Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ลืมชั่วคราว 

บทนำ

“ฉันมาทำอะไรบนเวทีนี้ และพวกเธอมาทำอะไรกัน ฉันงงหมดแล้ว” เหตุการณ์แบบนี้เกิด ขึ้นได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็ทำให้ผู้ที่มีอาการและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เกิดความตกใจและสับสนว่าเป็นอะไรไป เป็นอาการของโรคสมองเสื่อม หรืออาการของโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัมพาตหรือไม่ ซึ่งแพทย์เรียกลักษณะอาการแบบนี้ว่า “กลุ่มอาการลืมชั่วคราว (Transient amnesic syndrome)” เรามาทำความรู้จักความผิดปกตินี้กันดีกว่าครับ

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวคืออะไร?

กลุ่มอาการลืมชั่วคราว

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวคือ กลุ่มอาการที่ผู้ป่วยมีอาการลืมเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งในส่วนเหตุการณ์ปัจจุบันและเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งอาการเป็นขึ้นมาอย่างรวดเร็วและหายได้เองโดยไม่มีอาการผิดปกติอย่างอื่นๆเกิดร่วมด้วย

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวมีสาเหตุจากอะไร?

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวมีสาเหตุได้ 3 สาเหตุหลักคือ

1. Transient global amnesia (TGA) หรือกลุ่มอาการลืมเหตุการณ์ทั้งหมดชั่วคราว

2. Transient epileptic amnesia (TEA) หรือกลุ่มอาการลืมชั่วคราวเหตุจากการชัก

3. Psychogenic amnesia หรือกลุ่มอาการลืมชั่วคราวเหตุทางจิตเวช

อ่านคำอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อ “กลุ่มอาการลืมชั่วคราวมีลักษณะความผิดปกติอย่างไร?”

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวมีกลไกการเกิดได้อย่างไร?

กลไกการเกิดกลุ่มอาการลืมชั่วคราวยังไม่ทราบแน่ชัด โดยอาจเกิดจาก

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวพบบ่อยหรือไม่?

ไม่มีข้อมูลการศึกษาที่แน่ชัดถึงสถิติการเกิดกลุ่มอาการลืมชั่วคราว ในสหรัฐอเมริกาพบประมาณ 5.2 รายต่อประชากร 100,000 ราย แต่จะพบบ่อยในผู้มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปโดยพบสูงเป็น 5 - 10 เท่าของประชากรกลุ่มอื่นๆ พบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายในอัตราส่วนใกล้เคียงกัน

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวมีลักษณะความผิดปกติอย่างไร?

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวมีลักษณะความผิดปกติดังนี้

1. กลุ่มอาการ Transient global amnesia (TGA) หรือกลุ่มอาการลืมเหตุการณ์ทั้ง หมดชั่วคราว: เป็นกลุ่มอาการที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน พบบ่อยในผู้สูงอายุ มีอาการสูญ เสียความจำอย่างเฉียบพลัน จะสูญเสียความจำแบบไปข้างหน้าเป็นหลัก (Anterograde amne sia) คือไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นช่วงเกิดกลุ่มอาการฯได้ร่วมกับการสูญเสียความจำแบบย้อนหลัง (Retrograde amnesia) คือลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเกิดกลุ่มอาการนี้ไม่นาน เช่น ไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนที่จะเริ่มมีอาการครั้งนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นต้น และมักจะเรียกชื่อคนไม่ถูกจึงทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก ผู้ป่วยจึงมักถามซ้ำๆว่า มาทำอะไร ใครเป็นใคร อยู่ที่ไหน วันนี้วันอะไร และเมื่อบอกไปแล้วก็ยังจำไม่ได้ จึงถามซ้ำ แต่จะไม่สูญเสียความจำส่วนที่เกิดขึ้นมานานแล้ว (Remote memory) และพฤติกรรม ความรู้ ความสามารถอื่นๆ ปกติดี บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย อาการดังกล่าวจะเป็นอยู่ชั่วคราวไม่นานมากกว่า 4 - 6 ชั่วโมงและจะหายดีภายใน 24 ชั่วโมง และเมื่อหายดีก็จะจำเหตุการณ์ต่างๆได้ทั้งหมด แต่ก็ยังอาจจำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นช่วงเกิดอาการไม่ได้สมบูรณ์ และการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง(EEG) ในกรณีของ TGA นั้นจะไม่พบความผิดปกติ

