย่างไร?

อัตรารอดชีวิตในการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจที่ 1 ปี ประมาณ 81.8% ที่ 5 ปีประมาณ 69.8%

หากผู้ป่วยมีโรคเบาหวาน โรคความดันเลือดสูง โรคอ้วน อัตราอยู่รอดก็จะต่ำลง

หากผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจในศูนย์การแพทย์ที่มีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เกินปีละ 15 รายขึ้นไป อัตรารอดจะดีกว่า

แพทย์ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจอย่างไร?

การดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เช่นเดียวกับการผ่าตัดหัวใจชนิดอื่นๆ ซึ่งได้แก่

  • ผู้ป่วยได้รับการรักษาดูแลในห้องไอซียู (ICU,Intensive care unit คือ ห้องดูแลผู้ ป่วยวิกฤติ) ประมาณ 1-7 วัน
  • จัดห้องพักฟื้นผู้ป่วยแยกเฉพาะในห้องปราศจากเชื้อ
  • ให้ยากดภูมิคุ้มกันต้านทาน เพื่อป้องกันร่างกายผู้ป่วยปฏิเสธหัวใจใหม่ตั้งแต่หลังผ่าตัด และตลอดไป
  • เมื่อผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาลจนปลอดภัยแล้ว แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้าน ซึ่งแพทย์จะนัดผู้ป่วย ผู้ป่วยจำเป็นต้องมาตามนัด เพื่อ ตรวจร่างกาย ตรวจปฏิกิริยาปฏิเสธหัวใจใหม่ ตรวจการติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อไวรัสบางชนิด และการติดเชื้อวัณโรค ซึ่งในระยะติดตามผลการผ่าตัดนี้ บางครั้งจำเป็นต้องใส่สายสวนเข้าในหัวใจ เพื่อตัดกล้ามเนื้อหัวใจมาตรวจหาการปฏิเสธหัวใจใหม่ของร่าง กายดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้การนัดมาตรวจ ในระยะแรก อาจทุกสัปดาห์ จากนั้นค่อยๆห่างออกเรื่อยๆ ขึ้นกับสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย

  • ในการตรวจติดตามผลผ่าตัดนี้ แพทย์จะนัดตรวจผู้ป่วยตลอดชีวิตของผู้ป่วย และจะมีการสวนหัวใจศึกษาหลอดเลือดหัวใจใหม่ ปีละ1 ครั้ง

อนึ่ง ในการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ โดยทั่วไปผู้ป่วยจะอยู่โรงพยาบาลประมาณ 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป และจะกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติภายในประมาณ 3-6 เดือน แต่ทั้งนี้ขึ้นกับ สุขภาพดั้งเดิมก่อนผ่าตัดของผู้ป่วย และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัด

ภาวะแทรกซ้อนจากผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมีอะไรได้บ้าง?

ภาวะแทรกซ้อน/ผลข้างเคียงจากผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ที่อาจพบได้ คือ

อาการจากร่างกายปฏิเสธหัวใจใหม่มีอะไรบ้าง? สามารถป้องกันได้หรือไม่? อย่างไร?

อาการจากร่างกายปฏิเสธหัวใจใหม่ คือ หายใจตื้น ถี่ มีไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สัมพันธ์กับอาหารที่กิน และ ปัสสาวะออกน้อย

การลดโอกาสเกิดภาวะร่างกายปฏิเสธหัวใจใหม่ โดยการเลือกหัวใจที่เข้ากับผู้ป่วยได้ดี ทั้งกรุ๊ปเลือด และเนื้อเยื่อ

นอกจากนั้น คือ หลังผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยต้องกินยากดภูมิคุ้มกันต้านทานอย่างเคร่งครัด ห้ามลืมกินยา กินยาตรงเวลา และมาพบแพทย์ตามนัดโดยเฉพาะ 6 เดือนแรกหลังผ่าตัด ซึ่งหากแพทย์สงสัยว่า อาจมีการปฏิเสธหัวใจใหม่ จะมีการสวนหัวใจเพื่อตัดชิ้นเนื้อจากหัวใจเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา หากพบว่าเริ่มมีปฏิกิริยาร่างกายปฏิเสธหัวใจใหม่ แพทย์สามารถปรับการให้ยากดภูมิคุ้มกันต้านทานใหม่ เพื่อการรักษาอาการนี้แต่เนิ่นๆได้

ควรดูแลตัวเองอย่างไรหลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ?

