ริดสีดวงจมูก (Nasal polyp)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทนำ

ริดสีดวงจมูก (Nasal polyp) คือ ก้อนเนื้อที่เกิดในโพรงจมูกและ/หรือในไซนัส (Paranasal sinus, โพรงอากาศที่อยู่รอบๆจมูก) มีลักษณะรูปร่างคล้ายผลองุ่น นุ่ม และผิวเรียบ ที่มีขนาดได้ต่างๆตั้งแต่เป็นมิลลิเมตรไปจนถึงหลายเซ็นติเมตร อาจพบมีก้อนเดียวหรือหลายก้อน มักพบเกิดในโพรงจมูก/โพรงไซนัสทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน (แต่พบเกิดด้านเดียวได้โดยทั้งด้านซ้ายและด้านขวามีโอกาสเกิดได้เท่ากัน) ซึ่งก้อนเนื้อนี้เป็นก้อนเนื้อที่เกิดจากการบวมเรื้อรังที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง (อาจอักเสบจากติดเชื้อและ/หรือไม่ติดเชื้อก็ได้) ของเยื่อเมือกบุโพรงจมูกและบุไซนัส เป็นก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งและยังไม่มีรายงานว่ากลายเป็นมะเร็งได้

ริดสีดวงจมูกเป็นโรคพบในทุกเชื้อชาติ ทุกอายุตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้น้อยในเด็กโดยเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ปี มักพบในผู้ใหญ่ช่วงอายุมากกว่า 40 ปี สถิติการเกิดโรคนี้ทั่วโลกใกล้เคียงกัน โดยในสหรัฐอเมริกามีรายงานพบในเด็กได้ประมาณ 0.1% ของเด็กทั้งหมด และพบในผู้ใหญ่ได้ประมาณ 1 - 4% ทั้งนี้ในผู้ใหญ่พบในผู้ชายบ่อยกว่าในผู้หญิงคิดเป็นประมาณ 2 - 4 เท่า แต่ในเด็กพบในเด็กหญิงและเด็กชายใกล้เคียงกัน

ริดสีดวงจมูกเกิดได้อย่างไร?

ริดสีดวงจมูก

ปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกที่แท้จริงของการเกิดริดสีดวงจมูก แต่เชื่อว่าอาจเกิดได้จาก 3 กลไก หลัก

ก. จากมีการอักเสบเรื้อรังที่อาจเกิดจากการติดเชื้อเรื้อรัง เช่น จากแบคทีเรีย หรือ เชื้อรา หรือการอักเสบที่ไม่ติดเชื้อเช่น ในโรคภูมิแพ้หูคอจมูกที่ส่งผลให้เกิดการบวมเรื้องรังของเยื่อเมือกบุโพรงจมูก/เยื่อจมูกและบุไซนัส ซึ่งการอักเสบบวมเรื้อรังนี้จะส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงในเยื่อเมือกฯทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อของเยื่อเมือกฯขึ้น

ข. จากการผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหลอดเลือดของเยื่อเมือกในโพรงจมูกและในไซนัส ส่งผลให้มีของเหลวไหลออกจากหลอดเลือด ส่งผลต่อเนื่องถึงการบวมเรื้อรังของเยื่อเมือกในโพรงจมูกและ/หรือในไซนัส จนเกิดเป็นก้อนเนื้อของเยื่อเมือกฯตามมา

ค. จากมีการไหลเวียนอากาศ/ลมในโพรงจมูกและในไซนัสที่ผิดปกติจากการตีบแคบของทางเดินอากาศในอวัยวะทั้งสอง จึงส่งผลให้เกิดการบวมอักเสบเรื้อรังของเยื่อเมือกโพรงจมูกและของไซนัส จนเกิดเป็นก้อนเนื้อของเยื่อเมือกฯตามมาในที่สุด

ริดสีดวงจมูกมีสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงจากอะไร?

