Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ผลข้างเคียงจากยาที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ 

บทนำ

นอกจากประโยชน์ด้านการรักษาโรคแล้วนั้น ยาต่างๆก็สามารถก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาหรือผลข้างเคียง/อาการข้างเคียงจากยาได้ ซึ่งลักษณะอาการมีความแตกต่างกันไปตามชนิดของยาและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของยานั้นๆ

ยาในกลุ่มยาเคมีบำบัด และยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน/ระบบภูมิต้านทาน/ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายบางชนิด สามาถกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ ที่ทำให้ร่างกายตอบสนองในลักษณะคล้ายกับอาการของคนเมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ตากล้ามเนื้อ เป็นต้น ที่เรียกว่า “กลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ (Flu like syndrome) หรือ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่(Flu like symptom)” ซึ่งพบว่าอาการข้างเคียงเหล่านี้ มีความสัมพันธ์กับขนาดของตัวยาที่ได้รับ และเมื่อได้รับยานั้นๆต่อเนื่อง ความรุนแรงของอาการก็จะค่อยๆลดน้อยลง

อย่างไรก็ดี ผู้ใช้ยาทที่อาจก่อให้เกิดกลุ่มอาการนี้ควรมีความเข้าใจ เพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้ และเข้าพบแพทย์/มาโรงพยาบาลหากอาการต่างๆนั้นไม่ทุเลาลง หรือมีความรุนแรงมากขึ้น

กลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่มีสาเหตุมาจากอะไร?

กลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่

กลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เป็นกลุ่มอาการที่เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาเคมีบำบัดหรือยาบางชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น สารปรับภูมิคุ้มกันร่างกาย ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของกลุ่มอาการ แต่เชื่อว่าการที่ร่างกายได้รับยาเคมีบำบัดหรือยาที่ก่อผลข้างเคียงนี้ จะสามารถไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดการตอบสนองทีมีลักษณะคล้ายคลึงกับการเกิดไข้หวัดใหญ่

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่?

ยาบางขนาน/บางชนิดที่อาจเป็นสาเหตุในการกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น

ก. ยาอินเตอร์ลิวคิน 2 (Interleukin-2) ยาอินเตอร์เฟอรอน (Interferon)

ข. ยาในกลุ่มโคโลนีสติมิวเลตทิงแฟกเตอร์ (Colony-stimulating factors)

ค. ยาในกลุ่มโมโนโคลนอลแอนตีบอดี (Monoclonal Antibodies)

ง. ยาเคมีบำบัด เช่น ยาบลีโอมัยซิน (Bleomycin) ยาคลาดรีบีน (Cladribine) ยาไซทาราบีน (Cytarabine) ยาดาคาร์บาซีน (Dacarbazine) ยาฟลูออโรยูราซิล (Fluorouracil) ยาแอล-แอสพาราจีเนส (L-asparaginase) ยาโพรคาร์บาซีน (Procarbazine) และยาไทรมีเทร็กเซต (Trimetrexate)

กลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่มีอาการอย่างไร?

อาการของ กลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ จะมีคล้ายคลึงกับอาการจากโรคไข้หวัดใหญ่ เช่น อาการมีไข้ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับช่วงการได้รับยานั้นๆ หนาวสั่น ซึ่งส่วนมากจะเกิดขึ้นก่อนการมีไข้ และจะเกิดกับร่างกายส่วนบนก่อน ปวดกล้ามเนื้อและข้อ ปวดกระดูก ปวดศีรษะ ตาไวต่อแสงอย่างผิดปกติหรือมีอาการมองเห็นได้ไม่ขัด ความอยาอาหารลดลง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย มีน้ำมูกไหล (ส่วนมากจะใส) ไอแห้งๆ และมีอาการเหนื่อยล้า

อาการส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะมีความสัมพันธ์กับขนาดยาเคมีบำบัด หรือขนาดยาที่ออกฤทธิ์ต่อภูมิคุ้มกันที่ได้รับ นั่นหมายความว่า หากได้รับยาในปริมาณมากกว่า แนวโน้มความรุนแรงของอาการจะมีมากกว่า

อนึ่ง ผู้ป่วยอาจจะไม่แสดงอาการทุกอาการที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น และโดยส่วนมาก เมื่อผู้ป่วยได้รับยาต่างๆที่เป็นสาเหตุในครั้งแรกและได้เกิดกลุ่มอาการนี้จะมีความรุนแรงมากกว่า เมื่อมีการให้ยานั้นๆในครั้งต่อๆไป คือความรุนแรงของกลุ่มอาการนี้จะน้อยลง ทั้งนี้โดยทั่วไป อาการเหล่านี้จะหายไปเองได้เมื่อหยุดใช้ยานั้นๆ

ควรพบแพทย์เมื่อไร?

หากผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาเคมีบำบัดหรือยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และเกิดอาการคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ ควรเข้าพบแพทย์/มาโรงพยาบาล เช่น

แพทย์วินิจฉัยกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร?