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ที่สำคัญ คือ

1.ปรับวิถีชีวิตให้เหมาะสม ได้แก่ การรับประทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ ให้ครบถ้วนทุกวัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามแพทย์ พยาบาลแนะนำ และรู้จักบริหารความเครียด เป็นต้น

2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ หรืออยู่ชุมชนแออัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

3.รับประทานยากดภูมิคุ้มกันต้านทานให้ตรงเวลา สม่ำเสมอ ไม่ขาดยา มียาติดตัวตลอดเวลา

4.มีเพศสัมพันธ์ได้แต่ไม่ควรตั้งครรภ์

5.รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เป็นพิเศษ เพราะจะติดเชื้อง่าย เช่น กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

6.ควรตรวจสุขภาพฟันและช่องปากกับทันตแพทย์ทุก 3 เดือน เพราะช่องปากและฟันเป็นแหล่งเชื้อโรคสำคัญ

7.หากมีอาการติดเชื้อในร่างกาย เช่น ไข้ ไอ หายใจหอบเหนื่อย/หายใจลำบาก มีแผลมีหนอง ต้องรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยด่วน/ทันที/ฉุกเฉิน

มีข้อห้ามอะไรบ้างหลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ?

ข้อห้ามหลังการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ได้แก่

1.ห้ามลืมกินยาต่างๆที่แพทย์แนะนำ

2.ห้ามสัมผัสสัตว์เพราะมีโอกาสติดเชื้อง่าย

3.ห้ามเข้าไปในชุมชนแออัด เพราะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย

4.ห้ามใช้สิ่งเสพติด

ควรกินหรือไม่ควรกินอะไรบ้างหลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ?

ในเรื่องเกี่ยวกับอาหาร และการบริโภค ที่สำคัญ คือ

หลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่?

หลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด

การฟื้นตัวระยะแรก ผู้ป่วยแต่ละรายจะไม่เหมือนกัน ถ้าฟื้นตัวเร็ว หลังผ่าตัดได้ 3 เดือน ก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้

หลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมีบุตรได้หรือไม่?

หลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจสำหรับผู้ชายสามารถมีบุตรได้ แต่สำหรับผู้หญิง ไม่สมควร เนื่อง จากมีความเสี่ยงทั้งแม่และลูก กล่าวคือ แม่มีโอกาสหัวใจทำงานไม่ปกติ หากคลอดบุตรแม่จะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว และลูกมีโอกาสหัวใจพิการแต่กำเนิดกว่าประมาณ 10%

หลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจจะกลับมาเป็นโรคหัวใจอีกหรือไม่?

หลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ มีโอกาสกลับมาเป็นโรคหัวใจอีกครั้งได้เนื่องจาก หัวใจใหม่มัก จะมีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตามมา ซึ่งถ้าเป็นมาก จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจใหม่อีกครั้ง

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ก่อนวันนัด?

ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด หรือรีบด่วนฉุกเฉินขึ้นกับความรุนแรงของอาการ เมื่อ

สรุป

การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เป็นวิธีรักษาโรคหัวใจระยะสุดท้ายวิธีหนึ่ง การผ่าตัดไม่ยุ่งยาก ปัญหาหลักคือ หาหัวใจบริจาคได้ไม่พอกับความต้องการ

หลังผ่าตัด ผู้ป่วยต้องติดตามการรักษาโดยใกล้ชิดเพราะต้องให้ยากดภูมิคุ้มกันต้านทานตลอดชีวิตเพื่อไม่ให้ร่างกายปฏิเสธหัวใจใหม่ ซึ่งยากดภูมิคุ้มกันต้านทานเป็นยาที่มีผลข้าง เคียงมาก (เช่น ปัญหาต่อไต ต่อตับ และต่อความดันโลหิต เป็นต้น) จำเป็นต้องตรวจติดตามโดยใกล้ชิดสม่ำเสมอ

การวิจัยเพื่อหาแนวทางรักษาโดยใช้ หัวใจเทียม หรือหัวใจจากสัตว์บางชนิด เป็นอนาคตที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังดำเนินการพัฒนาอยู่

บรรณานุกรม

  1. Frank W. Sellke, Pedro J. del Nido , Scott J. Swanson. Sabiston & Spencer . Surgery of the chest. 8th edition 2010. P 1533-54
  2. Heart transplantationhttp://en.wikipedia.org/wiki/Heart_transplantation [2016,Sept10]
  3. Heart transplant http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/003003.html [2016,Sept10]
Updated 2016,Oct1


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน montreeza66666 falamrai
Frame Bottom