Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  เภสัชกรรม  มะเร็ง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

คลื่นไส้อาเจียนจากยาเคมีบำบัด  คลื่นไส้ในเอดส์ 

บทนำ

กัญชา(Cannabis หรือ Marijuana หรือ Marihuana) เป็นพืชจำพวกไม้ดอก มีแหล่งกำเนิดในแถบทวีปเอเชียกลางและเอเชียใต้ อาจจำแนกพืชสกุลกัญชาออกเป็น 3 ชนิด คือ Cannabis sativa, Cannabis indica, และ Cannabis ruderalis มนุษย์ใช้กัญชามาเป็นเวลานานทั้งในด้านที่นำมาเป็นยารักษาโรค และเสพเป็นสาร/ยาเสพติด ส่วนของต้นกัญชาที่มักนำมาใช้คือ ก้าน ใบ ดอก รวมถึงเมล็ดและน้ำมันจากเมล็ด สารสำคัญในกัญชาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท/สมอง คือ Tetrahydrocannabinol หรือจะย่อว่า THC ซึ่งมีอยู่หลายโครงสร้าง

จากการศึกษาการกระจายตัวของสาร THC ที่สกัดได้จากต้นกัญชาพบว่า การเสพกัญชาโดยการสูดดมควัน THC จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย 10–35% หากเสพโดยการกินและกลืนลงในระบบทางเดินอาหารการดูดซึมจะลดเหลือ 6–20% เมื่อ THC เข้าสู่กระแสเลือดจะเข้ารวมตัวกับพลาสมาโปรตีน 97–99% ก่อนที่ จะถูกส่งไปเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีที่ตับ ร่างกายต้องใช้เวลา 1.6–59 ชั่วโมง กำจัดปริมาณ THC ในกระแสเลือด 50% โดยผ่านทิ้งไปกับปัสสาวะและอุจจาระทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับวิธีการเสพกัญชานั่นเอง

เคยมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้นำ THC มาทดลองทางคลินิกโดยใช้รักษาหลายอาการโรค เช่น ลดอาการหดเกร็งและชักกระตุกของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด อาการของโรคทางกระเพาะปัสสาวะ รักษาอาการพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์และโรคลมชัก ซึ่งผลการตอบสนองของการรักษาเป็นไปในทิศทางที่ดี

อดีตที่ผ่านมา กัญชาถูกนำมาผสมกับอาหาร ด้วยมีฤทธิ์กระตุ้นให้อยาอาหารเพิ่มขึ้น ทางการแพทย์จึงเลือกใช้ THC ที่มีสูตรโครงสร้างเคมีที่ชื่อว่า Dronabinol มาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยโรคเอดส์ และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการทำเคมีบำบัด ทั้งนี้ ยา/สารDronabinol (ชื่อการค้า คือ Marinol) จะทำให้ลดอาการคลื่นไส้ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ และทำให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ดีขึ้น

ยังมีการนำ THC ไปใช้ลดความดันตากับผู้ป่วยด้วยโรคต้อหิน และใช้ลดอาการปวดจากปลอกประสาทอักเสบอีกด้วย แต่คงต้องรอบทสรุปทางคลีนิกในอนาคตอันใกล้นี้

หากจะเปรียบเทียบปริมาณผู้คนที่เคยเสพติดกัญชานั้นมีจำนวนมากมายทั่วโลกอย่างไม่น่าเชื่อ จะมีจำนวนเป็นรองก็แต่กลุ่มคนที่ติด สุรา กาแฟ และบุหรี่ เท่านั้น ด้วยฤทธิ์ของกัญชาที่ก่อให้เกิด การผ่อนคลาย รู้สึกสนุกสนาน เคลิบเคลิ้ม เป็นสุข ลดความวิตกกังวล จนมีผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์และติดกัญชาเป็นจำนวนมากนั้น

อาจขยายความเข้าใจเพิ่มเติมได้อีกว่า การเสพกัญชาเป็นเวลานานๆจะนำมาซึ่งสภาวะ ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง และก่อให้เกิดความผิดปกติของหัวใจ โดยทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว มีความผิดปกติทางสมองจนก่อให้เกิดอาการทางจิตประสาทตามมา ยิ่งเสพเป็นปริมาณมาก อาการก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และอาการที่แสดงให้เห็นถึงความทรมานจากการเสพกัญชานั้นมีมากมาย เช่น วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียน อย่างรุนแรง ปวดท้องมาก หรืออาจมีอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน ตัวบวม อึดอัดหายใจไม่ออก/หายใจลำบาก เป็นต้น

*****อนึ่ง สำหรับประเทศไทยเราจัดให้กัญชาอยู่ในหมวดยาเสพติดประเภทที่ 5 ห้ามมิให้ประชาชนมีไว้ครอบครองหรือเสพ อนุญาตให้ใช้ในสถาน พยาบาลเท่านั้น โดยเป็นรูปแบบสารสกัดของ THC ที่มีสัดส่วนแน่นอนและได้มาตรฐานเท่านั้น

กัญชามีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

กัญชา

ฤทธิ์ของการเสพกัญชาทำให้เกิดการผ่อนคลาย รู้สึกสนุกสนาน เคลิบเคลิ้ม เป็นสุข ลดความวิตกกังวล สาร Dronabinol / THCในกัญชาที่ถูกสกัดจะนำมาใช้เป็นยาบำบัดรักษาอาการดังต่อไปนี้ เช่น

กัญชามีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของสาร THC ในกัญชาคือ สาร THC จะเข้าจับกับตัวรับ(Receptor)ในสมองซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Cannabinoid receptor ซึ่งจะส่งผลต่อความจำ สติและความคิด รวมถึงความสมดุลในการเคลื่อนไหวของร่างกายและความอยาอาหาร นักวิทยาศาสตร์จึงได้นำกลไกการออกฤทธิ์ที่มีผลกระตุ้นความอยาอาหารและส่งผลลดอาการคลื่นไส้มาประยุกต์ใช้ทางคลินิกกับผู้ป่วยเอดส์และผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องใช้ยาเคมีบำบัด และ/หรือโรคมะเร็งระยะสุดท้าย

ยาสกัดจากกัญชามีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาสกัดจากกัญชามีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็น

  • ยาแคปซูลชนิดรับประทานขนาดบรรจุของ Dronabinol 2.5 5 และ 10 มิลลิกรัม/แคปซูล

ทั้งนี้ ในต่างประเทศมีการสกัดน้ำมันกัญชาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกัญชาดังนี้

  • ทิงเจอร์หยดเข้าใต้ลิ้น
  • บรรจุในแคปซูลนิ่ม (Softgelatin capsul) เพื่อรับประทาน
  • ใช้เป็นส่วนประกอบของโลชั่นและขี้ผึ้งเพื่อทาบรรเทาปวดตามร่างกาย

ยาสกัดจากกัญชามีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาสกัดจากกัญชามีขนาดรับประทานดังนี้ เช่น

ก. สำหรับกระตุ้นให้อยาอาหาร:

  • ผู้ใหญ่: รับประทานขนาด 2.5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร หากผู้ป่วยมีอาการข้างเคียง(ผลข้างเคียง)จากยานี้ สามารถลดขนาดรับประทานเป็น 2.5 มิลลิกรัม วันละครั้ง ก่อนอาหาร ขนาดรับประทานสูงสุดคือ 20 มิลลิกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน 4 ครั้ง/วัน

ข. สำหรับลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนจากเคมีบำบัด:

  • ผู้ใหญ่:ให้ผู้ป่วยรับประทานขนาด 5 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวของร่างกาย 1 ตารางเมตร ก่อนเข้ารับการทำเคมีบำบัด 1–3 ชั่วโมง หลังจากการทำเคมีบำบัดแล้วให้ยานี้กับผู้ป่วยทุกๆ 2–4 ชั่วโมง การให้ยากับผู้ป่วยมีความถี่อยู่ที่4–6 ครั้ง/วัน หากการตอบสนองของผู้ป่วยยังไม่ดีขึ้น ประกอบกับผู้ป่วยไม่มีอาการข้างเคียงจากยา สามารถเพิ่มขนาดการรับประทานต่อครั้งได้อีก2.5 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวของร่างกาย 1 ตารางเมตร หรือใช้ยาตามคำสั่งแพทย์

*อนึ่ง:

  • เด็ก: ยังไม่มีข้อมูลทางการศึกษาที่แน่ชัดถึงการใช้ยานี้ในเด็ก การใช้ยานี้ในเด็กจึงต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา
  • ควรรับประทานยานี้ก่อนอาหาร

*****หมายเหตุ: ขนาดยา และระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยา ควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาสกัดกัญชา ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

ยาสกัดจากกัญชามีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

สามารถพบผลไม่พึงประสงค์จากยา(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ของสารสกัดกัญชาที่ใช้ในรูปแบบของยารับประทานดังนี้ เช่น อารมณ์เปลี่ยน/อารมณ์แปรปรวน สับสน หัวใจเต้นเร็ว ประสาทหลอน สูญเสียความทรงจำ วิตกกังกล ตาพร่า หนาวสั่น เป็นลม เหงื่อออกมาก และอ่อนเพลีย เป็นต้น

มีข้อควรระวังการใช้กัญชาในรูปแบบของยาสกัดอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้กัญชาในรูปแบบของยาสกัดกัญชาดังนี้ เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา”ที่รวมถึง ยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมDronabinol จากกัญชาด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ(อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บhaamor.comบทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาสกัดจากกัญชามีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาสกัดจากกัญชามีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้ เช่น

ควรเก็บรักษายาสก้ดจากกัญชาอย่างไร?