แพทย์สามารถวินิจฉัยกลุ่มอาการนี้ได้จากทางคลินิก ได้แก่ อาการผู้ป่วยที่ร่วมกับประวัติการใช้ยาต่างๆโดยเฉพาะยาเคมีบำบัด และยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ที่รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างช่วงการให้ยานั้นๆและช่วงของการเกิดกลุ่มอาการนี้ และการตรวจร่างกาย

สามารถรักษากลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร?

การรักษากลุ่มอาการคล้ายไข้วัดใหญ่ โดยทั่วไปเป็นการรักษาประคับ ประคองตามอาการที่ผู้ป่วยเป็น เช่น การให้ยาแก้ท้องเสียในผู้ป่วยที่เกิดอาการท้องเสีย การให้ยาแก้ปวด/ ยาลดไข้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหรือมีไข้ หรือการให้ยาแก้อาเจียนในผู้ป่วยที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น

การพยากรณ์โรคของกลุ่มอาการนี้เป็นอย่างไร? มีผลข้างเคียงจากกลุ่มอาการนี้ไหม?

การพยากรณ์โรค/ความรุนแรงของกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งจาก ตัวผู้ป่วยเอง ชนิดของยา ขนาดของยาที่ได้รับ และ ความรุนแรงของแต่ละอาการ

โดยส่วนใหญ่แล้วนั้น กลุ่มอาการนี้ ไม่ได้มีความรุนแรงมาก และอาการส่วนใหญ่จะมีความรุนแรงน้อยลงในการให้ยานั้นๆครั้งต่อไป และมักหายได้เองเมื่อหยุดใช้ยานั้นๆ

สามารถดูแลตนเองและป้องกันกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร?

สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการดูแลรักษาที่รวมถึงการดูแลตนเองคือ ผู้ป่วยต้องมีความเข้าใจในแผนการรักษาของแพทย์ อาการข้างเคียงของยาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น เมื่อใดที่ผู้ป่วยสามารถเฝ้าระวังดูแลตนเองได้ และเมื่อใดควรที่ผู้ป่วยควรต้องรีบเข้าพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนแพทย์นัด ดังนั้น ผู้ป่วยควรพูดคุยปรึกษากับ แพทย์ พยาบาล หากมีข้อสงสัยในการดูแลรักษา เพื่อให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดตัวผู้ป่วยเอง

หากผู้ป่วยเกิดอาการเหล่านี้เพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองเบี้องต้นได้ดังนี้ เช่น

ก. อาการไข้ อาการปวดตัว/ปวดกล้ามเนื้อ: คือการกินยาลดไข้ ยาแก้ปวดพื้นฐานทั่วไป เช่น Acetaminophen/ Paracetamol

ข. ท้องเสีย: ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วเมื่อไม่มีโรคต้องจำกัดน้ำดื่ม รับประทานอาหารอ่อน นุ่ม ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทอด อาหารมัน ผักสด ผลไม้ดิบ อาหารที่มีรสจัด อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีแก๊ส นม หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน/กาเฟอีน ผู้ป่วยอาจซื้อยาแก้ท้องเสียมาทานเองเพื่อบรรเทาอาการได้แต่ต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรเพื่อให้ทราบถึงประวัติการใช้ยาต่างๆของผู้ป่วยก่อนใช้ยาแก้ท้องเสียนั้นๆ

ค.น้ำมูกไหล: ดื่มน้ำให้พียงพอ อาจใช้เครื่องช่วยทำให้อากาศชุ่มชื้น (humidifier) ด้วยก็ได้ หากต้องการซื้อยาทานเองเพื่อบรรเทาอาการ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ง. อาการไอ: หากผู้ป่วยสูบบุหรี่ ควรต้องเลิกบุหรี่ การใช้เครื่องช่วยให้อากาศชุ่มชื้นอาจช่วยบรรเทาอาการได้ แต่หากต้องการใช้ยาบรรเทา/ยาแก้ไอ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนเสมอ โดยการให้ประวัติการใช้ยาต่างๆที่ครบถ้วน และแจ้งอาการให้ละเอียด เช่น ไอย่างไร ไอแห้งๆ หรือไอแบบมีเสมหะ มีสิ่งใดกระตุ้นการไอหรือไม่ เวลาไอมีเลือดปนหรือไม่ มีไข้ร่วมด้วยหรือมีอาการหายใจไม่ออกร่วมด้วยหรือไม่ เป็นต้น

จ. เหนื่อยล้า: ผู้ป่วยที่เกิดกลุ่มอาการนี้อาจเกิดความเหนื่อยล้า การอ่อนแรงได้จากการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและครบหมวดหมู่ของอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอ ปรึกษาแพทย์ พยาบาลถึงวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม วางแผนการทำงาน ผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด

ฉ. อื่นๆ: ควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลเมื่อมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ ” ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?”

บรรณานุกรม

  1. Chemocare. Flu-like Syndrome. http://chemocare.com/chemotherapy/side-effects/flulike-syndrome.aspx [2018,May5]
  2. Comprehensive Cancer Center. http://cancer.unm.edu/cancer/cancer-info/cancer-treatment/side-effects-of-cancer-treatment/less-common-side-effects/cold-or-flu-illness/flu-like-syndrome/ [2018,May5]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน sirikul
Frame Bottom