แอสเบสโตสิส โรคปอดจากแร่ใยหิน (Asbestosis)

สารบัญ บทความที่เกี่ยวข้อง

บทนำ:คือโรคอะไร? พบบ่อยไหม?

โรคแอสเบสโตสิส (Asbestosis)คือ โรคปอดเรื้อรังจากเนื้อเยื่อปอดเกิดพังผืดเรื้อรังรุนแรง ที่เกิดจากการสูดดมแร่ใยหิน(Asbestos)เข้าสู่ปอดในปริมาณสูง และ/หรืออย่างต่อเนื่อง โดยอาการของโรคมักพบหลังการหายใจเอาฝุ่นแร่นี้เข้าไปนานอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่จะประมาณ 20-30 ปีขึ้นไป

โรคแอสเบสโตสิส เป็นโรคของผู้ใหญ่ มักพบในวัยกลางคนขึ้นไป พบในผู้ชายบ่อยกว่าในผู้หญิง ซึ่งเชื่อว่ามาจากการงานอาชีพของผู้ชาย เช่น การทำเหมืองแร่ หรืองานในอุตสาหกรรมต่างๆที่นำแร่ใยหินมาใช้ เช่น อุตสาหรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า การก่อสร้างอาคาร บ้านเรื่อน เครื่องใช้ในครัวเรือน เป็นต้น ทั้งนี้สถิติการเกิดโรคนี้ทั่วโลกยังไม่มีการศึกษาชัดเจนรวมถึงในสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก รายงานว่าในปี ค.ศ. 2014 ทั่วโลกมีประชากรที่ได้รับฝุ่นแร่แอสเบสโตสประมาณ 125ล้านคน ประมาณ 107,000 คน เสียชีวิตจากโรคปอดที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นแร่แอสเบสโตส และประมาณ 1,523,000คน เจ็บป่วยเรื้อรังจากโรคที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นแร่นี้

แอสเบสโตสิสเกิดได้อย่างไร?

แอสเบสโตสิส

โรคแอสเบสโตสิส เกิดจากการสูดหายใจเอาแร่ใยหินเข้าสู่ปอดอย่างต่อเนื่อง หรือในปริมาณสูง ซึ่งแร่ใยหินเมื่อถูกสูดดดม จะเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อปอด และจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ(ชนิดไม่ใช่จากติดเชื้อ)ต่อเนื่องของเนื่อเยื่อปอดในทุกๆส่วนของปอดทั้ง 2 ข้าง และร่างกายจะตอบสนองต่อการอักเสบนั้นด้วยการก่อให้เกิดเป็นพังผืดขึ้นในเนื้อเยื่อปอดที่เกิดการอักเสบนี้

เนื้อเยื่อปอดที่เกิดเป็นพังผืด จะส่งผลให้เนื้อเยื่อปอดไม่สามารถขยายตัวทำงานหายใจเอาก๊าซที่ดีจากอากาศคือ ออกซิเจน เข้าไปแลกเปลี่ยนกับก๊าซเสียของร่างกาย/ในหลอดเลือดคือ คาร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลให้เนื้อเยื่อปอดพยายามทำงานมากขึ้น เกิดเป็นอาการหอบเหนื่อยหรือหายใจลำบาก เพื่อให้ร่างกายหายใจได้ออกซิเจนที่เพียงพอต่อการทำงานของทุกเนื้อเยื่อของร่างกาย

กระบวนการอักเสบของเนื้อเยื่อปอด ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เซลล์เนื้อเยื่อปอดเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็งปอด ซึ่งโอกาสเกิดมะเร็งปอดจะยิ่งสูงมากขึ้นไปอีกถ้าคนนั้นสูบบุหรี่ร่วมด้วย

นอกจากการเกิดมะเร็งปอด แร่ใยหิน ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เซลล์เยื่อหุ้มปอดเกิดการเปลี่ยนแปลงกลายไปเป็นก้อนเนื้อ ที่เรียกว่า “Pleural plaque” ที่มักจะตรวจพบได้จาก ซีทีสแกน/CT scan/ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ภาพปอด ซึ่งใช้เป็นตัวช่วยวินิจฉัยว่า ‘ปอดเป็นโรคที่เกิดจากแร่ใยหิน หรือ โรคแอสเบสโตสิส’