2. กลุ่มอาการ Transient epileptic amnesia (TEA) หรือกลุ่มอาการลืมชั่วคราวเหตุจากการชัก: พบในผู้ป่วยวัยกลางคนถึงสูงอายุ มีอาการขึ้นมาทันทีในขณะเดินหรือทำกิจกรรม ส่วนใหญ่จะสูญเสียความจำทั้งส่วนไปข้างหน้า (Anterograde amnesia) และสูญเสียความจำส่วนย้อนหลัง (Retrograde amnesia) ไปมากกว่ากลุ่มอาการ TGA โดยอาจเสียความจำย้อน หลังไปเป็นหลายชั่วโมง เป็นวัน หรือเป็นเดือนก็ได้ ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ และอาการที่เกิดขึ้นเป็นอยู่ไม่นาน เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆน้อยกว่า 1 ชั่วโมง อาจพบร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆเช่น การถูมือไปมา (Hand automatism) การเคี้ยวปาก (Lip smacking) การได้กลิ่นผิด ปกติ (Olfactory hallucination) การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองจะพบความผิดปกติ และผู้ป่วยจะตอบสนองดีต่อยากันชักทั้งนี้กลุ่มอาการนี้เป็นการชักรูปแบบหนึ่ง จัดอยู่ในกลุ่มการชักแบบ Complex partial seizure ที่มีจุดกำเนิดจากสมองส่วน Temporal lobe (สมองกลีบขมับ)

3. กลุ่มอาการ Psychogenic amnesia (กลุ่มอาการลืมชั่วคราวเหตุทางจิตเวช): พบในกลุ่มวัยรุ่น อายุไม่มาก พบการสูญเสียความจำแบบรุนแรงแม้กระทั่งชื่อตนเอง ประวัติต่างๆ แต่การเรียนรู้เป็นปกติ ไม่มีการถามซ้ำ มักเกิดจากมีความเครียดอย่างรุนแรงในชีวิตเช่น ถูกให้ออกจากการเรียน หมดสภาพนักศึกษา และในกลุ่มอาการนี้การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองไม่พบความผิดปกติ

แพทย์วินิจฉัยกลุ่มอาการลืมชั่วคราวอย่างไรและอะไรเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการ?

แพทย์ให้การวินิจฉัยกลุ่มอาการลืมชั่วคราวจาก

ก. การสอบถามประวัติอาการของผู้ป่วยตามรายละเอียดอาการผิดปกติที่กล่าวในหัวข้อ “ลักษณะ ความผิดปกติเป็นอย่างไร” นอกจากนี้แพทย์จะสอบถามประวัติทางการแพทย์อื่นที่มีความสำคัญเพิ่มเติมได้แก่

  • ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการ: เช่น การสัมผัสอุณหภูมิเย็นๆเช่น การลงแช่น้ำเย็นมาก การมีเพศสัมพันธ์ การออกกำลังกายหนักๆ ความเจ็บปวด และการทำ Valsalva maneuver (เบ่งหายใจออกโดยปิดปากปิดจมูกเช่น เบ่งอุจจาระ) เป็นต้น โดยปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้ทำให้เกิดการเพิ่มการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเทติก (Sympathetic activity) หรือเพิ่มความดันในช่องอก (Intrathoracic pressure) ทำให้เกิดความดันย้อนกลับไปยังหลอดเลือดดำชื่อ จูกูล่าร์ (Jugular venous system) ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปที่สมองลดลงและเกิดการคั่งของเลือดดำบริเวณสมองส่วนความจำ
  • ประวัติการใช้ยานอนหลับและการดื่มแอลกอฮอล์: การใช้ยานอนหลับ Midazolam ที่แพทย์ให้ก่อนการผ่าตัด การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักจนเกิดอาการลืมชั่วคราวที่เรียกว่า “Blackout” ที่มักเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการ TEA
  • ประวัติการมีความเครียดหรือความผิดหวังอย่างรุนแรงที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการ Psychogenic amnesia

ข. การตรวจร่างกายทั่วไปมักไม่พบความผิดปกติ

ค. การตรวจร่างกายทางระบบประสาท: มักไม่พบความผิดปกติอย่างอื่นยกเว้นการสูญเสียของความจำเท่านั้น

ง. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองก็ไม่พบความผิดปกติ, การตรวจเลือดต่างๆก็ไม่พบความผิดปกติ