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดริดสีดวงจมูกได้แก่ สาเหตุ/ปัจจัยที่ทำให้เกิดการอักเสบการบวมเรื้อรังของเยื่อเมือกบุโพรงจมูกและ/หรือบุไซนัสเช่น

  • โรคหืด
  • โรคภูมิแพ้หูคอจมูก
  • ไซนัสอักเสบเรื้อรังโดยเฉพาะจากติดเชื้อรา
  • การแพ้ยา Aspirin
  • โรคทางพันธุกรรมบางโรคที่มีความผิดปกติในการทำงานของเยื่อเมือกของอวัยวะต่างๆที่รวมถึงโพรงจมูกและไซนัสเช่น โรค Cystic fibrosis
  • อาจจากพันธุกรรมผิดปกติชนิดที่ทำให้เยื่อเมือกไว/ตอบสนองต่อสารต่างๆง่ายกว่าคนทั่วไป เยื่อเมือกจึงอักเสบ บวม เรื้อรังได้ง่าย

ริดสีดวงจมูกมีอาการอย่างไร?

อาการจากริดสีดวงจมูกคือ อาการจากการมีก้อนเนื้ออุดกั้นทางเดินลมหายใจซึ่งอาการพบ บ่อยได้แก่

  • มองเห็นมีก้อนเนื้อผิวเรียบค่อนข้างกลม นิ่ม สีออกเหลืองหรือเทาหรือชมพู อยู่ในโพรงจมูก อาจมองเห็นจากรูจมูกด้านหน้าหรือด้านหลังของโพรงจมูกที่เปิดออกในลำคอ และ/หรือมีก้อนเนื้อในไซนัส
  • แน่น คัดจมูก เรื้อรัง
  • มีน้ำมูกข้นเหนียวเรื้อรัง อาจใสข้นถ้าไม่มีการติดเชื้อ แต่อาจมีสีเขียว เหลือง หรือสีอื่นๆ ร่วมกับมีกลิ่นเมื่อมีการติดเชื้อร่วมด้วย
  • เมื่อก้อนเนื้อโตขึ้นหรือมีน้ำมูกมากจะทำให้หายใจทางจมูกลำบาก จึงมักหายใจทางปากร่วมด้วย
  • จมูกได้กลิ่นลดลงหรือไม่ได้กลิ่น
  • ปวดศีรษะเรื้อรัง
  • มีเลือดกำเดาบ่อยจากการมีเลือดออกที่ก้อนเนื้อ
  • นอนกรน
  • มีน้ำมูกไหลลงคอโดยเฉพาะถ้าก้อนเนื้อเกิดทางด้านหลังของโพรงจมูก
  • บางคนอาจมีเสียงแหบเป็นๆหายๆเรื้อรังจากกล่องเสียงอักเสบเรื้อรังจากน้ำมูกที่ไหลลงคอ
  • ลมหายใจมีกลิ่นกรณีมีการติดเชื้อเรื้อรัง
  • มีอาการของโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

เมื่อมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ “อาการ” ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ

แพทย์วินิจฉัยริดสีดวงจมูกอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคริดสีดวงจมูกได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจทางหูคอจมูก การส่องกล้องตรวจในโพรงจมูกและ/หรือในโพรงไซนัส และอาจมีการตรวจสืบค้นเพิ่มเติมเช่น เอกซเรย์และ/หรือเอกซเรยคอมพิวเตอร์จมูกและไซนัส รวมไปถึงการตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาริดสีดวงจมูกอย่างไร?

การรักษาริดสีดวงจมูกมีหลายวิธีขึ้นกับอาการของผู้ป่วยและขนาดของก้อนเนื้อ ทั้งนี้การจะเลือกวิธีใดขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาซึ่งการรักษาต่างๆเช่น

  • การใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดเป็นยาพ่นจมูกหรือชนิดยาหยอดจมูก กรณีก้อนเนื้อมีขนาดเล็ก และผู้ป่วยมีอาการไม่มาก
  • การกินหรือฉีดยาสเตียรอยด์ กรณีก้อนเนื้อโตหรือการรักษาด้วยการพ่นยาไม่ได้ผล
  • การผ่าตัดก้อนเนื้อออกด้วยวิธีผ่าตัดทั่วไป/วิธีธรรมดา (Simple surgery) แพทย์มักเลือกใช้เมื่อการใช้ยาไม่ได้ผล
  • การผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscopic sinus surgery) กรณีผ่าตัดด้วยวิธีธรรมดาแล้วโรคนี้ย้อนกลับเป็นซ้ำ

นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยยาอื่นๆตามอาการผู้ป่วยเช่น ยาแก้แพ้ ยาปฏิชีวนะกรณีมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ยาต้านเชื้อรากรณีติดเชื้อรา และยาแก้ปวดบรรเทาอาการปวดศีรษะ เป็นต้น

ที่สำคัญอีกประการคือ ถ้าหาปัจจัยเสี่ยง/สาเหตุได้ การรักษาจะต้องรักษาสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงนั้นๆควบคู่ไปด้วยเช่น การรักษาโรคหืด หรือโรคภูมิแพ้หูคอจมูก

ริดสีดวงจมูกมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคคือ ริดสีดวงจมูกเป็นก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งและยังไม่มีรายงานว่ากลายเป็นมะเร็ง เป็นโรคที่ไม่ทำให้เสียชีวิตถ้าไม่ได้เกิดผลข้างเคียงจากการติดเชื้อที่รุนแรง เป็นโรคที่เป็นๆหายๆ โรคมักกลับเป็นซ้ำได้เสมอถึงแม้จะผ่าตัดแล้วก็ตาม แต่การดูแลตนเองตามแพทย์แนะนำร่วมกับการควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุจะช่วยให้เกิดโรคกลับเป็นซ้ำได้ช้าลงมาก

ริดสีดวงจมูกก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงที่เกิดจากโรคริดสีดวงจมูกคือ การนอนกรน โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจ และอาจมีการติดเชื้อรุนแรงที่ลุกลามเข้าเบ้าตาและ/หรือเยื่อหุ้มสมอง (เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ) หรือเข้าสมอง (เกิดสมองอักเสบ) ได้เพราะโพรงจมูกและไซนัสเป็นอวัยวะที่มีช่องทางติดต่อเข้าสู่เบ้าตาและเข้าสู่สมองได้ นอกจากนี้ริดสีดวงจมูกยังอาจเป็นสาเหตุให้ควบคุมโรคหืดได้ยากหรือทำให้โรคหืดกำเริบได้

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นริดสีดวงจมูกได้แก่

  • ปฏิบัติตามแพทย์พยาบาลแนะนำ
  • ใช้ยาต่างๆที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วนถูกต้อง ไม่ขาดยา
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อลดการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
  • รู้จักใช้หน้ากากอนามัย
  • รักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุให้ได้ดี
  • หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้หูคอจมูกหรือสารก่อการระคายเคืองจมูกเช่น ฝุ่นละออง ควัน สารระ เหย เกสรดอกไม้
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

ผู้ป่วยริดสีดวงจมูกควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

  • มีอาการที่ผิดไปจากเดิม
  • อาการต่างๆเป็นมากขึ้น
  • เลือดกำเดาออกบ่อยขึ้น หรือเลือดออกปริมาณมาก หรือเลือดออกแล้วหยุดยาก หรือ
  • เมื่อกังวลในอาการ

ป้องกันริดสีดวงจมูกอย่างไร?

การป้องกันโรคริดสีดวงจมูกให้ได้เต็มร้อยเป็นไปได้ยากเพราะยังไม่ทราบกลไกการเกิดโรคที่แน่นอน แต่สามารถลดโอกาสเกิดได้อย่างมีประสิทธิภาพถ้าควบคุมปัจจัยเสี่ยงได้เช่น

  • รักษาควบคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้ได้ดี
  • หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้หูคอจมูกหรือสารต่างๆที่ก่อการระคายเคืองจมูก
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน(สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อลดโอกาสติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และ
  • รู้จักใช้หน้ากากอนามัย

บรรณานุกรม

  1. ริดสีดวงจมูก ราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกแพทย์ แห่งประเทศไทย http://www.rcot.org/data_detail.php?op=knowledge&id=22 [2016,July9]
  2. http://emedicine.medscape.com/article/994274-overview#showall [2016,July9]
  3. http://en.wikipedia.org/wiki/Nasal_polyp [2016,July9]
  4. Osguthorpe,D. (2001). Am Fam Physician. 63, 69-76.