แร่ใยหิน ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เซลล์เยื่อหุ้มปอดเปลี่ยนไปเป็นเซลล์เนื้องอกหรือเป็นเซลล์มะเร็งเยื่อหุ้มปอด ที่เรียกว่า “มีโซทีลิโอมา (Mesothelioma หรือ Malignant mesothelioma)” และรวมไปถึงการเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดมะเร็งในอวัยวะอื่นๆที่มีโอกาสสัมผัสกับแร่ใยหินเรื้อรัง เช่น มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งไต มะเร็งระบบท่อน้ำดี มีโซทีลิโอมาของช่องท้อง/เยื่อบุช่องท้อง

นอกจากนั้น การอักเสบของเนื้อเยื่อปอดและของเยื่อหุ้มปอด ยังอาจส่งผลให้เกิด ภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด แต่โดยทั่วไปพบเกิดปริมาณน้ำได้ไม่มาก แต่ถ้าเกิดมีปริมาณน้ำมาก จะก่อให้เกิดอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก จากปอดขยายตัวไม่ได้จากมีน้ำกดทับอยู่

แอสเบสโตสิสมีอาการอย่างไร?

อาการที่พบบ่อยในโรคแอสเบสโตสิส ได้แก่

  • เจ็บหน้าอก ซึ่งเจ็บได้ในทุกตำแหน่งของปอดทั้ง 2 ข้าง และอาการเจ็บฯอาจสัมพันกับการหายใจหรือไม่ก็ได้
  • แน่นหน้าอก อาจข้างเดียว หรือทั้ง 2 ข้างของปอด
  • ไอเรื้อรัง อาจไอมีเสมหะ(ถ้าไม่มีการติดเชื้อในปอดร่วมด้วย เสมหะจะเป็นสีขาว) หรือไอแห้งๆ(ไอไม่มีเสมหะ) และอาจไอเป็นเลือดเมื่อเกิดมะเร็งปอดร่วมด้วย
  • หายใจลำบาก
  • นิ้วมือ นิ้วเท้า และเล็บ มีลักษณะผิดปกติที่เกิดจากเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน คือ ข้อปลายสุดของนิ้ว/เล็บจะมีลักษณะเป็นรูปกลมคล้ายถ้วย เรียกว่า “Clubbing finger”

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

เมื่อมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ อาการ ควรต้องรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ โดยเฉพาะในผู้มีประวัติสัมผัสหรือเคยสัมผัสแร่ใยหิน เช่น ทำงานในเหมืองแร่

แพทย์วินิจฉัยแอสเบสโตสิสอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคแอสเบสโตสิส ได้จาก

  • การซักถามประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วย ที่สำคัญ เช่น ประวัติอาการ ประวัติการงาน อาชีพ การสัมผ้สแร่ใยหินทั้งในอดีตและในปัจจุบัน
  • การตรวจร่างกาย
  • การตรวจฟังเสียงการหายใจจากหูฟังที่จะพบว่า การหายใจมีเสียงที่ผิดปกติ
  • การเอกซเรย์ภาพปอด อาจร่วมกับ ซีทีสแกน/ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด
  • การตรวจประสิทธิภาพการทำงานของปอด(Pulmomary function test)
  • ในบางครั้งเมื่อประวัติสัมผัสแร่ใยหินไม่ชัดเจน อาจต้องมีการตรวจสืบค้นเพิ่มเติมตามดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา เช่น
    • การส่องกล้องปอด และ
    • ตัดชื้นเนื้อจากเนื้อเยื่อปอด/รอยโรค เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาแอสเบสโตสิสอย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาโรคแอสเบสโตสิสให้หายได้ แนวทางการรักษาโรคแอสเบสโตสิส คือ

  • การหยุดการได้รับแร่ใยหิน
  • หยุด/เลิกบุหรี่
  • และการรักษาตามอาการ ซึ่ง ที่สำคัญ คือ
    • การสูดดมออกซิเจน ทีต้องฝึกการให้ออกซิเจนที่บ้านจนเข้าใจดี จาก แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
    • การพักผ่อน งดการออกแรง
    • กายภาพฟื้นฟูปอดตาม แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด แนะนำตลอดไป
    • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ)เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ลดโอกาสเกิดโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
    • รู้จักการใช้หน้ากากอนามัย
    • กินอาหารมีประโยชน์ห้าหมู่ ร่วมกับการออกกำลังกายตามควรกับสุขภาพ ทุกวันเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ลดโอกาสติดเชื้อต่างๆ
    • กินยาต่างๆเพื่อบรรเท่าอาการตามแพทย์แนะนำ เช่น ยาแก้ไอ ยาขับเสมหะ ยาละลายเสมหะ
    • ฉีดวัคซีนต่างๆตามแพทย์ผู้รักษาแนะนำเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่
    • ในที่สุด ถ้ามีความพร้อมทั้ง ด้านวิทยาการทางการแพทย์ ร่างกาย และเศรษฐกิจ คือ การผ่าตัดเปลี่ยนปอด

แอสเบสโตสิสมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

โรคแอสเบสโตซิส มีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี เป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่การรักษาจะช่วยบรรเทาความรุนแรงของอาการ และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิต คือ

  • ภาวะหายใจล้มเหลว
  • และภาวะหัวใจล้มเหลว

ทั้งนี้ การพยากรณ์โรคยังขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น

  • ความรุนแรงของอาการ
  • อายุผู้ป่วย
  • โรคร่วม/โรคประจำตัวของผู้ป่วย
  • การเกิดผลข้างเคียง เช่น การเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เป็นต้น

มีผลข้างเคียงจากแอสเบสโตสิสอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากโรคแอสเบสโตสิส ที่สำคัญ คือ

  • ปอดอักเสบติดเชื้อ
  • และการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ โดยเฉพาะ มะเร็งปอด หรือ มะเร็งเยื่อหุ้มปอด/มะเร็งมีโซทีลิโอมา(Mesothelioma)

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเกิดแอสเบสโตสิส ?

การดูแลตนเองที่บ้านเมื่อเป็นโรคแอสเบสโตสิส ได้แก่

  • ปฏิบัติตาม แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด แนะนำ
  • ฝึกการใช้ออกซิเจนที่บ้านจนสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง จากแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ถ้าสงสัย ไม่เข้าใจต้องสอบถาม ปรึกษาจนมั่นใจในการใช้งาน
  • กินยาตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน ไม่ขาดยา ไม่หยุดยาเอง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดการออกแรง
  • รู้จักใช้หน้ากากอนามัย
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน(สุขบัญญัติแห่งชาติ)
  • กินอาหารมีประโยชน์ห้าหมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน
  • ออกกำลังกายตามควรกับสุขภาพ สม่ำเสมอ ทุกวัน
  • ฉีดวัคซีนต่างๆ ตามแพทย์ผู้รักษาแนะนำ
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร์?

เมื่อเป็นโรคแอสเบสโตสิส ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด เมื่อ

  • อาการต่างๆเลวลง เช่น หายใจลำบาก หรือ ไอ มากขึ้น
  • มีอาการใหม่เกิดขึ้น เช่น ไอเป็นเลือด กลืนลำบาก จากที่ไม่เคยมีอาการมาก่อน
  • อาการที่รักษาหายไปแล้ว กลับมามีอาการอีก เช่น มีไข้
  • กังวลในอาการ

ป้องกันแอสเบสโตสิสอย่างไร?

การป้องกันโรคแอสเบสโตสิส คือ

  • หลีกเลี่ยงการสูดหายใจแร่ใยหินในชีวิตประจำวัน เช่น เลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างบ้านที่ปราศจากแร่ใยหิน
  • ถ้าต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับแร่ใยหิน ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ การแนะนำในการปฏิบัติงาน รวมไปถึงการสวมใส่เครื่องป้องกันการสูดหายใจเอาแร่ใยหินเข้าสู่ปอด
  • เมื่อทำงานที่เกี่ยวข้องกับแร่ใยหิน ควรต้องตรวจสุขภาพประจำปีสม่ำเสมอพร้อมแจ้งแพทย์ให้ทราบ เพื่อมีการตรวจประสิทธิภาพการทำงานของปอดสม่ำเสมอ เพื่อสามารถหยุดการได้รับแร่ใยหินในระดับอันตรายได้แต่เนิ่นๆ
  • เลิกบุหรี่ ไม่สูบบุหรี่ เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เนื้อเยื่อปอดเกิดพังผืดได้สูงขึ้น และยังเป็นตัวเพิ่มปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดมะเร็งปอดด้วย

บรรณานุกรม

  1. O’Reilly,K. et al.(2007). Am Fam Physician. 75, 683-690
  2. Roggli,V. et al.(2010). Arch Pathol Lab Med. 134,462-480
  3. https://emedicine.medscape.com/article/295966-overview#showall[2019,Sept7]
  4. https://www.nhs.uk/conditions/asbestosis/ [2019,Sept7]
  5. https://en.wikipedia.org/wiki/Asbestosis[2019,Sept7]
  6. https://www.who.int/ipcs/assessment/public_health/asbestos/en/[2019,Sept7]