ทั้งนี้แพทย์วินิจฉัยยืนยันว่าเป็นกลุ่มอาการลืมชั่วคราว TGA โดยการวินิจฉัยดังกล่าวข้างต้นร่วมกับวินิจฉัยเพิ่มเติมตามเกณฑ์วินิจฉัยที่ได้แนะนำโดย Hodges และ Warlow (ประสาทแพทย์ชาวอังกฤษ) ที่ได้เสนอเกณฑ์การวินิจฉัย 7 ข้อในการให้การวินิจฉัยกลุ่มอาการลืมชั่ว คราว TGA ได้แก่

1. ต้องมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ที่สามารถเล่าประวัติอาการที่เกิดขึ้นที่เชื่อถือได้

2. ผู้ป่วยมีการสูญเสียความจำแบบไปข้างหน้า (Anterograde amnesia) ในระหว่างเกิดอาการ

3. ผู้ป่วยต้องรู้สติดี ไม่มีอาการง่วงซึม และต้องรู้ว่าตนเองคือใคร และต้องไม่มีการพูดสับสน พูดจาชัดเจน

4. แพทย์ไม่ควรตรวจพบความผิดปกติอื่นๆทางระบบประสาทในระหว่างและหลังเกิดอาการ

5. ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่แสดงว่าผู้ป่วยมีการชักเกร็งกระตุก

6. อาการหายเองภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง

7. ไม่มีประวัติอุบัติเหตุกระทบกระแทกศีรษะในช่วงใกล้กับการเกิดอาการ หรือมีประวัติโรคลมชักที่ควบคุมไม่ได้ รวมถึงสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการลืมเช่น โรคสมองเสื่อม

ส่วนการวินิจฉัยกลุ่มอาการลืมชั่วคราว TEA นั้นนอกจากดังกล่าวในตอนต้นแล้ว ต้องมีรายละเอียดของอาการที่ชัดเจนดังกล่าวในหัวข้อ ลักษณะความผิดปกติและมีประวัติเป็นๆหายๆ ที่ต่างจากกลุ่มอาการลืมชั่วคราว TGA ที่มักจะไม่เป็นซ้ำ โดยกลุ่มอาการฯ TEA มีเกณฑ์การวินิจฉัยดังนี้

1. มีประวัติความผิดปกติที่ชัดเจน ถ้าจะให้แม่นยำควรต้องมีผู้เห็นเหตุการณ์นั้นบอกเล่าประวัติด้วย

2. มีความผิดปกติด้านความจำเพียงอย่างเดียวโดยหน้าที่อื่นๆไม่มีอาการผิดปกติ ยกเว้นพบลักษณะของการเคลื่อนไหวผิดปกติที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Automatism) ดังได้กล่าวข้างต้นในหัวข้อ ลักษณะความผิดปกติ

3. มีหลักฐานทางการแพทย์ที่แน่ชัดเช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองพบความผิดปกติที่เรียกว่า "คลื่นชัก (Seizure wave)”, พบลักษณะ Automatism และผู้ป่วยจะตอบสนองดีต่อยากันชัก

ส่วนการวินิจฉัยกลุ่มอาการลืมชั่วคราวจากเหตุจิตเวช Psychogenic amnesia การวินิจฉัยที่ช่วยยืนยันเพิ่มเติมจากการวินิจฉัยกลุ่มอาการโดยรวมที่กล่าวในตอนต้นคือ มีเหตุหรือปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจนทางด้านอารมณ์/จิตใจเช่น เครียดมากหรือผิดหวังรุนแรง

*อนึ่ง

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

กรณีที่ผู้ป่วยเกิดกลุ่มอาการลืมชั่วคราวทุกครั้งควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลทุกครั้ง เพราะมีสาเหตุที่ต้องแยกโรคหลายประการเช่น สมองเสื่อมหรือโรคหลอดเลือดสมอง

การรักษากลุ่มอาการลืมชั่วคราวทำอย่างไร?

แนวทางการรักษากลุ่มอาการลืมชั่วคราวได้แก่

ก. การรักษากลุ่มอาการลืมชั่วคราว TGA: ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาอะไรเพราะอาการต่างๆหายเองได้ และส่วนใหญ่หายเป็นปกติไม่มีความผิดปกติเหลืออยู่ จึงมีการพยากรณ์โรคที่ดีและมักไม่เกิดเป็นซ้ำ

ข. การรักษากลุ่มอาการลืมชั่วคราว TEA: จะให้การรักษาที่สาเหตุชัก แพทย์จึงต้องตรวจหาสาเหตุและยืนยันว่าอาการลืมชั่วคราวนั้นเกิดจากอาการชัก รักษาด้วยยากันชัก และแก้ไขสาเหตุ

ค. การรักษากลุ่มอาการลืมชั่วคราวเหตุจากจิตเวช: ต้องแก้ไขรักษาที่สาเหตุทาง ด้านอารมณ์/จิตใจ และการรักษาทางจิตวิทยาจากจิตแพทย์

การรักษากลุ่มอาการลืมชั่วคราวต้องติดตามระยะยาวหรือไม่?