ควรเก็บยาสกัดกัญชาดังนี้ เช่น

  • เก็บยาในช่วงอุณหภูมิ 8 – 15 องศาเซลเซียส(Celsius)
  • ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งตู้เย็น
  • เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสง/แสงแดด ความร้อนและความชื้น
  • เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่เก็บยาที่หมดอายุแล้ว
  • ไม่ทิ้งผลิตภัณฑ์จากกัญชาลงในคูคลองหรือแหล่งน้ำในธรรมชาติ

ยาสกัดจากกัญชามีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

สกัดกัญชาที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิต เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Marinol (มารินอล)Banner Pharmacaps, Inc.

งานวิจัยเกี่ยวกับกัญชามีอะไรบ้าง?

ในต่างประเทศได้มีการศึกษาการใช้สารสกัดจากกัญชาและนำออกสู่ท้องตลาดโดยอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายของประเทศนั้นๆ นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบคุณสมบัติของตัวยาสำคัญจากสารสกัดกัญชามีฤทธิ์ บรรเทาอาการเจ็บปวด ลดอาการอักเสบ ระงับการปวดเกร็ง/ปวดบีบ ลดอาการชักกระตุก ทำให้อยาอาหาร บรรเทาอาการคลื่นไส้-อาเจียน ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น รวมถึงฤทธิ์ในการอาจต้านเซลล์มะเร็ง การรวบรวมงานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับกัญชาและสารสกัดตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบันที่เผยแพร่ให้กับประชาชนตามเว็บไซด์ www.cannabis-med.org/studies/study.php มีดังนี้

อนึ่ง งานวิจัยของต่างประเทศอีกมากมาย ที่พยายามใช้สารสกัดจากกัญชามาเป็นยารักษาโรคต่างๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาลงในบทความนี้ได้หมด และ

ในปี พ.ศ.2561 ประเทศไทยโดยองค์การเภสัชกรรมได้เริ่มทำการวิจัยและพัฒนาสารสกัดจากกัญชาโดยผลิตน้ำมันกัญชาเพื่อนำมาใช้รักษาโรคต่างๆดังนี้

1. อาการคลื่นไส้ของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

2. บำบัดโรคลมชัก

3. รักษาโรคปลอกประสาทอักเสบ

4. ใช้บรรเทาอาการปวดที่รุนแรง

ทั้งนี้ ลักษณะและรูปแบบเภสัชภัณฑ์ของน้ำมันกัญชาจะเป็นยาหยอดเข้าใต้ลิ้น โดยองค์การเภสัชกรรมได้รับมอบกัญชาจำนวน 100 กิโลกรัม ซึ่งเป็นของกลางจากตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพื่อนำมาวิจัยและอาจผลิตเป็นน้ำมันกัญชาได้ 10–15 ลิตร (18,000 ขวด) ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการสาธารณสุข/วงการแพทย์ไทย

บรรณานุกรม

  1. http://en.wikipedia.org/wiki/Cannabis [2018,Oct13]
  2. http://en.wikipedia.org/wiki/Tetrahydrocannabinol#Appetite_and_taste [2018,Oct13]
  3. http://en.wikipedia.org/wiki/Medical_cannabis [2018,Oct13]
  4. http://teens.drugabuse.gov/educators/nida-teaching-guides/mind-over-matter/teachers-guide/marijuana/mechanism-action [2018,Oct13]
  5. http://teens.drugabuse.gov/educators/nida-teaching-guides/mind-over-matter/marijuana/marijuana-invades-brain [2018,Oct13]
  6. http://www.webmd.com/drugs/2/drug-9308/marinol-oral/details#uses [2018,Oct13]
  7. http://www.drugs.com/mtm/dronabinol.html [2018,Oct13]
  8. http://www.drugs.com/dosage/marinol.html [2018,Oct13]
  9. http://www.drugs.com/drug-interactions/dronabinol,marinol-index.html?filter=3&generic_only= [2018,Oct13]
  10. http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/meds/a607054.html#storage-conditions [2018,Oct13]
  11. http://www.fda.gov/ohrms/dockets/dockets/05n0479/05N-0479-emc0004-04.pdf [2018,Oct13]
  12. http://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2006/018651s025s026lbl.pdf [2018,Oct13]
  13. https://www.gpo.or.th/LinkClick.aspx?fileticket=vID97AXHXEg%3d&tabid=388&mid=1186&language=th-TH [2018,Oct13]
  14. https://www.gpo.or.th/Default.aspx?tabid=388&language=th-TH [2018,Oct13]
  15. https://www.cannabis-med.org/studies/study.php [2018,Oct13]
  16. https://tmc.or.th/pdf/02-files-05-02-2018.pdf [2018,Oct13]
  17. https://www.youtube.com/watch?v=AJWN4siMsaQ [2018,Oct13]
  18. https://www.gpo.or.th/LinkClick.aspx?fileticket=IfSuh2BT-FA%3d&tabid=388&mid=1186&language=th-TH [2018,Oct13]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน sirikul Pattharapol005 Sakesan sungnork Tom1996
Frame Bottom