การรักษากลุ่มอาการลืมชั่วคราวแพทย์จะต้องติดตามรักษาระยะยาวหรือไม่นั้นขึ้นกับกลุ่มอาการเช่น

ก. กลุ่มอาการลืมชั่วคราว TEA ต้องรักษาระยะยาวตาธรรมชาติของโรคลมชัก แนะนำ อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง โรคลมชัก

ข. กลุ่มอาการลืมชั่วคราว TGA นั้นมักไม่เป็นซ้ำจึงไม่มีความจำเป็นในการรักษาระยะยาว ยกเว้นผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการหลอดเลือดสมองขาดเลือดชั่วคราว (Transient ischemic attack: TIA) แนะนำอ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง สมองขาดเลือดชั่วคราว (Transient ischemic attack)

ค. กลุ่มอาการลืมชั่วคราวเหตุจากจิตเวชนั้นต้องรักษากับจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อใด?

ผู้ป่วยกลุ่มอาการลืมชั่วคราวควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ป้องกันกลุ่มอาการลืมชั่วคราวได้ไหม?

การป้องกันกลุ่มอาการลืมชั่วคราวยังไม่มีการศึกษาระบุถึงวิธีที่ได้ผลขัดเจน แต่จากกลไกการเกิดโรค/กลุ่มอาการนี้พบว่า การหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆเหล่านี้คือ ความเครียด, การใช้ยานอนหลับ และการดื่มแอลกอฮอล์หนัก จะป้องกันได้ระดับหนึ่ง

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวมีผลข้างเคียงไหม?

ผลข้างเคียงจากกลุ่มอาการลืมชั่วคราวได้แก่

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

กลุ่มอาการลืมชั่วคราวนั้นเป็นอาการที่ไม่ได้ร้ายแรงและไม่ใช่โรคสมองเสื่อม ไม่ใช่โรคหลอดเลือดสมอง โรคอัมพาต จึงไม่ต้องกังวล ซึ่งโดยทั่วไป

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเป็นกลุ่มอาการลืมชั่วคราว?

โดยทั่วไปการดูแลตนเองเมื่อมีกลุ่มอาการลืมชั่วคราวได้แก่

  • กลุ่มอาการฯTGA: ผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตนเองได้เพราะจำอะไรไม่ได้ ผู้ที่พบเห็นควรพาผู้ป่วยพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล และคอยพูดคุยให้กำลังใจ อธิบายสิ่งต่างๆให้ผู้ป่วยฟัง ไม่เบื่อหน่ายและตกใจเพราะจะทำให้ผู้ป่วยมีความกังวลใจมากยิ่งขึ้น
  • กลุ่มอาการฯTEA: การดูแลตนเองคือ ผู้พบเห็นควรพาผู้ป่วยพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล และคอยให้กำลังใจเช่นเดียวกันกับการดูแลผู้ป่วยกลุ่มอาการ TGA และต้องคอยแนะนำให้หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นและทานยารักษาให้สม่ำเสมอ
  • กลุ่มอาการฯ Psychotic amnesia: การดูแลตนเองคือ การพาผู้ป่วยพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล คอยให้กำลังใจ อธิบายเหตุการณ์ ค่อยๆทบทวนเรื่องราวต่างๆให้ผู้ป่วยทราบ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นและให้ออกห่างจากสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมีกลุ่มอาการดังกล่าว

อนึ่งทั้ง 3 กลุ่มอาการลืมชั่วคราวนั้นการดูแลตนเองที่สำคัญคือ ผู้ป่วยต้องหลีกเลี่ยงความเครียด การอดนอน การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยานอนหลับ และควรรักษาสุขภาพกายสุขภาพจิตให้แข็งแรงด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) รวมถึงการออกกำลังกายสม่ำเสมอตามควรกับสุขภาพ



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน worry123 iceice2003 Jeeravat
Frame Bottom